การปราบปราม อาชญากรรมไซเบอร์ ที่ลักลอบซื้อขายสัตว์ป่า

การปราบปราม อาชญากรรมไซเบอร์ ที่ลักลอบซื้อขายสัตว์ป่า

อินเดียแก้ปัญหาการซื้อขายทางอินเทอร์ เน็ตที่ผิดกฎหมาย

นายสาโรช บานา

เว็บไซต์ได้มีการโฆษณาขาย ธาริวาลา ชัดดาร์ ซึ่งเป็นภาษาฮินดีแปลว่า “ผ้าปูลายทาง” คำนี้ยังเป็นรหัสที่หมายถึงหนังเสือ ซึ่งห้ามซื้อขายตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ลงนามโดย 183 ประเทศ อนุสัญญานี้ให้ความคุ้มครองสัตว์ป่า 5,000 ชนิดและพืชป่า 29,000 ชนิด ในตลาดต่างประเทศ หนังเสืออาจมีราคาซื้อขายมากกว่า 160,000 เหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 5 ล้านบาท) และเจ้าหน้าที่สืบสวนพบเสือที่ถูกสตัฟฟ์ที่มีราคาถึง 728,000 เหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 23 ล้านบาท)

แม้อินเทอร์เน็ตจะเป็นสื่อกลางในการซื้อขายสัตว์ป่าและพืชป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์มาหลายทศวรรษและส่งผลให้สัตว์และพืชหลายชนิดทั่วโลกมีจำนวนลดลง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ การลักลอบซื้อขายทางออนไลน์ดังกล่าวพบเห็นได้บ่อยขึ้นในอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีสัตว์และพืชที่มีความพิเศษและหลากหลาย

หนังสือที่ชื่อว่า สถานภาพของสภาพแวดล้อมของอินเดีย พ.ศ. 2560 ของศูนย์วิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในกรุงนิวเดลี ระบุว่าการลักลอบล่าสัตว์และอาชญากรรมต่อสัตว์ป่าในอินเดียเพิ่มขึ้นร้อยละ 92 จาก 15,800 คดีเป็น 30,382 คดีระหว่าง พ.ศ. 2557 ถึง พ.ศ. 2559 นอกจากนี้ ข้อมูลจากสมาคมพิทักษ์สัตว์ป่าของอินเดียยังระบุว่า ชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าที่ถูกล่าหรือซื้อขายอย่างผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นจาก 400 ชนิดใน พ.ศ. 2557 เป็น 465 ชนิดใน พ.ศ. 2559

กระทรวงสิ่งแวดล้อมของอินเดียเปิดเผยว่า เสือซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติของอินเดียมีจำนวนลดลง จาก 100,000 ตัวในศตวรรษก่อน เหลือเพียงประมาณ 2,226 ตัวในปัจจุบัน อินเดียเป็นที่อยู่ของเสือราว ๆ ร้อยละ 60 ของจำนวนเสือทั้งหมดในโลก กองทุนสัตว์ป่าโลกประมาณการว่า มีเสือเหลืออยู่ประมาณ 1,400 ตัวใน12 ประเทศทั่วโลก

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกาซีรังคาพบซากเสือลอยอยู่ในน้ำหลังเหตุน้ำท่วมบริเวณทุ่งบาโกริ ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2560
ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

เจ้าหน้าที่ทางการอินเดียกล่าวว่า เสืออย่างน้อย 15 ตัวจากทั้งหมด 74 ตัวที่ตายลงในช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม พ.ศ. 2560 ถูกฆ่าด้วยน้ำมือของพรานเถื่อน มีหกตัวที่ตายจากสาเหตุทางธรรมชาติ ส่วนอีก 53 ตัวนั้นยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุการตาย ใน พ.ศ. 2559 มีเสือตายไปทั้งหมด 122 ตัว โดยเป็นฝีมือของพรานเถื่อน 21 ตัว พรานเถื่อนยังฆ่านกยูงไป 340 ตัวในช่วง พ.ศ. 2558 ถึง พ.ศ. 2559 นับเป็นจำนวนที่สูงกว่า พ.ศ. 2557 เกือบสองเท่า

ผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าทางอินเทอร์เน็ตยังได้พุ่งเป้าไปที่แรดนอเดียวของอินเดีย ราคานอแรดในตลาดท้องถิ่นสูงถึง 1 ล้านรูปี (ประมาณ 15,625 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 490,000 บาท) และราคาจะสูงขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อนำไปขายเป็นยาเพิ่มพลังทางเพศในตลาดจีนหรือเวียดนาม รัฐบาลอินเดียรายงานว่าตั้งแต่ พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา พรานเถื่อนในรัฐอัสสัมได้ฆ่าแรดไปแล้วมากกว่า 260 ตัว นอกจากนี้ยังมีแรด 17 ตัวตายไประหว่างน้ำท่วมใหญ่ใน พ.ศ. 2559 และอีก 28 ตัวตายจากเหตุน้ำท่วมสองระลอกในปีนี้ พรานเถื่อนรู้ว่าการจะได้นอแรดมานั้นไม่จำเป็นต้องฆ่าแรด นอแรดไม่ได้งอกขึ้นมากจากกะโหลกของแรด มันประกอบด้วยเคราตินซึ่งเป็นโปรตีนที่พบในเส้นขน เล็บและกีบของแรด และสามารถตัดออกได้โดยที่แรดไม่ตาย

การหลบหนีกฎหมาย

อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางในการซื้อขายสัตว์ป่าข้ามประเทศที่ผิดกฎหมาย ซึ่งทำให้การตรวจหาตัวพวกลักลอบค้าสัตว์ป่านั้นทำได้ยากยิ่งขึ้น ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าเหล่านี้มีความเสี่ยงเพียงเล็กน้อยที่จะถูกเปิดโปงหรือตามตัวพบเพราะไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านเป็นเรื่องเป็นราวหรือต้องเดินเร่ขายสัตว์ป่าอย่างเมื่อก่อน ตอนนี้คนเหล่านี้สามารถตกลงซื้อขายทางออนไลน์จากพื้นที่ห่างไกลและพ้นจากการจับจ้องของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ลูกค้าจะส่งคำสั่งซื้อซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรหัส และจ่ายเงินทางออนไลน์เป็นค่าสินค้าที่ดูเหมือนจะถูกกฎหมายเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ

ยิ่งไปกว่านั้น องค์กรอาชญากรรมหลายรายเหล่านี้ยังมักจะมีความเชื่อมโยงทางการเมืองและได้รับการสนับสนุนทางการเงินเป็นอย่างดี ในคำตัดสินคดีผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่ารายหนึ่งเมื่อ พ.ศ. 2553 ศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลสูงสุดของอินเดียระบุในคำพิพากษาว่า สัตว์หลายชนิดกำลังจะสูญพันธุ์ไปเพราะ “พวกไร้มนุษยธรรมซึ่งบางคนมีนักการเมืองระดับสูงคอยหนุนหลัง”

“พรานเถื่อนตัวจริงได้เงินตอบแทนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในขณะที่บรรดาหัวหน้าขบวนการอาชญากรรมที่มีเส้นสายในต่างประเทศสามารถทำกำไรได้มหาศาล การลักลอบล่าสัตว์ป่าเป็นกิจกรรมผิดกฎหมายระหว่างประเทศที่ทำกันเป็นขบวนการ และทำรายได้มากมายให้อาชญากร” คำพิพากษาระบุ

การติดตามทางออนไลน์

อินเดียได้เพิ่มความพยายามในการขัดขวางผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าทางออนไลน์ดังกล่าว ในปี พ.ศ. 2559 นายอานิล มัดฮาฟ เดวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมของอินเดียได้เผยแพร่รายชื่อเว็บไซต์ที่ขายสัตว์ป่าหายากและชิ้นส่วนของสัตว์ป่า ซึ่งรวมถึง แอมะซอนอินเดีย, สแนปดีล, โอแอลเอกซ์ อินเดีย, อีเบย์ อินเดีย, อาลีบาบา อินเดีย และ
ควิกร์ การตรวจตรากิจกรรมออนไลน์โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศของอินเดียก็เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ในระดับรัฐบาลกลางและรัฐบาลของแต่ละรัฐ

