การขยายแผนการเชิงยุทธศาสตร์ของอินเดีย  ในหมู่เกาะแปซิฟิก

การขยายแผนการเชิงยุทธศาสตร์ของอินเดีย ในหมู่เกาะแปซิฟิก

ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไป อินเดียหันไปให้ความสนใจกับมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้

นายบาลาจี จันทราโมฮัน

ทิศทางการเมืองและการทหารของอินเดียกำลังปรับเปลี่ยนไปตามทิศทางภูมิยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา จากเอเชียแปซิฟิกไปยังอินโดแปซิฟิก ภูมิภาคของหมู่เกาะแปซิฟิกจะได้รับความสนใจเชิงยุทธศาสตร์จากอินเดียมากขึ้น

เริ่มต้นด้วยการวางทิศทางยุทธศาสตร์ทางทะเลของอินเดียไปสู่ดินแดนริมขอบยูเรเชีย ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความสำคัญทางยุทธศาสตร์มากยิ่งขึ้นกับพื้นที่ชายฝั่งในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกที่กว้างใหญ่กว่า (เช่น อ่าวเบงกอล ทะเลอาหรับ และทะเลจีนใต้) ภูมิภาคหมู่เกาะแปซิฟิกถูกละเลยจากห้วงคำนึงด้านยุทธศาสตร์ทางทะเลของอินเดียมาเป็นเวลานาน

แต่สิ่งนี้กำลังจะเปลี่ยนไป การจัดการทางทะเลของอินเดียดูจะมองภาพเอาไว้ให้มีการบัญชาการทางทะเลในอินโดแปซิฟิก นอกเหนือจากการรักษาผลประโยชน์ในพื้นที่ชายฝั่ง

ในเชิงภูมิยุทธศาสตร์ หมู่เกาะแปซิฟิกได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นจากอินเดียเนื่องจากเชื่อมต่อออสตราเลเชียกับอนุทวีปละตินอเมริกา นอกจากนี้ ภูมิภาคนี้จะเผชิญกับการจราจรทางทะเลที่เพิ่มมากขึ้นเมื่อความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิกเสร็จสมบูรณ์

หมู่เกาะแปซิฟิกเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียแปซิฟิกที่ใหญ่กว่า และตอนนี้อยู่ภายใต้ภูมิภาคอินโดแปซิฟิกที่ใหญ่ยิ่งกว่า ดังนั้น กองบัญชาการสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิกจึงเปลี่ยนชื่อเป็นกองบัญชาการสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นอินโดแปซิฟิก ซึ่งคาดว่าโครงสร้างกองกำลังของอินเดียรวมถึงทิศทางยุทธศาสตร์ทางทะเล จะเปลี่ยนมารวมแปซิฟิกตอนใต้และหมู่เกาะแปซิฟิกเข้าไว้ด้วย

ในขณะที่อินเดียกำลังขยายการเข้าถึงทางทะเลไปยังหมู่เกาะแปซิฟิก ภูมิภาคนี้ตกอยู่ภายใต้แนวคิดและการขยายตัวเชิงยุทธศาสตร์ทางทะเลของจีนโดยธรรมชาติ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ “สายโซ่แห่งดินแดนวงล้อม” ที่วางแผนไว้อย่างชัดแจ้ง รัฐบาลจีนได้รับประโยชน์ส่วนใหญ่จากความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในช่วงสงครามเย็น ซึ่งปูทางไปสู่การขยายตัวทางการเมืองและการทหารในหมู่เกาะแปซิฟิก (ซึ่งเริ่มต้นอย่างเงียบ ๆ ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 (พ.ศ. 2523-2532))

