• Home »
  • ติดอันดับ »
  • กองทัพออสเตรเลียเพิ่มจำนวนทหารเกณฑ์ที่เป็นชนพื้นเมืองเป็นร้อยละ 8.8 ของกองกำลัง
กองทัพออสเตรเลียเพิ่มจำนวนทหารเกณฑ์ที่เป็นชนพื้นเมืองเป็นร้อยละ 8.8 ของกองกำลัง

กองทัพออสเตรเลียเพิ่มจำนวนทหารเกณฑ์ที่เป็นชนพื้นเมืองเป็นร้อยละ 8.8 ของกองกำลัง

ทอม แอบกี

กองทัพออสเตรเลียเพิ่มการรับสมัครชนพื้นเมืองของออสเตรเลียเข้าเป็นทหาร Theคณะทำงานรับสมัครผู้เชี่ยวชาญที่เป็นชนพื้นเมืองของกองทัพออสเตรเลียเริ่มขึ้นใน พ.ศ. 2557 ได้ช่วยให้สัดส่วนของทหารประจำการถาวรซึ่งเป็นชาวอะบอริจินและชาวเกาะช่องแคบทอร์เรสมีจำนวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา จากร้อยละ 3.8 ของจำนวนทหารในช่วงเริ่มต้นของคณะทำงาน เป็นร้อยละ 8.8 ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2561

กองทัพออสเตรเลียว่าจ้างผู้รับสมัครทหารผู้เชี่ยวชาญที่เป็นชนพื้นเมือง 13 คน ตามข่าวแจกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2561 ผู้รับสมัครทหารทำงานร่วมกับผู้สมัครจากภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้สมัครเตรียมตัวสำหรับการประเมินผล การเข้าเกณฑ์ทหารและการฝึกปฏิบัติขั้นพื้นฐาน รวมถึงการให้คำปรึกษาเมื่อเริ่มต้นเส้นทางอาชีพในกองทัพออสเตรเลีย

“ผู้รับสมัครทหารผู้เชี่ยวชาญของเราสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน เยี่ยมชมโรงเรียน เข้าร่วมนิทรรศการด้านอาชีพ และจัดการประชุมเพื่อให้ข้อมูลที่เจาะจงสำหรับชาวออสเตรเลียพื้นเมืองอะบอริจินและชาวเกาะช่องแคบทอร์เรส” พล.อ.จ.(หญิง) ซู แมคกรีดี ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการรับสมัครกองกำลังเพื่อป้องกันประเทศกล่าวในข่าวแจก

กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียระบุว่าผู้สมัครชนพื้นเมืองที่มีศักยภาพสามารถเลือกโครงการเส้นทางสำหรับชนพื้นเมืองของกระทรวงกลาโหมสองโครงการเพื่อช่วยในการเตรียมความพร้อม

โครงการเตรียมตัวก่อนรับสมัครสำหรับชนพื้นเมือง เป็นหลักสูตรแบบอยู่ประจำระยะเวลาหกสัปดาห์สำหรับคนหนุ่มสาวที่สนใจสมัครเข้ารับราชการทหาร โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การฝึกสมรรถภาพทางร่างกาย การพัฒนาบุคลิกภาพ และความรู้ทางวัฒนธรรม ส่วนโครงการพัฒนาชนพื้นเมืองของกระทรวงกลาโหมเป็นหลักสูตรระยะเวลา 5 เดือนครึ่งสำหรับคนหนุ่มสาวที่ต้องการเข้าร่วมกองทัพออสเตรเลีย แต่อาจมีข้อจำกัดด้านการอ่าน การเขียน หรือความพร้อมทางร่างกาย

“อัตราการรับสมัครได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่เริ่มโครงการเส้นทางสำหรับชนพื้นเมือง การฝึกอบรมการสร้างความตระหนักรู้ทางวัฒนธรรม และการเพิ่มการส่งเสริมโอกาสอย่างกว้างขวาง” พล.อ.จ. แมคกรีดีกล่าว

