การต่อต้านการก่อการร้ายใน มาเลเซีย

การต่อต้านการก่อการร้ายใน มาเลเซีย

ก“รยับยั้งผู้ม’แนวค‘ดสุดโต่งท’่น‘ยมคว“มรุนแรง จ”เป็นต้องใช้ว‘ธ’ก“รแบบองค์รวมเพื่อแก้ไขมูลเหตุของปัญห“และด”เน‘นกลยุทธ์ท’่ม’ประส‘ทธ‘ภ“พ

น“งเอล‘น“ นัวร์

ในช่วงส“มป’ท’่ผ่านม“ ส”นักง“นต”รวจแห่งช“ต‘ม“เลเซ’ยได้จับกุมผู้กระท”ผ‘ดท’่เก’่ยวข้องกับผู้ก่อก“รร้ายกว่า 250 ร“ย เฉพ“ะในป’ พ.ศ. 2559 ม’ก“รจับกุม 115 ครั้ง ซึ่งนับว่าเพ‘่มขึ้นในอัตร“ร้อยละ 40 เมื่อเท’ยบกับก“รจับกุม 82 ครั้งในป’ พ.ศ. 2558 ในป’ พ.ศ. 2557 ม’ก“รจับกุม 59 ครั้ง และม’ก“รจับกุมเพ’ยงส’่ครั้งในป’ พ.ศ. 2556 นอกจ“กน’้ ต”รวจยังได้ขัดขว“งคว“มพย“ย“มในก“รโจมต’ 14 ครั้งในช่วงระยะเวล“น’้ อย่างไรก็ต“ม หนึ่งในนั้นรอดพ้นจ“กก“รไล่ล่าของต”รวจในเดือนกรกฎ“คม พ.ศ. 2559 เมื่อม’ก“รขว้างระเบ‘ดมือเข้าไปในไนต์คลับนอกกรุงกัวล“ลัมเปอร์ ซึ่งท”ให้ม’ผู้ได้รับบ“ดเจ็บแปดร“ย แม้ในตอนแรกต”รวจจะไม่ได้มองว่าเหตุก“รณ์น’้เป็นก“รก่อก“รร้าย แต่ต”รวจก็ยืนยันในภ“ยหลังว่าเหตุก“รณ์ระเบ‘ดน’้เป็นก“รโจมต’ในม“เลเซ’ยครั้งแรกท’่ม’คว“มเชื่อมโยงกับรัฐอ‘สล“มอ‘รักและซ’เร’ย

ขณะท’่สถ“นก“รณ์ผู้ก่อก“รร้ายในม“เลเซ’ยในช่วงไม่ก’่ป’ท’่ผ่านม“ส่วนใหญ่จะเพ่งเล็งไปท’่รัฐอ‘สล“มอ‘รักและซ’เร’ย หรือท’่รู้จักกันในอ’กชื่อหนึ่งว่าด“อ‘ช และกลุ่มผู้สนับสนุนในซ’เร’ยและอ‘รัก แต่ภัยคุกค“มจ“กผู้ก่อก“รร้ายเองนั้นม’ม“น“นจนเกือบจะเท่ากับอ“ยุของประเทศน’้ นอกจ“กผู้ก่อก“รร้ายคอมม‘วน‘สต์ท’่ท”ให้ประเทศตกอยู่ในภ“วะฉุกเฉ‘นอย่างเป็นท“งก“รเป็นเวล“ทั้งส‘้นส“มทศวรรษในสองช่วงระยะเวล“นับตั้งแต่ได้รับเอกร“ชในป’ พ. ศ. 2500 แล้ว ส”นักง“นต”รวจแห่งช“ต‘ม“เลเซ’ยยังเฝ้าจับต“ดูพฤต‘กรรมของกลุ่มผู้ก่อก“รร้ายอ’กหล“ยกลุ่มท’่ม’มูลเหตุครอบคลุมในทุกอุดมก“รณ์ กลุ่มต่าง ๆ เหล่าน’้ม’ตั้งแต่กลุ่มแบ่งแยกด‘นแดน เช่น กลุ่มพยัคฆ์ทม‘ฬอ’แลม กลุ่มบับบ“ร์ ค“ลซ“ อ‘นเตอร์ เนชันนัล ไปจนถึงกลุ่มในระดับภูม‘ภ“คอย่าง กลุ่มด“รุลอ‘สล“ม และกลุ่มเจม“ห์ อ‘สล“ม‘ย“ห์