การแสดงตนของอินเดียในหมู่เกาะแปซิฟิก

การแสดงตนทางทะเลของอินเดียในหมู่เกาะแปซิฟิกถูกจำกัด เนื่องจากกองทัพเรือตะวันออกของอินเดียที่ตั้งอยู่ในเมืองวิศาขาปัตตนัม ประเทศอินเดีย มีพื้นที่ปฏิบัติการที่ไกลถึงช่องแคบมะละกาแต่ไม่ถึงหมู่เกาะแปซิฟิก ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงหากอินเดียมีกองเรืออีกกองตั้งอยู่ในทำเลทางยุทธศาสตร์อย่างหมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์เพื่อการมีส่วนร่วมทางทะเลมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้เปิดเผยอย่างแน่ชัด ความทะเยอทะยานของอินเดียในอินโดแปซิฟิกตามที่ระบุไว้ในเอกสารยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางทะเลของกองทัพเรืออินเดียใน พ.ศ. 2558 จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อมีกองเรืออีกกองในหมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์เท่านั้น ซึ่งจะเพิ่มการมีบทบาททางการทหารของอินเดียต่อแปซิฟิกตอนใต้

ในปัจจุบัน อินเดียไม่มีการแสดงตนทางการทหารอย่างถาวรในแปซิฟิก แต่ในทางการทูต อินเดียแสดงความสนใจในกิจการของแปซิฟิกตอนใต้โดยเข้าร่วมการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิกเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ พ.ศ. 2545 นอกจากนี้ อินเดียยังได้เริ่มให้ความช่วยเหลือต่างประเทศแก่หมู่เกาะในแปซิฟิกตอนใต้ โดยเสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับการโครงการการพัฒนาต่าง ๆ

ข้อเสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในระหว่างการประชุมสุดยอดความร่วมมือระหว่างหมู่เกาะอินเดียแปซิฟิกครั้งที่สองที่เมืองชัยปุระ ประเทศอินเดีย เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 ซึ่งผลักดันขอบเขตของนโยบายมองตะวันออกและปฏิบัติการตะวันออกของอินเดียสู่ภูมิภาคแปซิฟิกตอนใต้ ในระหว่างการประชุมสุดยอดดังกล่าว ประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิก 12 จาก 14 ประเทศสนับสนุนการเป็นสมาชิกถาวรของอินเดียในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (อีกสองประเทศที่ไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียงในองค์การสหประชาชาติคือหมู่เกาะคุกและนีวเว)

ก่อนหน้านี้ในระหว่างการเดินทางไปยังฟิจิของนายนเรนทระ โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ขอบเขตและช่วงการมีส่วนร่วมทางการทูตของอินเดียกับหมู่เกาะแปซิฟิกนั้นยังเป็นที่ถกเถียง การเดินทางครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนในการขยายแผนการของอินเดียไปยังหมู่เกาะแปซิฟิก โดยนายโมทีได้เชิญผู้นำของทั้ง 14 ประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกมาที่ซูวา เมืองหลวงของฟิจิ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมสุดยอดหมู่เกาะอินโดแปซิฟิกครั้งที่หนึ่ง ซึ่งโดยมากแล้วมีต้นแบบมาจากบทบาทของอินเดียที่มีต่อประเทศในแอฟริกาผ่านการประชุมอินโดแอฟริกัน ซึ่งได้จัดตั้งเวทีเพื่อความร่วมมือระหว่างอินเดียและหมู่เกาะแปซิฟิก

แง่มุมสำคัญอีกประการหนึ่งในระหว่างการเดินทางของนายโมที คือการขาดการจัดตั้งทางการทูตของอินเดียจากนิวซีแลนด์ในการประชุมสุดยอดดังกล่าว ซึ่งได้เปลี่ยนไปในระหว่างการไปเยือนซูวาของนายวี. เค. ซิงห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดียเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมการพัฒนาอินเดียและหมู่เกาะแปซิฟิก โดยมีข้าหลวงใหญ่ของนิวซีแลนด์เข้าร่วม ภารกิจทางการทูตของอินเดียในนิวซีแลนด์มีอาณาเขตครอบคลุมสามหมู่เกาะแปซิฟิก ได้แก่ คิริบาตี นาอูรู และซามัว สร้างสานสัมพันธ์ทางการทูตเบื้องต้นแบบผสมระหว่างแถบไมโครนีเซียและพอลินีเชีย
อินเดียมีสถานะทางการทูตถาวรเฉพาะในฟิจิและปาปัวนิวกีนี โดยไม่มีผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร

แต่อินเดียมีผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารในชิลี ซึ่งประเทศอเมริกาใต้แห่งนี้มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการเป็นมหาอำนาจของแปซิฟิกตอนใต้ เนื่องจากมีการเข้าถึงทางทะเลที่สำคัญในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้และตะวันออกเฉียงใต้ การทูตทางทหารของอินเดียในชิลีเกี่ยวข้องกับความร่วมมือทางการทหารที่ดำเนินการอยู่ ซึ่งช่วยให้กองทัพทางทะเลของชิลีพัฒนากำลังพลหน่วยสะเทินน้ำสะเทินบกและความสามารถด้านการส่งกำลังบำรุง

นอกจากนี้ อินเดียจะร่วมมือกับอินโดนีเซียด้วยเช่นกัน อันที่จริง ระหว่างการเดินทางไปยังอินโดนีเซียของนายโมทีเมื่อเร็ว ๆ นี้ อินเดียได้สนับสนุนแนวคิดที่ถกเถียงกันอย่างมากของอินโดนีเซียเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ศูนย์กลางทางทะเล ซึ่งเรียกร้องให้มีการขยายตัวทางทะเลของรัฐบาลอินโดนีเซียในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก อินโดนีเซียจะดำเนินการตามคำร้องขอโดยสนับสนุนนโยบายปฏิบัติการตะวันออกของอินเดียซึ่งทอดยาวไปถึงหมู่เกาะแปซิฟิก

เช่นเดียวกับในทางการทูต อินโดนีเซียจะช่วยขยายขอบเขตการเข้าถึงของอินเดียในหมู่เกาะแปซิฟิก อินโดนีเซียเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้นำประเทศแถบเมลานีเซีย ซึ่งประกอบด้วยประเทศแถบเมลานีเซียสี่ประเทศ ได้แก่ ฟิจิ ปาปัวนิวกินี หมู่เกาะโซโลมอน และวานูอาตู รวมทั้งคานัคและแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติสังคมนิยมแห่งนิวแคลิโดเนีย ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2558 อินโดนีเซียได้รับการยอมรับในฐานะสมาชิกสมทบ

กลุ่มผู้นำประเทศแถบเมลานีเซียเป็นทางเลือกในการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิกดั้งเดิม ที่ให้อินเดียมีส่วนร่วมเพิ่มมากขึ้นทั้งในเชิงเศรษฐกิจและการทูตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อินเดียหวังจะได้เป็นสมาชิกในกลุ่มผู้นำประเทศแถบเมลานีเซีย เพื่อเป็นการเคลื่อนไหวทางยุทธวิธีในการต่อต้านการขยายตัวของจีนในภูมิภาคแปซิฟิกตอนใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศแถบเมลานีเซียที่จีนมีอิทธิพลมากขึ้น

นายนเรนทระ โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย (ขวา) ต้อนรับนายแฟรงค์ ไบนิมารามา นายกรัฐมนตรีฟิจิ เข้าสู่การประชุมด้านพลังงานที่กรุงนิวเดลี ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 เอเอฟพี/เก็ตตี้อิมเมจ

เนื่องจากมีรายงานว่าจีนกำลังพิจารณาฐานทัพเรือในวานูอาตู การแสดงตนทางทะเลของอินเดียในหมู่เกาะแปซิฟิกอาจได้รับการต้อนรับจากประเทศต่าง ๆ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย และฝรั่งเศส ฐานทัพจีนในวานูอาตูอาจมีแนวโน้มที่จะกลายเป็น “ฐานข่าวกรอง” ทางทหาร โดยเฉพาะเนื่องจากการที่อยู่ใกล้กับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งทั้งสองเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของสหรัฐฯ และเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรข่าวกรอง ไฟฟ์ อายส์