สำนักงานควบคุมอาชญากรรมต่อสัตว์ป่าซึ่งตั้งอยู่ในกรุงนิวเดลี ได้รวบรวมรายชื่อเว็บไซต์มากกว่า 100 แห่ง สำนักงานควบคุมอาชญากรรมต่อสัตว์ป่าก่อตั้งขึ้นตามกฎหมายใน พ.ศ. 2550 เพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมต่อสัตว์ป่าในอินเดียโดยอยู่ภายใต้กระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ มาตราหนึ่งในกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่ากำหนดให้มีการรวบรวม ตรวจสอบและเผยแพร่ข่าวกรองเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมต่อสัตว์ป่าแก่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้ดำเนินการจับกุมอาชญากรดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที

เมื่อไม่นานมานี้ ทางการอินเดียได้ตรวจพบการลักลอบซื้อขายอวัยวะเพศกิ้งก่ามอนิเตอร์ตากแห้งทางออนไลน์ที่คนขายเรียกเป็นภาษาฮินดีว่า หัตถโชติ ซึ่งหมายถึง “มือที่พนมเข้าหากัน” ซึ่งเป็นรากพืชหายากที่ใช้เป็นเครื่องรางของขลังในพิธีกรรมทางศาสนาหรือเวทมนตร์ เว็บไซต์สำหรับการซื้อขายออนไลน์ เช่น แอมะซอน, สแนปดีล, อีเบย์ และอาลีบาบาที่มีการขายสินค้าตัวนี้ก็ไม่ทราบที่มาของสินค้า

“เราหวังว่าจะสามารถกวาดล้างสินค้าพวกนี้ให้หมดไปจากอินเทอร์เน็ตเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกคนร้ายหลอกให้ซื้อผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าโดยไม่รู้ตัว” นายโฮเซ ลูอิส หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและการสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายของกองทุนสัตว์ป่าของอินเดียและเป็นผู้ช่วยเปิดโปงการค้าผิดกฎหมายครั้งนี้ระบุ

การซื้อขายกิ้งก่ามอนิเตอร์เป็นความผิดตามกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าและยังเป็นเรื่องโหดร้ายทารุณด้วย หลังจากที่ถอดเล็บของมันออก คนจับกิ้งก่าจะมัดขากิ้งก่าเข้าด้วยกันเพื่อให้มันขยับเขยื้อนไม่ได้ จากนั้นก็จะใช้ไฟเผาตรงขาหนีบเพื่อให้อวัยวะเพศของมันโผล่ออกมามากพอที่จะตัดด้วยมีด สุดท้ายกิ้งก่าก็ตายอย่างทรมาน นายลูอิสกล่าว

อาชญากรขายกิ้งก่ามอนิเตอร์และชิ้นส่วนของมันโดยการโฆษณาลงในอินเทอร์เน็ตว่าเป็นยาเพิ่มพลังทางเพศ
ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

กองทุนสัตว์ป่าของอินเดียและสำนักงานควบคุมอาชญากรรมต่อสัตว์ป่าได้ริเริ่มการรณรงค์ทางออนไลน์เพื่อยุติการนำผลิตภัณฑ์จากสัตว์ไปทำพิธีทางไสยศาสตร์ในอินเดีย และดำเนินโครงการอื่นๆ เพื่อต่อสู้กับการลักลอบค้าสัตว์ป่าโดยทั่วไปในพื้นที่ไซเบอร์ นายลูอิสกล่าว

“สำนักงานคอยตรวจสอบเว็บไซต์เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อมองหาโฆษณาหรือข้อเสนอในลักษณะดังกล่าวเพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที” นางทิโลทามา วาร์มา ผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมอาชญากรรมต่อสัตว์ป่ากล่าว “เมื่อพิจารณาถึงความร้ายแรงของปัญหานี้ สำนักงานจึงได้ริเริ่มโครงการต่าง ๆ มากมาย เช่น การว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมไซเบอร์ให้ทำการตรวจสอบเว็บไซต์ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอเพื่อหาคำประกาศหรือข้อเสนอดังกล่าวบนอินเทอร์เน็ต รวมถึงการหารายละเอียดเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยและส่งข้อมูลให้กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีต่อไป”

