• Home »
  • ติดอันดับ »
  • การประมงผิดกฎหมายยังคงเป็นภัยคุกคามความมั่นคงทั่วโลก
การประมงผิดกฎหมายยังคงเป็นภัยคุกคามความมั่นคงทั่วโลก

การประมงผิดกฎหมายยังคงเป็นภัยคุกคามความมั่นคงทั่วโลก

เจ้าหน้าที่ฟอรัม

การต่อสู้กับการประมงผิดกฎหมายต้องใช้วิธีการร่วมมือหลายฝ่ายและการแก้ปัญหาแบบรัฐบาลโดยรวม จากขอบเขตของปัญหาและภัยคุกคามที่เป็นต้นเหตุของความมั่นคงทั่วโลก รายงานเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ที่เผยแพร่โดยศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และการระหว่างประเทศในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระบุ

การจัดการการประมงอย่างยั่งยืนที่ดีกว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเกือบร้อยละ 90 ของปริมาณปลาที่มีอยู่ทั่วโลกได้ถูกจับไปเกือบหมดหรือจนหมดแล้ว รายงานที่ชื่อว่า “การประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เป็นภัยคุมคามต่อความมั่นคงของประเทศ” ระบุ

“การประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมซึ่งคิดเป็นจำนวนประมาณร้อยละ 20 ของปลาที่จับได้ทั่วโลก ทำลายไม่เพียงแต่ความมั่นคงทางอาหารและความจำเป็นทางเศรษฐกิจเหล่านี้เท่านั้น แต่ยังเป็นภัยคุกคามความมั่นคงต่อสหรัฐฯ และหุ้นส่วนทั่วโลก” นายเกร็กกอรี โพลิง และนายคอเนอร์ โครนิน ผู้เขียนได้สรุปในรายงานดังกล่าว นอกจากนั้น การประมงผิดกฎหมายยังสนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรม ยาเสพติด และการค้ามนุษย์ และน่าจะสนับสนุนภัยคุกคามจากตัวแสดงอื่น ๆ ที่ไม่ใช่รัฐด้วย ซึ่งรวมถึงการปล้นสะดมในน่านน้ำทะเลและการก่อความไม่สงบด้วยอาวุธ ผู้เขียนรายงานระบุ

“การต่อสู้กับการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมให้ประสบผลสำเร็จจะต้องใช้ความพยายามในหลาย ๆ ด้านยาวนานหลายปี” ผู้เขียนระบุ รัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ บริษัทต่าง ๆ และผู้บริโภคต้องมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ผู้เขียนระบุ

รายงานตรวจสอบวิธีการต่าง ๆ ที่สำคัญซึ่งการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมบรรจบกับความกังวลด้านความมั่นคงของประเทศ วิธีการที่รัฐบาลและตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐจัดการกับปัญหา และสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องดำเนินการเพิ่มขึ้น เช่น ทะเลหลวงที่ไร้การควบคุมในบริเวณกว้างซึ่งอยู่นอกเขตอำนาจของประเทศใด ๆ 

ผู้เขียนกล่าวถึงข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการของรัฐเจ้าของท่าในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ว่าเป็นความทะเยอทะยานมากที่สุดและอาจเป็นความพยายามในระดับนานาชาติที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการต่อสู้กับการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เนื่องจากเป็นสนธิสัญญาที่มีผลผูกพันทางกฎหมายฉบับแรกที่จะดำเนินการดังกล่าว โดยในปี พ.ศ. 2552 องค์การอาหารและเกษตรกรรมนำข้อตกลงดังกล่าวมาใช้ ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2559 และมีผู้เข้าร่วม 51 ประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย (ภาพ: ตำรวจอินโดนีเซียมองดูรัฐบาลทำลายเรือต่างชาติเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2560 ซึ่งถูกจับกุมในขณะทำการประมงผิดกฎหมายในน่านน้ำของอินโดนีเซีย)

“น่าเสียดาย จนถึงขณะนี้ยังคงเห็นได้ชัดว่าจีนไม่ได้อยู่ในข้อตกลง” ผู้เขียนระบุ “โดยทั่วไปแล้ว จีนไม่ให้จอดเรือต่างชาติที่ท่าเรือของตน แม้ว่าเรือของจีนมักเป็นผู้ละเมิดกฎระเบียบการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม” อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนระบุว่าจีนได้ “มีส่วนร่วมในการเจรจาแบบทวิภาคีที่สร้างสรรค์กับสหรัฐอเมริกาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับวิธีการที่จะต่อสู้กับการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมได้ดีขึ้นที่ท่าเรือของตน”

ผู้เขียนระบุว่า รายละเอียดจำนวนมากของวิธีการในการประสานงานและนำมาตรการของรัฐเจ้าของท่าไปปฏิบัติยังคงจำเป็นต้องตกลงกัน ตัวอย่างเช่น “พนักงานสอบสวนในท่าเรือจำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรมให้ดีขึ้นในการค้นหาไม่ใช่เพียงปลาที่จับได้บนเรือ แต่ค้นหาหลักฐานของการก่ออาชญากรรมที่มักมาพร้อมกับการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เช่น ขบวนการค้ามนุษย์” ผู้เขียนระบุ

นอกเหนือจากการสนับสนุนการสร้างความแข็งแกร่งให้กับการนำมาตรการของรัฐเจ้าของท่าไปปฏิบัติ ผู้เขียนยังระบุความสำคัญลำดับต้น ๆ ต่อไปนี้เพื่อสนับสนุนการต่อสู้ ได้แก่

  • เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับการลงโทษทางอาญาสำหรับการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม
  • สร้างกรอบกฎหมายที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นสำหรับการจัดการทะเลหลวง
  • ปรับปรุงการแบ่งปันระบบการตรวจสอบเรือและระบบระบุข้อมูลโดยอัตโนมัติระหว่างประเทศต่าง ๆ
  • ปฏิรูปการอุดหนุนการประมงที่สร้างแรงจูงใจสำหรับการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม
  • เพิ่มความรับผิดชอบของประเทศที่เป็นเจ้าของธง
  • ปรับปรุงการแบ่งปันข้อมูลระหว่างองค์กรการจัดการประมงในภูมิภาคและองค์กรนานาชาติอื่น ๆ

“การตอบสนองจนถึงขณะนี้ไม่เพียงพอสำหรับขนาดของปัญหา” ผู้เขียนสรุป ประเทศต่าง ๆ ต้องตระหนักว่าการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม “เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงด้านอาหาร เศรษฐกิจที่ดี และธรรมาภิบาล รวมทั้งความมั่นคงของประเทศ”

หุ้น