สิ่งที่น่าสนใจคือฝรั่งเศสมีฐานทัพทหารและดินแดนโพ้นทะเลในแปซิฟิกตอนใต้ เมื่อเร็ว ๆ นี้รัฐบาลฝรั่งเศสได้ลงนามในข้อตกลงการแลกเปลี่ยนการส่งกำลังบำรุงกับรัฐบาลอินเดีย ซึ่งคล้ายกันกับข้อตกลงการแลกเปลี่ยนการส่งกำลังบำรุงระหว่างอินเดียและสหรัฐฯ ข้อตกลงอินเดียและฝรั่งเศสช่วยให้อินเดียเข้าถึงฐานทัพฝรั่งเศสในมหาสมุทรอินเดียตะวันตกได้ ขอบเขตของข้อตกลงอินเดียและฝรั่งเศสจะขยายไปถึงแปซิฟิกตอนใต้ ซึ่งอินเดียอาจได้รับโอกาสสร้างฐานทัพในหมู่เกาะแปซิฟิก

ความร่วมมือทางการทหารอาจรวมถึงกองกำลังอินเดียที่ปฏิบัติงานคู่ขนานไปกับฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย เช่น การฝึกภายใต้รหัส ครัวซ์ ดู ซุด ที่จัดขึ้นปีละสองครั้ง การพัฒนาเพิ่มเติมของบทบาทของอินเดียในหมู่เกาะแปซิฟิก จะรวมถึงการมีอินเดียแบ่งปันข่าวกรองที่เป็นเชิงรุกมากขึ้นจากฝรั่งเศส ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา

ปัจจัยฟิจิ

บทบาทที่อินเดียมีต่อหมู่เกาะแปซิฟิกเพิ่มขึ้น จะถูกทดสอบโดยการเลือกตั้งของฟิจิในปีนี้ แม้ฟิจิจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นประเทศแถบเมลานีเซียนอกแถบสามเหลี่ยมพอลินีเชีย แต่วัฒนธรรมและการเมืองของประเทศได้รับอิทธิพลจากพอลินีเชีย นอกจากนี้ยังมีประชากรอินโดฟิจิมากถึงประมาณร้อยละ 40 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งมีอิทธิพลทางการเมือง แม้จะเกิดรัฐประหารใน พ.ศ. 2530 ที่ตั้งเป้าต่อประชากรกลุ่มนี้

ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา ฟิจิได้เข้ามามีบทบาททางการเมืองและเศรษฐกิจในระยะยาว ภายใต้การนำของนายแฟรงก์ ไบนิมารามา ซึ่งเข้ายึดอำนาจจากการทำรัฐประหารใน พ.ศ. 2549 และรวมอำนาจในฐานะนายกรัฐมนตรีใน พ.ศ. 2557 หลังจากการเลือกตั้งทั่วไป หากนายไบนิมารามายังรวมอำนาจเพิ่มขึ้นในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2561 ฟิจิอาจเริ่มถ่วงน้ำหนักทางการเมืองผ่านการเป็นสมาชิกสภาภูมิภาคอื่น ๆ เช่น กลุ่มผู้นำประเทศแถบพอลินีเชีย นอกเหนือจากการถือสิทธิสถานะของตนในกลุ่มผู้นำประเทศแถบเมลานีเซีย

นายไบนิมารามาสนับสนุนแนวคิดที่ว่าฟิจิซึ่งเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ สามารถเปลี่ยนเป็นสิงคโปร์แห่งแปซิฟิกตอนใต้ ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับความช่วยเหลือจากการลงทุนทางเศรษฐกิจจากต่างประเทศ ไม่เพียงเฉพาะจากจีน แต่รวมถึงอินเดียด้วย อินเดียเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายมองตะวันออกของฟิจิซึ่งเริ่มต้นใน พ.ศ. 2549

จีนใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจของตนในการระดมทุนและดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก เช่น การขุดลอกท่าเรือและการสร้างถนนที่มีศักยภาพการใช้งานสองแบบคือ ใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ทั้งด้านพลเรือนและการทหาร

ในขณะที่อินเดียพยายามขยายการเข้าถึงในหมู่เกาะแปซิฟิก กลุ่มผู้นำประเทศแถบเมลานีเซียอาจจัดตั้งกองกำลังความมั่นคงระดับภูมิภาคที่ชื่อว่า ลีเจียน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในซูวา กองกำลังลีเจียนจะได้รับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่จากผู้บริหารกลุ่มผู้นำประเทศแถบเมลานีเซีย และประกอบไปด้วยทหาร ตำรวจ หน่วยงานควบคุมชายแดน และเจ้าหน้าที่ศุลกากร ฟิจิและปาปัวนิวกินีจะให้การสนับสนุนด้านบุคลากรจำนวนมากแก่หน่วยทหารและตำรวจของกองกำลังลีเจียน ซึ่งคาดว่ากองกำลังลีเจียนจะได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอินเดียที่ประจำการและการช่วยเหลือทางเทคนิค โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการเลือกตั้งของฟิจิใน พ.ศ. 2561

ด้วยโครงการดังกล่าว ความพยายามทางการทูตในส่วนการทหารของอินเดียในภูมิภาค จะมาก่อนการจัดตั้งฐานทัพอินเดียและผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร (โดยเฉพาะผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือ) ในประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก นอกจากนี้ อินเดียยังสามารถขยายกองทัพของตนในแปซิฟิกตอนใต้ผ่านผู้อพยพย้ายถิ่น อินเดียมีผู้อพยพย้ายถิ่นจำนวนมากในออสเตรเลีย นิวแคลิโดเนีย ฟิจิ และนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นช่องทางเปิดสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในแปซิฟิกตะวันตกเฉียงใต้กับประเทศอินเดียอันเป็นบ้านเกิด

ชุมชนผู้อพยพชาวอินเดียแตกต่างจากผู้อพยพชาวจีนในแปซิฟิกตอนใต้ เพราะมีความภักดีที่หลากหลายและไม่ได้สนับสนุนอินเดียหรือพรรคการเมืองใด ๆ อย่างเป็นองค์รวม จึงไม่ได้รับการพิจารณาว่าเป็นแหล่งจารกรรมหรือการเร่ขายของผู้มีอิทธิพลในลักษณะเดียวกันกับจีน ซึ่งเป็นสัญญาณของการต้อนรับจากประเทศต่าง ๆ ในแปซิฟิกตอนใต้

โดยสรุปแล้ว การขยายการเข้าถึงของอินเดียในแปซิฟิกตอนใต้และหมู่เกาะแปซิฟิกจะเป็นส่วนหนึ่งของการขยายการเข้าถึงทางทะเล โดยอินเดียจะพัฒนาความสัมพันธ์ทางการทูต เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมภายในภูมิภาคนี้ในแบบภาพรวมของการเข้าถึงเชิงยุทธศาสตร์ในอินโดแปซิฟิกและที่อื่น ๆ

นายบาลาจี จันทราโมฮัน เป็นนักวิจัยอาคันตุกะแห่งฟิวเจอร์ ไดเร็กชันส์ อินเตอร์เนชันแนล บทความนี้ปรากฏครั้งแรกในนิตยสารออนไลน์ เดอะ ดิโพลแมต เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2561 โดยมีการเรียบเรียงเนื้อหาเพื่อให้เหมาะสมกับการนำเสนอของ ฟอรัม

หุ้น