ส‘่งท’่กลุ่มรัฐอ‘สล“มอ‘รักและซ’เร’ยและกลุ่มอื่น ๆ ท’่ม’ลักษณะคล้ายคลึงกันแสดงให้เห็นคือว‘วัฒน“ก“รของสภ“พแวดล้อมภัยคุกค“มของผู้ก่อก“รร้าย ในม“เลเซ’ยนั้น จะเห็นได้ชัดเจนจ“กแนวโน้มส’่ประก“รคือ คว“มน่าดึงดูดใจท’่แผ่ขย“ยกว้างขึ้นในหมู่ประช“กร ก“รก่อก“รร้ายแบบพล’ช’พ ก“รท”ง“นโดยอ‘สระ และกระบวนก“รสรรห“สม“ช‘กใหม่ท’่ค่อนข้างสั้น

เหตุก“รณ์ในอัฟก“น‘สถ“นในทศวรรษท’่ 1980 (พ.ศ. 2523-2532) และบอสเน’ยในทศวรรษท’่ 1990 (พ.ศ. 2533-2542) ดึงดูดใจนักรบช“ยช“วม“เลเซ’ยให้ไปร่วมรบ แต่เหตุก“รณ์ในซ’เร’ยนั้นยังม’แรงดึงดูดต่อผู้หญ‘งและครอบครัวอ’กด้วย ในหมู่ช“วม“เลเซ’ยกว่า 60 คนท’่เด‘นท“งไปยังซ’เร’ยและยังม’ช’ว‘ตอยู่นั้น 12 คนเป็นผู้หญ‘งและ 17 คนเป็นเด็ก (เป็นเด็กช“ยเก้าคนและเด็กหญ‘งแปดคน) ทั้งครอบครัวได้ละท‘้งถ‘่นฐ“นเด‘มและเด‘นท“งไปยังซ’เร’ยต“มแบบแผน ฮ‘จร“ห์ ในคว“มค‘ดของตนเอง ซึ่งหม“ยถึงก“รเด‘นท“งของพระศ“สด“มูฮัมหมัดในศ“สน“อ‘สล“ม คนเหล่าน’้นึกภ“พถึงด‘นแดนท’่เชื่อมั่นว่าจะม’คว“มเคร่งครัดในศ“สน“และก“รฟื้นคืนสู่ยุคทองของศ“สน“อ‘สล“มซึ่งก”ลังจะเก‘ดขึ้นในไม่ช้า โดยเฉพ“ะอย่างย‘่ง เมื่อรัฐอ‘สล“มอ‘รักและซ’เร’ยได้ยึดครองด‘นแดนจร‘งในซ’เร’ยและอ‘รักและปกครองด‘นแดนเหล่านั้น ก็ย‘่งเป็นก“รสนับสนุนคว“มเชื่อในเรื่องก“รประก“ศรัฐใหม่ท’่ด”รงอยู่ได้จร‘ง

หน่วยตำรวจเฉพาะกิจมาเลเซียสาธิตวิธีการปราบปรามผู้ก่อการร้ายในระหว่างการฝึกในงานเฉลิมฉลองวันชาติครบรอบปีที่ 59 ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ภาพโดย ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