ความสำเร็จในการรับสมัครครั้งล่าสุดในหมู่ประชากรชนพื้นเมือง ส่วนสำคัญเป็นผลมาจากชุมชนชาวอะบอริจินและชาวเกาะช่องแคบทอร์เรส โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชนที่สนับสนุนให้บุคคลวัยหนุ่มสาวแสวงหาอาชีพด้านกลาโหม พล.อ.จ. แมคกรีดีอธิบาย ทั้งนี้ อัตราการว่างงานสำหรับคนกลุ่มนี้มีจำนวนสูงกว่าถึง 10 เท่าของกลุ่มคนที่ไม่ใช่ชนพื้นเมือง จากการสำรวจสำมะโนประชากรใน พ.ศ. 2559

ประมาณร้อยละ 30 ของบุคลากรในหน่วยทหารบกหน่วยหนึ่ง ซึ่งคือกองพันที่ 51 กรมทหารฟาร์นอร์ทควีนส์แลนด์ เป็นชนพื้นเมืองชาวเกาะช่องแคบทอร์เรสและชาวอะบอริจินแผ่นดินใหญ่ โดยกองพัน 51 กรมทหารฟาร์นอร์ทควีนส์แลนด์นี้ทำหน้าที่เป็นหน่วยเฝ้าระวังของกองทัพภาค ซึ่งดำเนินภารกิจลาดตระเวนและเฝ้าระวังเป็นหน้าที่หลัก (ภาพ: สมาชิกของกองพันที่ 51 กรมทหารฟาร์นอร์ทควีนส์แลนด์ พร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารบกออสเตรเลีย พล.ท. ริชาร์ด แมกซ์เวล เบอร์ (กลาง) ที่เมืองแคร์นส์ ประเทศออสเตรเลีย ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2561)

“คุณจะมีเชื้อสายใดก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจไว้ว่า คุณจัดอยู่ในกลุ่มชนพื้นเมืองไม่ว่าคุณจะมาจากที่ใด ทันทีที่คุณก้าวเข้าสู่วงการทหารและเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว “เขียวลายพราง” เท่ากับว่าคุณเป็นสมาชิกของครอบครัวใหม่” นายมิทเชล ฟัตเชอร์ นายทหารสื่อสารกองทัพบก กล่าวในการสัมภาษณ์ของกองทัพออสเตรเลีย

โอกาสในการประกอบอาชีพ คุณสมบัติ และความเป็นผู้นำ คือแรงจูงใจให้นายฟัตเชอร์สมัครเข้าร่วมกองทัพออสเตรเลียจากบ้านบนเกาะแทสเมเนียในหมู่ชนพื้นเมืองพีราพเพอร์

“โครงการชนพื้นเมืองในกองทัพบกที่ผมเป็นส่วนหนึ่งคือมูลนิธิสตาร์” นายฟัตเชอร์กล่าว “ผมเป็นตัวแทนหน่วยทหารชนพื้นเมืองในดาร์วิน ในชุมชนสตาร์ เราจะออกไปสร้างการมีส่วนร่วมของเหล่าสตรีชนพื้นเมืองวัยเยาว์ แสดงให้เห็นถึงการมีอยู่ของกองทัพบก สอนทักษะความเป็นผู้นำ การพูดคุยตัวต่อตัวกับกลุ่มเด็กผู้หญิงฝึกทักษะการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล รวมถึงความเป็นผู้นำและการพัฒนาตนเอง”

นางซาราห์ แฮร์ริงตัน ทหารการสงครามทางทะเลชั้นสัญญาบัตรของกองทัพเรือและลูกหลานชาวบันจาลังอะบอริจิน กล่าวกับผู้สัมภาษณ์จากกองทัพออสเตรเลียเกี่ยวกับการสนับสนุนที่กองทัพเรือมอบให้แก่บุคลากรชนพื้นเมือง และการเข้าร่วมกับกองทัพเรือทำให้บุคคลเหล่านี้กลายเป็นแบบอย่างในชุมชน

“ภายในสัปดาห์แรก” นางซาราห์กล่าว “ฉันได้รับการต้อนรับในฐานะสมาชิกชนพื้นเมือง ช่างน่าทึ่งจริง ๆ ที่ได้เห็นผู้คนมีความภาคภูมิใจและยังคงสืบสานวัฒนธรรมนั้นต่อไป”

นายทอม แอบกี เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม รายงานจากประเทศสิงคโปร์

หุ้น