นอกจากนี้ “หากการสอบสวนหรือการวิเคราะห์อาชญากรโดยสำนักงานควบคุมอาชญากรรมต่อสัตว์ป่าหรือหน่วยงานอื่นบ่งชี้ว่ามีคนต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เราจะขอรายละเอียดของบุคคลดังกล่าวจากประเทศที่เกี่ยวข้องผ่านทางสำนักงานกลางแห่งชาติ (ตำรวจสากล)” นางวาร์มากล่าว

สำนักงานควบคุมอาชญากรรมต่อสัตว์ป่าได้จัดการประชุมผู้แทนจากเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าออนไลน์ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2559 เพื่อแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังการลักลอบซื้อขายสิ่งผิดกฎหมายทางอินเทอร์เน็ต และหารือกันถึงวิธีการที่เว็บไซต์เหล่านี้จะสามารถช่วยสำนักงานควบคุมอาชญากรรมต่อสัตว์ป่าได้ นางวาร์มากล่าวและเพิ่มเติมว่า หลายเว็บไซต์มีเครื่องแม่ข่ายในต่างประเทศ และยากที่จะหาที่ตั้งของร้านค้า

การพุ่งเป้าไปที่ตลาดซื้อขาย

ความต้องการผลิตภัณฑ์จากสัตว์และพืชจากทั่วโลกเป็นปัจจัยขับเคลื่อนให้การลักลอบค้าสัตว์ป่าในอินเดียยังคงดำเนินอยู่ โดยมีสหรัฐฯ และจีนเป็นตลาดใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญบางรายกล่าวว่าผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่ากล้าขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพราะสหรัฐฯ เป็นผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์จากพืชและสัตว์ที่สามารถซื้อขายได้อย่างถูกกฎหมายและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2559 รัฐสภาสหรัฐฯ ได้ผ่านกฎหมายการกำจัด ต่อต้านและขัดขวางการลักลอบค้าสัตว์ป่า ส่งผลให้สหรัฐฯ มี “เครื่องมือเพิ่มเติมในการต่อสู้กับการลักลอบค้าสัตว์ป่า และส่งเสริมการดำเนินการของนานาชาติเพื่อยุติภัยคุกคามต่อมรดกทางธรรมชาติของเรา”

จีนก็เป็นตลาดใหญ่ของผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ยาแผนโบราณของจีนมีส่วนประกอบหลักเป็นพืชและสัตว์ประจำถิ่น นอกจากนี้ การบริโภคสัตว์ป่าในจีนยังเป็นผลมาจากความเชื่อที่ตกทอดกันมาซึ่งบางอย่างก็ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงว่า ผลิตภัณฑ์จากสัตว์บางชนิด เช่น อวัยวะเพศของเสือและนอแรด มีสรรพคุณช่วยเพิ่มพลังทางเพศ

ขณะที่จีนเป็นตลาดหลักของงาช้าง เวียดนามก็เป็นตลาดใหญ่ที่สุดของนอแรด ดร. ริชาร์ด โทมัส จากแทรฟฟิค ซึ่งเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังการค้าสัตว์ป่าที่ตั้งอยู่ในเมืองเคมบริดจ์ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างกองทุนสัตว์ป่าโลกและองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติกล่าว อย่างไรก็ตาม จีนได้ให้คำปฏิญาณว่าจะยุติการค้างาช้างภายในสิ้น พ.ศ. 2560 ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ราคางาช้างตกฮวบลงทั่วโลกและเพิ่มความหวังให้กับการอนุรักษ์ช้าง ตลาดจีนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการลักลอบล่าช้างในแอฟริกา ซึ่งแต่ละปีมีช้างถูกฆ่าตายกว่า 30,000 ตัว