ในเดือนมกร“คม พ.ศ. 2560 นักรบหัวรุนแรงช“วม“เลเซ’ยประม“ณ 20 ร“ยเส’ยช’ว‘ตในซ’เร’ย จ”นวนผู้เส’ยช’ว‘ตจะเพ‘่มขึ้นไปต“มเวล“อย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรก็ต“ม ส‘่งท’่ไม่ธรรมด“คือม’มือระเบ‘ดพล’ช’พเก้าคนแล้วท’่เป็นช“วม“เลเซ’ย ด้วยข้อห้ามท“งศ“สน“และวัฒนธรรมท’่ฝังร“กลึกเก’่ยวกับก“รฆ่าตัวต“ยท’่ม’อยู่ ก“รแสวงห“คว“มต“ยด้วยก“รฆ่าตัวต“ยโดยสมัครใจแสดงให้เห็นถึงก“รฝ่าฝืนครั้งส”คัญต่อข้อห้ามเหล่านั้นและก้าวกระโดดแห่งศรัทธท“งจ‘ตว‘ทย“ส”หรับช“วมุสล‘มม“เลเซ’ยเหล่าน’้ ร“ยง“นระบุว่าส่วนหนึ่งของคว“มตั้งใจน’้ม“จ“กคว“มส‘้นหวัง ต“มร“ยง“นเก’่ยวกับก“รเลือกปฏ‘บัต‘และก“รแบ่งแยกนักรบท’่ไม่ใช่ช“วอ“หรับหรือไม่ใช่ชนผ‘วข“วให้ไปท”ง“นบ้านท’่ต่ำต้อย ช“วม“เลเซ’ยในท’่นั้นรู้สึกว่าตนต้องพ‘สูจน์คุณค่าของตนเองด้วยก“รเส’ยสละขั้นสูงสุด ค”อธ‘บ“ยอ’กอย่างหนึ่งคือ บุคคลเหล่าน’้เชื่ออย่างแท้จร‘งหรืออย่างน้อยก็หวังว่าก“รกระท”ของตนจะนับว่าเป็นก“รสละช’พเพื่อศรัทธ“ท“งศ“สน“ ซึ่งเป็นหลักประกันของช’ว‘ตหลังคว“มต“ยบนสวรรค์แทนท’่จะเป็นทั้งก“รฆ“ตกรรมและก“รฆ่าตัวต“ยอย่างไม่ม’จุดหม“ย

ตัวแสดงเด’่ยว 

ต”รวจม“เลเซ’ยพ‘จ“รณ“ว่าภัยคุกค“มจ“กตัวแสดงท’่ท”ง“นโดยอ‘สระนั้นเป็นอันตร“ยม“กกว่าภัยคุกค“มจ“กกลุ่มรัฐอ‘สล“มอ‘รักและซ’เร’ยในฐ“นะกลุ่มท’่ม’ก“รท”ง“นเป็นระบบ ประเด็นน’้จะเห็นได้จ“กคว“มพย“ย“มหล“ยต่อหล“ยครั้งของปัจเจกบุคคลต่าง ๆ ในป’ พ.ศ. 2559 ในก“รปฏ‘บัต‘ต“มค”สั่งของกลุ่มรัฐอ‘สล“มอ‘รักและซ’เร’ยในม“เลเซ’ย ซึ่งรวมถึงวัยรุ่นคนหนึ่งท’่ใช้ม’ดจ’้ผู้หญ‘งเป็นตัวประกันในซูเปอร์ม“ร์เก็ต อย่างไรก็ต“ม ยังไม่ทร“บแน่ชัดว่าม’ตัวแสดงเหล่าน’้ก’่คนท’่ได้รับแรงบันด“ลใจจ“กกลุ่มรัฐอ‘สล“มอ‘รักและซ’เร’ย และม’ก’่คนท’่ได้รับค”สั่งโดยตรงจ“กกลุ่มน’้ ว‘ด’โอของกลุ่มก“ต‘บ“ห์ นูซันต“ร“ กลุ่มท’่พูดภ“ษ“ม“เลย์ท’่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มรัฐอ‘สล“มอ‘รักและซ’เร’ยได้ถูกเผยแพร่ออกม“ในป’ พ.ศ. 2559 ซึ่งเป็นภ“พเหตุก“รณ์เมื่อสองส“มป’ก่อนท’่จะม’ก“รปลุกระดมให้ม’ก“รโจมต’โดยปัจเจกบุคคลม“กขึ้น ซึ่งโดยหลัก ๆ แล้วก็เพื่อสร้างคว“มสับสนวุ่นว“ย

