• Home »
  • ติดอันดับ »
  • การครองบทบาทด้านโทรคมนาคมของจีนเป็นความท้าทายต่อความมั่นคง หน่วยงานข่าวกรองของสหราชอาณาจักรระบุ
การครองบทบาทด้านโทรคมนาคมของจีนเป็นความท้าทายต่อความมั่นคง หน่วยงานข่าวกรองของสหราชอาณาจักรระบุ

การครองบทบาทด้านโทรคมนาคมของจีนเป็นความท้าทายต่อความมั่นคง หน่วยงานข่าวกรองของสหราชอาณาจักรระบุ

เอเจนซ์ฟรานซ์เพรส

การครองเครือข่ายทางโทรนาคมระดับโลกของจีนอาจก่อให้เกิดภัยคุกคามทางความมั่นคงอีกนานหลายทศวรรษหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหราชอาณาจักรกล่าวเตือนในแถลงการณ์ที่สิงคโปร์ช่วงกุมภาพันธ์พ.ศ. 2562

ในขณะที่ประเทศต่างๆก้าวสู่การใช้เครือข่ายโทรศัพท์มือถือแบบเร็วพิเศษรุ่นที่ห้า(5 จี) ก็มีความกังวลเกิดขึ้นว่าจีนอาจใช้ฮาร์ดแวร์ที่จัดหาโดยบริษัทของจีนเพื่อสอดแนมรัฐบาลของชาติตะวันตก

“ความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์ของสถานะของจีนในยุคเทคโนโลยีโลกาภิวัตน์นั้นยิ่งใหญ่กว่าเพียงบริษัทอุปกรณ์โทรคมนาคมหากแต่เป็นความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์ลำดับแรกสำหรับเราทุกคน” นายเจเรมี่เฟลมมิ่ง(ภาพ) ผู้อำนวยการสำนักงานใหญ่ด้านการสื่อสารของรัฐบาลอังกฤษซึ่งเป็นหน่วยงานความมั่นคงทางไซเบอร์กล่าว

“ความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์นี้ซับซ้อนอย่างยิ่งโดยจะครอบคลุมเวลาไปอีกสองสามทศวรรษข้างหน้าการที่เราจัดการกับเรื่องนี้จะเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งต่อความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงที่ไกลเกินกว่าสัญญา5 จี”

ในปีที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกาได้เพิ่มแรงกดดันแก่พันธมิตรเพื่อปิดกั้นหัวเว่ยบริษัทยักษ์ใหญ่ทางการโทรคมนาคมของจีนจากการสร้างเครือข่าย5 จีโดยอ้างถึงข้อกังวลด้านความมั่นคง

ขณะที่การมีบทบาทของบริษัทหัวเว่ยถูกสกัดกั้นอย่างรุนแรงในสหรัฐอเมริกาออสเตรเลียและนิวซีแลนด์สหราชอาณาจักรก็ได้เริ่มการตรวจสอบความมั่นคงโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตัดสินว่าจะใช้เทคโนโลยีจากหัวเว่ยในเครือข่าย5 จีของสหราชอาณาจักรหรือไม่

ในเดือนธันวาคมพ.ศ. 2561 คณะผู้บริหารของหัวเว่ยได้เข้าพบเจ้าหน้าที่อาวุโสหลายรายจากศูนย์รักษาความมั่นคงทางไซเบอร์แห่งชาติของสหราชอาณาจักรโดยทั้งสองฝ่ายตกลงกันในเรื่องข้อกำหนดทางเทคนิคต่างๆเพื่อตอบสนองมาตรฐานด้านความมั่นคงของอังกฤษซึ่งนายเฟลมมิ่งกล่าวว่าน่าจะเป็น”ระบบการกำกับดูแลที่กวดขันที่สุดในโลก” สำหรับบริษัทนี้

“เราจำเป็นต้องมีตลาดที่เปิดกว้างซึ่งแข่งขันกันด้านคุณภาพและความมั่นคงรวมถึงด้านราคา” นายเฟลมมิ่งกล่าวพร้อมเสริมว่าต้องมีการทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการอนุญาตให้บริษัทจีนเข้าสู่ตลาด

ในการแถลงต่อผู้นำของรัฐบาลและผู้นำทางทหารจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สิงคโปร์นายเฟลมมิ่งกล่าวว่าการโจมตีทางไซเบอร์จำนวน1,100 ครั้งในสหราชอาณาจักรในช่วงสองปีที่ผ่านมามีครึ่งหนึ่งที่รัฐมีบทบาทอยู่เบื้องหลังโดยเฉพาะกลุ่มจากจีนและรัสเซีย

“ความมั่นคงในอนาคตของเราจะได้รับการรับประกันที่ไม่ได้มาจากคุณภาพในการเข้ารหัสการออกแบบซิลิคอนของเราหรือความหลักแหลมของผู้ปฏิบัติการทางไซเบอร์แต่ด้วยพันธะที่ผูกมัดเราเข้าไว้ด้วยกันรวมทั้งความสัมพันธ์ที่สร้างความเชื่อมั่นเพื่อให้เราดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อภัยคุกคามร่วมกัน” นายเฟลมมิ่งกล่าวเสริม

ในพ.ศ. 2561 ออสเตรเลียสั่งห้ามการใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยในเครือข่าย5 จีของออสเตรเลียที่จะเริ่มขึ้นในอนาคตส่วนนิวซีแลนด์ก็ปิดกั้นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดจากการใช้เทคโนโลยีของหัวเว่ยในการดำเนินการ

ทั้งสองประเทศเป็นสมาชิกของเครือข่ายข่าวกรองไฟว์อายส์ซึ่งมีประเทศสมาชิกอื่นด้วยคือสหราชอาณาจักรแคนาดาและสหรัฐอเมริกา

อัยการหลายคนในสหรัฐอเมริกายังตั้งข้อหาบริษัทดังกล่าวโทษฐานการขโมยความลับทางการค้าโดยกล่าวว่าบริษัทเสนอรางวัลแก่พนักงานที่สามารถขโมยเทคโนโลยีจากคู่แข่งรายอื่นๆ

หัวเว่ยเป็นผู้จำหน่ายสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลกรองจากซัมซุงและเป็นผู้จัดหาชั้นนำด้านอุปกรณ์แกนหลักสำหรับเครือข่ายไร้สายทั่วโลกซึ่งหลายประเทศกำลังใช้เพื่อเริ่มนำเสนอเครือข่าย5 จี

สิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งการเชื่อมต่อแบบเกือบทันทีความจุของข้อมูลมหาศาลและเทคโนโลยีแห่งอนาคตเช่นรถยนต์ที่ขับขี่ด้วยตัวเอง

นายกัวผิงประธานบริษัทหัวเว่ยกล่าวว่ามาตรฐานความมั่นคง5 จีควรได้รับการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคไม่ใช่นักการเมืองและทางหัวเว่ยหวังว่าแต่ละประเทศจะพิจารณาตาม”ผลประโยชน์ของชาติไม่เพียงแค่ฟังคำสั่งของคนอื่น”

หุ้น