การซื้อขายงาช้างระหว่างประเทศถูกสั่งห้ามตั้งแต่ พ.ศ. 2533 แต่หลายประเทศรวมทั้งสหรัฐฯ และจีนยังคงอนุญาตให้มีการขายงาช้างในประเทศได้ อย่างไรก็ตาม ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2559 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกระเบียบข้อบังคับเพื่อห้ามการซื้อขายดังกล่าว แต่มีข้อยกเว้นสำหรับของเก่าที่เป็นงาช้างและสินค้าประเภทอื่น ๆ
นอกจากงาช้างแล้ว ผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าอื่น ๆ ยังคงถูกส่งไปขายในจีนผ่านทางอินเดีย เนปาล พม่า บังกลาเทศและประเทศอื่น ๆ

ร้านค้าปลีกออนไลน์ เช่น แอมะซอน, อีเบย์, โอแอลเอกซ์ และ สแนปดีลระบุว่าตนได้ยกเลิกการขายสินค้าเหล่านี้แล้ว เว็บไซต์แอมะซอนอินเดียได้ระบุว่าตนได้ถอดสินค้าประเภท “ชิ้นส่วนของสัตว์” ทั้งสิ้น 296 รายการออกจากเว็บไซต์ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560 รวมถึงสินค้าประเภท “แร้วและกับดัก” อีก 104 รายการที่ประกาศขายโดยผู้ขายภายนอก “เว็บไซต์ของแอมะซอนไม่มีสินค้าพวกนี้แล้ว นอกจากนี้ เรายังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันไม่ให้มีการโฆษณาขายสินค้าดังกล่าวโดยไม่ทราบหรือไม่มีเจตนา” โฆษกของเว็บไซต์กล่าว ทางอีเบย์ระบุว่าจะต่อต้านการกระทำผิดทุกประเภท และได้กำหนดนโยบายต่อต้านการขายสินค้าดังกล่าวบนเว็บไซต์ของตน ส่วนทางโอแอลเอกซ์ก็แจ้งว่ากำลังดำเนินขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้เว็บไซต์จะไม่ประกาศขายสัตว์และนกที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ หน่วยพิทักษ์เสือแห่งรัฐมัธยประเทศของอินเดียซึ่งก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2551 โดยกรมป่าไม้ของรัฐเพื่อตรวจสอบการล่าสัตว์ป่าโดยผิดกฎหมาย ได้ส่งหนังสือบอกกล่าวไปยังบริษัทซื้อขายออนไลน์ อาทิ สแนปดีล, อินเดียมาร์ต, วิชแอนด์บาย และคราฟต์ คอมแพริซัน เนื่องจากมีการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าในช่องทางซื้อขายออนไลน์ของบริษัท บริษัทเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับการซื้อขายออนไลน์และการตรวจยึดผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับงานของกองทุนสัตว์ป่าของอินเดียและนายลูอิส ทางการอินเดียได้สั่งให้บริษัทเหล่านี้ลบเนื้อหาดังกล่าวทั้งหมดออกจากเว็บไซต์ของบริษัทและระบุถึงเหตุผลที่บริษัทเหล่านี้ควรปฏิบัติตาม สินค้าที่ถูกยึดประกอบด้วย หัตถโชติ รวมถึง สิยาร์สิงห์ ซึ่งเป็นกระจุกขนที่ขึ้นบนหัวของหมาใน ที่นำมาใช้ในการประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อที่ว่ามันมีเวทมนตร์ที่จะนำความมั่งคั่งมาให้และช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ครอบครอง

บริษัทขายของออนไลน์บางแห่งได้พยายามที่จะควบคุมการขายสินค้าผิดกฎหมายทางอินเทอร์เน็ต ใน พ.ศ. 2552 อีเบย์ได้ห้ามขายงาช้างในทุกช่องทางการซื้อขายของบริษัท ตลาดออนไลน์ของจีนอย่างอาลีบาบาและเถาเป่าก็ห้ามประกาศขายสัตว์ป่าใน พ.ศ. 2552 และพ.ศ. 2551 ตามลำดับ ตามรายงานของหน่วยเฉพาะกิจต่อต้านการค้าผิดกฎหมายขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ บริษัทซื้อขายออนไลน์อื่น ๆ เช่น เอ็ตซี ก็ห้ามขายสินค้าดังกล่าวใน พ.ศ. 2556 และเทนเซ็นต์ ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนและเป็นเจ้าของแอปพลิเคชันส่งข้อความออนไลน์อย่าง “วีแชต” และ “คิวคิว” ก็ได้ริเริ่มโครงการรณรงค์ภายใต้ชื่อ “เทนเซ็นต์เพื่อโลก ไม่สนับสนุนการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย” ใน พ.ศ. 2558