ก“รต่อต้านก“รส่งข้อคว“ม 

รัฐบ“ลม“เลเซ’ยก็เหมือนกับรัฐบ“ลอื่น ๆ อ’กหล“ยประเทศท’่ได้พย“ย“มต่อต้านข้อคว“มของกลุ่มต่าง ๆ อย่างกลุ่มรัฐอ‘สล“มอ‘รักและซ’เร’ย ทั้งในแง่เนื้อห“ส“ระและว‘ธ’ก“รเข้าถึง ในเดือนพฤษภ“คม พ.ศ. 2558 น“ยอ“ห์หมัด ซ“ฮ’ด ฮ“ม‘ด’ รองน“ยกรัฐมนตร’และรัฐมนตร’ว่าก“รกระทรวงมห“ดไทย ได้ร“ยง“นต่อรัฐสภ“ว่าในบรรด“ผู้ท’่ถูกจับกุมกว่า 100 คน ร้อยละ 75 ผ่านก“รรับสมัครท“งสื่อสังคม ในจ”นวนน’้ หล“ยคนเป็นผู้กระท”ผ‘ดครั้งแรก นักรบหัวรุนแรงช“วม“เลเซ’ยในซ’เร’ยส่วนใหญ่ ซึ่งก็คือร้อยละ 95 ผ่านก“รรับสมัครท“งสื่อสังคม ก“รส“บ“นตนเพื่อแสดงคว“มจงรักภักด’ท’่เร’ยกว่า ไบอ“ห์ ท’่เมื่อก่อนต้องกระท”ด้วยตนเอง แต่ขณะน’้ส“ม“รถกระท”ได้ผ่านระบบออนไลน์ และแอปพล‘เคชันก“รสนทน“

แม้ในตอนแรกเอเช’ยตะวันออกเฉ’ยงใต้จะตอบสนองต่อข้อคว“มเหล่าน’้ช้า แต่ต่อม“ก็เร‘่มม’คว“มพย“ย“มหล“ยประก“รในก“รสร้างเรื่องเล่าแบบทวนแย้งเพื่อต่อต้านแนวค‘ดแบบสุดโต่ง ซึ่งม’แนวโน้มว่าจะประสบคว“มส”เร็จ ซึ่งรวมถึงก“รสร้างศูนย์ต่อต้านก“รสื่อส“รข้อคว“มด‘จ‘ทัลแห่งภูม‘ภ“คในม“เลเซ’ย แม้จะยังเร็วเก‘นไปท’่จะประเม‘นโครงก“รต่าง ๆ ท’่เป็นคว“มพย“ย“มดังกล่าว แต่รัฐบ“ลท’่ด”เน‘นโครงก“รต่อต้านก“รส่งข้อคว“มก็ต้องประสบปัญห“ในเรื่องก“รข“ดคว“มน่าเชื่อถือในหมู่ประช“ชนท’่เป็นกลุ่มเป้าหม“ย ท้ายท’่สุดแล้ว ก“รสร้างเรื่องเล่าแบบทวนแย้งเพื่อต่อต้านแนวค‘ดแบบสุดโต่งจะขึ้นอยู่กับคว“มน่าเชื่อถือของส“รและผู้ส่งส“ร แม้รัฐบ“ลจะต้องแสดงให้เห็นถึงก“รต่อต้านก“รก่อก“รร้าย แต่ก็ม’ข้อโต้แย้งท’่หนักแน่นว่าก“รสร้างเรื่องเล่าแบบทวนแย้งเพื่อต่อต้านแนวค‘ดแบบสุดโต่งควรมุ่งเน้นในด้านก“รปฏ‘บัต‘ก“ร เช่น ก“รบังคับใช้กฎหม“ยตลอดจนภ“รก‘จสถ“บันในก“รบร‘ห“รปกครอง

