การกลับมาของนกกีวี

การกลับมาของนกกีวี

นกของนิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในความหวังที่ปรากฏในรายงานสถานภาพความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ที่เต็มไปด้วยความหดหู่ 

ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

นกกีวีสองชนิดพันธุ์ของนิวซีแลนด์จุดประกายความหวังเล็ก ๆ ท่ามกลางความหวั่นวิตกอย่างยิ่งเมื่อได้รับรู้ผลการประเมินสิ่งมีชีวิตที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ทั่วโลก

สหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติระหว่างประเทศได้เลื่อนสถานะของนกกีวีสีน้ำตาลโอคาริโตและนกกีวีสีน้ำตาลเกาะเหนือ (ตามภาพ) จากสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์มาเป็นสัตว์ป่าในข่ายเกือบใกล้สูญพันธุ์ โดยต้องขอบคุณความก้าวหน้าของนิวซีแลนด์ในการควบคุมจำนวนสัตว์นักล่าอย่างสโทธและแมว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดในบัญชีแดงของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ของสหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติระหว่างประเทศบ่งชี้ว่าสัตว์และพืชจำนวนมากตกอยู่ในความเสี่ยงขั้นรุนแรงอันเนื่องมาจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่ การเกษตรและประมงแบบไม่ยั่งยืน

สหภาพระบุว่าขณะนี้ โลมาอิรวดีและโลมาหัวบาตรไร้ครีบหลังที่มักจะว่ายน้ำไปตามแนวชายฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังตกอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ เพราะได้รับอันตรายจากการเข้าไปติดอวนของชาวประมงรวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ ของมนุษย์ อวนลอยที่ใช้กันในแม่น้ำโขงและในแม่น้ำสายหลักอื่น ๆ “ขึงอยู่ราวกับม่านแห่งความตายทั่วลำน้ำและดักจับทุกอย่างที่อยู่ในน้ำ” นายเครก ฮิลตัน เทย์เลอร์ หัวหน้าโครงการสิ่งมีชีวิตทั่วโลกของบัญชีแดงกล่าว

สิ่งมีชีวิต 91,523 ชนิดจากเกือบ 1.9 ล้านชนิดได้รับการประเมินเพื่อระบุสถานภาพในบัญชีแดง โดยในจำนวนนี้พบว่ามีสิ่งมีชีวิต 25,821 ชนิดที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ 866 ชนิดสูญพันธุ์ไปแล้ว และ 69 ชนิดสูญพันธุ์ตามธรรมชาติ สหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติระหว่างประเทศระบุว่าสิ่งมีชีวิต 11,783 ชนิดอยู่ในข่ายเกือบใกล้สูญพันธุ์ 8,455 ชนิดอยู่ในข่ายใกล้สูญพันธุ์ และ 5,583 มีความเสี่ยงขั้นวิกฤติต่อการสูญพันธุ์

สหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติระหว่างประเทศประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและนอกภาครัฐ ซึ่งการประเมินทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความเสี่ยงของสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ ของผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะต้องได้รับการตรวจทานอย่างเป็นเอกเทศ และเป็นข้อมูลเพื่อชี้นำการตัดสินใจเกี่ยวกับการดำเนินภารกิจการอนุรักษ์

นางเจน สมาร์ต ผู้อำนวยการระหว่างประเทศของโครงการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งเป็นโครงการของสหภาพกล่าวว่า สหภาพมีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนชนิดพันธุ์สำหรับการประเมินเป็น 160,000 ชนิด จำนวนชนิดพันธุ์ทั้งหมดของสิ่งมีชีวิตนั้นยังไม่ทราบว่ามีอยู่เท่าไร แต่คาดว่าน่าจะมากถึง 20 ล้านชนิด ซึ่งในจำนวนนี้มีจุลชีพอยู่เป็นจำนวนมาก

เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้คือการต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อความอยู่รอดในขณะที่ประชากรมนุษย์มีจำนวนเพิ่มขึ้น มีการพัฒนาทางอุตสาหกรรมมากขึ้น และถิ่นที่อยู่ของสัตว์และพืชมีการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป สหภาพระบุว่าพอสซัมหางแหวนที่อยู่ในแถบตะวันตกของออสเตรเลียได้ถูกปรับสถานะจากสัตว์ป่าที่อยู่ในข่ายเกือบใกล้สูญพันธุ์ไปเป็นสัตว์ป่าที่มีความเสี่ยงขั้นวิกฤติต่อการสูญพันธุ์ เนื่องจากประชากรพอสซัมหางแหวนลดลงถึงร้อยละ 80 ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ในอดีต พอสซัมชนิดนี้เคยกระจายอยู่ทั่วไปในป่าเป็ปเปอร์มินต์และป่ายูคาลิปตัสของออสเตรเลียตะวันตก แต่ปัจจุบันมีถิ่นที่อยู่เหลืออยู่เพียงไม่มากและยังเสี่ยงต่อภาวะเครียดจากความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส ที่ตอนนี้กลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นในบริเวณที่พอสซัมชนิดนี้อาศัยอยู่

สหภาพรายงานว่าสัตว์เลื้อยคลานสามชนิดบนเกาะคริสต์มาสซึ่งอยู่ในออสเตรเลียเช่นกันได้สูญพันธุ์ไปตามธรรมชาติแล้ว ได้แก่ จิ้งเหลนหางแส้ จิ้งเหลนหางสีฟ้า และตุ๊กแกลิสเตอร์ สหภาพระบุว่าการสูญเสียสัตว์เลื้อยคลานเหล่านี้อาจเป็นผลมาจากโรคหรือการติดเชื้อของมดน้ำผึ้ง ซึ่งสหภาพและฐานข้อมูลชนิดพันธุ์รุกรานโลกระบุว่าเป็นหนึ่งในบรรดาชนิดพันธุ์รุกราน 100 ชนิดที่อันตรายที่สุด

หุ้น