นายคามาล ดัตตา ผู้อำนวยการร่วมของสำนักงานควบคุมอาชญากรรมต่อสัตว์ป่ากล่าวว่า สำนักงานได้ส่งคำที่เป็นรหัสและตัวกรองให้เว็บไซต์ซื้อขายสินค้าออนไลน์ และขอให้เว็บไซต์เหล่านี้รายงานกิจกรรมที่น่าสงสัย นอกจากนี้ สำนักงานควบคุมอาชญากรรมต่อสัตว์ป่ายังได้จัดการฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ของตนเพื่อให้รู้เท่าทันกิจกรรมดังกล่าวและจัดการกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่าอย่างเหมาะสม ทางสำนักงานยังได้สนับสนุนโครงการพัฒนาขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ป่าไม้และตำรวจ จัดการประชุมระหว่างหน่วยงาน และสนับสนุนการให้ความรู้แก่ผู้คนที่อาศัยอยู่ใกล้กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

“เรากำลังประสานงานอย่างสร้างสรรค์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น หน่วยป้องกันรักษาป่า ตำรวจ ศุลกากร สำนักสืบสวนกลาง สำนักข่าวกรอง กองตำรวจสำรองและเอสเอสบี (ซึ่งมาจากภาษาฮินดีคือ ศาสตรา สีมา บาล แปลว่า ตำรวจตระเวนชายแดน) เพื่อให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ” นางวาร์มากล่าว “นอกจากนี้ ทางสำนักงานยังร่วมมือกับกองทัพเรือและหน่วยยามฝั่งของอินเดียในหมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์ ในอ่าวเบงกอล และอ่าวแมนนาร์กับหมู่เกาะลักษทวีปในทะเลลักกาดีฟ (ทะเลที่อยู่ระหว่างอินเดีย มัลดีฟส์ และศรีลังกาในมหาสมุทรอินเดีย) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบจับสัตว์ทะเลที่ผิดกฎหมาย”

การบรรลุผลสำเร็จในการจับกุมผู้กระทำผิด

สำนักงานควบคุมอาชญากรรมต่อสัตว์ป่าประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายในและพันธมิตรต่าง ๆ ในช่วง พ.ศ. 2556 ถึง พ.ศ. 2559 ทางสำนักงานได้ติดตามการลักลอบค้าสัตว์ป่า 725 คดี และจับกุมผู้กระทำผิดได้ 275 คน นางวาร์มากล่าว

นับตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นมา เมื่อกรมป่าไม้ของรัฐมัธยประเทศได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจเพื่อรับมือกับปัญหานี้โดยตรง สำนักงานควบคุมอาชญากรรมต่อสัตว์ป่าได้จับกุมผู้ต้องสงสัยอย่างน้อย 129 คนที่เกี่ยวข้องกับการล่าและการขายเกล็ดของตัวนิ่ม ซึ่งเชื่อกันว่ามีสรรพคุณทางยาและช่วยเพิ่มพลังทางเพศ ความต้องการสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใกล้สูญพันธุ์โดยลูกค้าชาวจีนได้กระตุ้นการซื้อขายที่ผิดกฎหมาย และทำให้พรานเถื่อนสร้างเส้นทางขนส่งb หลัก ๆ สามเส้นทางจากอินเดียตอนกลางไปยังประเทศจีน ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ เดอะฮินดูสถาน ไทมส์ ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 เส้นทางแรกเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าผ่านทางเนปาลและทิเบต เส้นทางที่สองผ่านพม่าไปยังลาวและไทย และเส้นทางที่สามผ่านรัฐอุตตราขัณฑ์ไปยังทิเบต สายข่าวรายหนึ่งเปิดเผยว่าคนร้ายมักจะขนยาเสพติดผิดกฎหมายไปพร้อมกับสินค้าเหล่านี้ด้วย