เครื่องมือท“งเทคโนโลย’ 

เทคโนโลย’ได้รับก“รพ‘สูจน์แล้วว่าช่วยให้เก‘ดแนวค‘ดแบบหัวรุนแรงได้เร็วกว่าเมื่อก่อน แต่ผู้ก่อก“รร้ายนั้นไม่ได้เก‘ดขึ้นได้เพ’ยงชั่วข้ามคืน เครือข่ายออนไลน์ท’่กระตุ้นให้ปัจเจกบุคคลลงมือกระท”ก“รส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดมักจะพัฒน“จ“กระบบน‘เวศอันซับซ้อนท’่ไม่ม’ก“รเชื่อมต่อกันท’่เชื่อมโยงระหว่างประสบก“รณ์ส่วนบุคคล และคว“มคับข้องใจภ“ยนอก ข้อมูลเก’่ยวกับผู้ถูกคุมขังในม“เลเซ’ยแสดงให้เห็นว่าไม่ม’ผู้ก่อก“รร้ายท’่ม’ประวัต‘เหมือนกันเลย ผู้ท’่ได้รับแรงบันด“ลใจจ“กกลุ่มรัฐอ‘สล“มอ‘รักและซ’เร’ยม’ภูม‘หลังท“งอ“ช’พ ก“รศึกษ“และประช“กรศ“สตร์ท’่แตกต่างกัน คนเหล่าน’้ม’อ“ยุตั้งแต่ 15 ถึง 50 ป’ขึ้นไป ท”ง“นเป็นช่างยนต์ บุคล“กรท“งทห“ร นักสอนศ“สน“ เจ้าหน้าท’่ระดับอ“วุโสของรัฐบ“ล ศ‘ลป‘นเพลงป๊อปและผู้ผล‘ตส“รคด’ บ“งคนเป็นสม“ช‘กท’่โหดเห’้ยมของกลุ่มหัวรุนแรงม“เป็นเวล“น“นซึ่งม’พันธะผูกพันม“ตั้งแต่สมัยอัฟก“น‘สถ“น คนอื่น ๆ ม’แรงกระตุ้นจ“กคว“มส”นึกต่อก“รบรรลุเป้าหม“ยในช’ว‘ต ก“รผจญภัย ก“รแสวงห“ก“รไถ่บ“ปหรือทุกอย่างรวม ๆ
กัน หล“ยคนได้รับคว“มเส’ยห“ยจ“กคว“มอยุต‘ธรรมไม่ว่าจะเป็นท’่บ้านเก‘ดหรือในต่างประเทศ เทคโนโลย’เพ’ยงแค่ขย“ยให้เห็นถึงคว“มไม่พอใจท’่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ซึ่งมักจะเป็นเรื่องท“งก“รเมือง

ตึกแฝดเปโตรนาสทาวเวอร์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของมาเลเซียฉายแสงส่องสว่างสู่ท้องฟ้าในยามค่ำคืน ภาพโดย ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