หนังสือพิมพ์ เดอะฮินดูสถาน ไทมส์ รายงานว่า ทางการอินเดียได้ตรวจยึดเกล็ดตัวนิ่มน้ำหนักประมาณ 5,900 กิโลกรัมในช่วง พ.ศ. 2552 ถึง พ.ศ. 2557 ซึ่งหมายความว่าในช่วงนั้นมีตัวนิ่มถูกฆ่าตายไปประมาณ 2,000 ตัว ในประเทศจีน เกล็ดตัวนิ่มมีราคา 2,500 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกิโลกรัม (หรือประมาณ 78,000 บาท)

“งานวิจัยของเราแสดงให้เห็นว่าในขณะที่ความถี่ของการยึดสินค้านั้นเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณเกล็ดตัวนิ่มที่ยึดได้กลับลดลงเรื่อย ๆ นั่นเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าประชากรตัวนิ่มในอินเดียกำลังลดจำนวนลง” นายราเชษฐ์ กุมาร โมหภัทรา ผู้เชี่ยวชาญด้านตัวนิ่มกล่าวกับหนังสือพิมพ์ เดอะฮินดูสถาน ไทมส์ นายโมหภัทราเป็นสมาชิกของคณะผู้เชี่ยวชาญด้านตัวนิ่มของสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ในทำนองเดียวกัน หนังสือพิมพ์ เดอะไทมส์ ออฟ อินเดีย รายงานว่า เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2560 หน่วยเฉพาะกิจพิเศษที่กำกับดูแลโดยกรมตำรวจแห่งรัฐมัธยประเทศได้เข้ายึดตะพาบน้ำและตะพาบหับที่ใกล้จะสูญพันธุ์รวมทั้งสิ้น 6,430 ตัวที่บ้านหลังหนึ่งในเขตอเมฐี ซึ่งนับว่าเป็นการปราบปรามการซื้อขายเต่าครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศ ในช่วง พ.ศ. 2558 ถึง พ.ศ. 2559 มีเต่าในอินเดียได้รับความช่วยเหลือมากถึง 37,267 ตัวหรือประมาณ 100 ตัวต่อวันตลอดปีนั้น ตามรายงานของศูนย์วิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบัน สัตว์หลายชนิดในอินเดียถูกคุกคามจากการลักลอบล่า ถิ่นที่อยู่ที่เล็กลง การพัฒนาแบบไร้ทิศทาง และนักล่าที่ต้องการล่าสัตว์ แม้อินเดียจะประสบความสำเร็จในการบังคับใช้กฎหมาย แต่ก็ยังมีงานอีกมากที่ต้องเร่งทำ การลักลอบค้าสัตว์ป่า การตัดไม้ทำลายป่าและการสูญเสียถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าไม่ได้เป็นเพียงปัญหาในระดับท้องถิ่นอีกต่อไป แต่เป็นปัญหาในระดับโลก ผู้เชี่ยวชาญการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการลักลอบค้าแนะนำว่า การแลกเปลี่ยนข้อมูลภายในประเทศและในระดับภูมิภาคเป็นหัวใจสำคัญในการเสริมสร้างเครือข่ายบังคับใช้กฎหมายให้มีความแข็งแกร่ง และการเพิ่มความเข้าใจและความมุ่งมั่นในการต่อสู้กับอาชญากรทางไซเบอร์ที่ลักลอบค้าสัตว์ พืชและสัตว์ป่าโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าหน้าอินเดียหลายคนชี้ว่าความต้องการของต่างประเทศเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้มีการลักลอบล่าและฆ่าสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์โดยไม่จำเป็น เจ้าหน้าที่กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการแก้ปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่าทางออนไลน์นั้น เราต้องจัดการกับปัจจัยที่ทำให้เกิดความต้องการสัตว์ป่าด้วยเช่นกัน

หุ้น