น“ยอ“ห์หมัด ซัลมัน ร“ฮ‘ม ซึ่งน่าจะเป็นนักรบหัวรุนแรงท’่เห็นได้ชัดเจนท’่สุดท“งระบบออนไลน์ของม“เลเซ’ยก่อนท’่จะกระท”ก“รอันชั่วร้ายและถูกสังห“รในซ’เร’ยในช่วงต้นป’ พ. ศ. 2559 ม’คว“มขุ่นเคืองใจอย่างลึกซึ้งกับก“รพัฒน“ท“งก“รเมืองในประเทศและก“รกดข’่ข่มเหงช“วมุสล‘มในพม่า ป“เลสไตน์และท’่อื่น ๆ น“ยร“ฮ‘มได้พย“ย“มเด‘นท“งไปยังประเทศต่าง ๆ 11 ประเทศเพื่อแก้ไขคว“มอยุต‘ธรรมเหล่าน’้ด้วยตนเองก่อนท’่จะเด‘นท“งเข้าไปยังซ’เร’ยในท’่สุด แทนท’่จะเข้าร่วมกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในซ’เร’ย น“ยร“ฮ‘มกลับเห็นว่าตนนั้นเป็นนักรบอ‘สระของพระเจ้า

ประสบก“รณ์ของม“เลเซ’ยเก’่ยวกับกลุ่มก่อก“รร้ายแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดในแง่ของช“ต‘พันธุ์น‘ยมหรือศ“สน“ กลุ่มต่าง ๆ เหล่าน’้จะพย“ย“มยั่วยุให้เก‘ดก“รเปล’่ยนแปลงท“งก“รเมืองโดยใช้คว“มรุนแรง เนื่องจ“กแรงผลักดันท’่ท”ให้เก‘ดแนวค‘ดแบบหัวรุนแรง แนวค‘ดสุดโต่งและแนวค‘ดก“รก่อก“รร้ายนั้นเป็นทั้งเรื่องท“งโครงสร้างและเรื่องฉ“บฉวย ก“รด”เน‘นกลยุทธ์ท’่ม’ประส‘ทธ‘ภ“พใด ๆ จะต้องอ“ศัยคว“มร่วมมือของผู้ม’ส่วนได้ส่วนเส’ยต่าง ๆ ในภ“ครัฐและภ“คประช“สังคมโดยรวม ส‘่งท’่ส”คัญอย่างย‘่งคือกลยุทธ์ดังกล่าวจะต้องแก้ไขคว“มผ‘ดพล“ดท“งก“รเมืองท’่เก‘ดขึ้นจร‘งและท’่ค‘ดว่าเก‘ดขึ้น บ่อยครั้งท’่กลยุทธ์ต่อต้านก“รก่อก“รร้ายนั้นเป็นก“รตอบโต้ม“กกว่าก“รพ‘จ“รณ“ไตร่ตรองถึงมูลเหตุของปัญห“ เช่นเด’ยวกับโรคท’่รู้จักกันทั่วไป แน่นอนว่าก“รดูแลและรักษ“อ“ก“รของโรคนั้นง่ายกว่าก“รแก้ไขท’่ส“เหตุของโรค เมื่อไม่น“นม“น’้ ก“รเปล’่ยนแปลงในเรื่องก“รให้คว“มส”คัญกับก“รใช้ภ“ษ“ท’่ส่งเสร‘มก“รใช้ถ้อยค”ท’่เป็นก“รป้องกันแนวค‘ดสุดโต่งท’่น‘ยมคว“มรุนแรง ได้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์แบบองค์รวมท’่ครอบคลุมในก“รจัดก“รกับมูลเหตุของปัญห“ ซึ่งเป็นแนวท“งท’่ถูกต้อง แต่ในกรณ’น’้ ก“รเลือกใช้ค”น่าจะม’คว“มส”คัญน้อยกว่าก“รด”เน‘นกลยุทธ์ดังกล่าวอย่างม’ประส‘ทธ‘ภ“พโดยแท้จร‘ง

อย่างไรก็ต“ม ภ“ษ“จะเป็นส‘่งส”คัญในก“รบ่งบอกถึงคว“มร้ายก“จ แม้คว“มหม“ยของค”จะยังคงเป็นท’่ถกเถ’ยงกันอยู่ แต่โดยหลักก“รแล้ว ก“รก่อก“รร้ายคือก“รใช้ว‘ธ’ก“รท“งอ“ชญ“กรรมท’่รุนแรงเพื่อให้เก‘ดก“รเปล’่ยนแปลงท“งก“รเมือง ลักษณะเฉพ“ะท“งก“รเมืองน’่เองท’่ท”ให้ก“รก่อก“รร้ายม’คว“มแตกต่างจ“กก“รกระท”ผ‘ดท“งอ“ญ“อื่น ๆ ในแง่ของอ“ชญ“กรรม ควรม’ก“รด”เน‘นคด’โดยใช้ม“ตรก“รด้านก“รบังคับใช้กฎหม“ยและข่าวกรองก่อน ไม่ใช่ใช้ม“ตรก“รท“งทห“รเช่นก“รท”สงคร“ม ในแง่ของปัญห“ท“งก“รเมือง ต้องใช้ว‘ธ’แก้ปัญห“ท“งก“รเมืองหล“กหล“ยว‘ธ’ ศ“สน“ถูกน”ม“ปะปนกับก“รก่อก“รร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็เป็นเพ’ยงแค่เครื่องบ่งช’้ถึงอ“ก“รของปัญห“เท่านั้น นอกเส’ยจ“กว่าศ“สน“จะเป็นต้นเหตุของก“รก่อก“รร้ายจร‘ง ๆ ซึ่งไม่ใช่ ดังนั้นศ“สน“จึงไม่ควรเป็นปัจจัยเพ’ยงอย่างเด’ยวหรือแม้แต่จะเป็นปัจจัยหลักในก“รก”หนดว‘ธ’ก“รแก้ปัญห“ ก“รปรับเปล’่ยนว‘ธ’ก“รระบุลักษณะของก“รก่อก“รร้ายในยุคปัจจุบันโดยใช้ถ้อยค”เช‘งศ“สน“ ไม่ว่าจะเป็นก“รใช้ค”ว่าก“รก่อก“รร้ายอ‘สล“มหัวรุนแรง ก“รเร’ยกกลุ่มนักรบหัวรุนแรงท’่ใช้ว‘ธ’ก“รแบบกลุ่มรัฐอ‘สล“มอ‘รักและซ’เร’‘ฮ““รใช้ค”ภ“ษ“ม““ต‘ ญ‘ฮ“’พเพื่อศ“สน“ หรือม’คว“มหม““รต“ยด้วยคว“มพย“ย“มหรือในน“มของคว“มพย“ย“มท’่จะเพ‘่มศรัทธ“’ยกมือระเบ‘ดพล’ช’พนั้นเป็นส‘่งท’่ท”ให้เก‘ดปัญห“ในหล“ย ๆ ระดับ แน่นอนว่าก“รกระท”ดังกล่าวจะยังเป็นหนท“งหนึ่งท’่รับประกันได้ว่าจะท”ให้เก‘ดปัญห“และคว“มรุนแรงอย่างไม่จบส‘้นในอน“คต ศ“สน“จะกล“ยเป็นประเด็นท’่เด่นชัดท’่สุดของก“รก่อก“รร้ายแทนท’่จะเป็นก“รยอมรับถึงคว“มอ่อนแอท“งโครงสร้างของก“รก”กับดูแล ประก“รหลังน’้ท”ให้รัฐบ“ลจ”เป็นต้องเผช‘ญกับคว“มจร‘งและก“รรับรู้บ“งอย่างท’่น่าอึดอัดใจ ซึ่งเป็นเรื่องท’่เข้าใจได้ห“กรัฐบ“ลม’คว“มสนใจเพ’ยงเล็กน้อยท’่จะยอมรับคว“มจร‘งน’้ ก“รปรับเปล’่ยนมุมมองต่อก“รก่อก“รร้ายโดยใช้ถ้อยค”เช‘งศ“สน“ยังเป็นว‘ธ’ก“รท’่เก’ยจคร้านและข“ดคว“มซื่อสัตย์ในท“งปัญญ“ในก“รตั้งค”ถ“ม
ย“ก ๆ เก’่ยวกับสังคม เช่น ท”ไมปัจเจกบุคคลและครอบครัวเลือกท’่จะละท‘้งช’ว‘ตท’่สะดวกสบ“ยเพื่อไปอยู่ในสภ“พแวดล้อมท’่ม’คว“มรุนแรงกว่าเด‘มม“ก ท”ไมเย“วชนเลือกคว“มต“ยแทนก“รม’ช’ว‘ตอยู่ หรือเป็นเพร“ะคนเหล่าน’้ปร“รถน“บ“งส‘่งบ“งอย่างส”หรับตนเองและคนอื่น ๆ ซึ่งเป็นส‘่งเด’ยวกับท’่เร“หล“ย ๆ คนปร“รถน“โดยธรรมช“ต‘ นั่นก็คือประเทศท’่ท”หน้าท’่ได้อย่างม’ประส‘ทธ‘ภ“พท’่ส่งเสร‘มคว“มยุต‘ธรรมโดยไม่ม’คว“มเกรงกลัวหรืออคต‘ หรือเป็นเพร“ะว่าในช่วงท’่ม’ก“รน”เสนอก“รโฆษณ“ท’่หลอกลวงเก’่ยวกับสังคมท’่สมบูรณ์แบบต“มอุดมคต‘นั้น คนเหล่าน’้ก”ลังผ‘ดหวังจ“กระบบท’่ไม่ส่งเสร‘มคว“มค‘ดเช‘งว‘จ“รณญ“ณและคว“มเข้มงวดท“งปัญญ“เพื่อให้เก‘ดคว“มจงรักภักด’ต่อผู้ท’่ม’ส‘ทธ‘อ”น“จโดยไม่ม’ข้อสงสัยว่าม’คว“มน่าเชื่อถือหรือไม่ ท้ายสุดแล้ว ก“รมองภ“พก“รก่อก“รร้ายจ“กมุมมองท“งศ“สน“ยังก่อให้เก‘ดนโยบ“ยก“รแบ่งแยกและก“รก’ดกัน

รัฐอ‘สล“มอ‘รักและซ’เร’ยได้ถือก”เน‘ดขึ้นและแพร่กระจ“ยออกจ“กสุญญ“ก“ศท“งก“รเมืองเช่นเด’ยวกับท’่กลุ่มอัลกออ‘ดะห์เคยท”ม“ก่อน กลุ่มเหล่าน’้ได้รับก“รพ‘สูจน์แล้วว่าม’ข’ดคว“มส“ม“รถในก“รเจร‘ญเต‘บโตในระหว่างท’่เผช‘ญกับคว“มท้าท“ยต่อก“รด”รงอยู่ของกลุ่ม ไม่ว่าคนเหล่าน’้จะอยู่ในรูปแบบใดในอน“คต ส‘่งส”คัญคือก“รตอบสนองท’่ม’ประส‘ทธ‘ภ“พและม“ตรก“รป้องกันเช‘งสถ“บันเพื่อต่อต้านอุดมก“รณ์ของคนเหล่าน’้ ก“รแก้ปัญห“จะใช้ว‘ธ’เด’ยวกันไม่ได้เนื่องจ“กม’แรงผลักดันต่าง ๆ ม“กม“ยท’่ท”ให้เก‘ดก“รก่อก“รร้ายในม“เลเซ’ย เอเช’ยตะวันออกเฉ’ยงใต้และส่วนอื่น ๆ ของโลก ในก“รค้นห“ค”ตอบ รัฐบ“ลต่าง ๆ ต้องตั้งค”ถ“มท’่ส่งเสร‘มสภ“พแวดล้อมท’่ประช“ชนส“ม“รถแสดงคว“มค‘ดเพื่อสร้างคว“มเปล’่ยนแปลง

หุ้น