• Home »
  • ติดอันดับ »
  • การปล่อยเงินกู้ที่ “ไม่เป็นธรรม” ของจีนสร้างความกังวลเพิ่มขึ้น
การปล่อยเงินกู้ที่ “ไม่เป็นธรรม” ของจีนสร้างความกังวลเพิ่มขึ้น

การปล่อยเงินกู้ที่ “ไม่เป็นธรรม” ของจีนสร้างความกังวลเพิ่มขึ้น

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

เมื่อกลางเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2561 นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยกเลิกโครงการทางรถไฟและท่อส่งก๊าซธรรมชาติที่ได้รับเงินทุนจากจีนรวมมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 6.5 แสนล้านบาท) ตามรายงานของสื่อหลายแห่ง

“ในขณะนี้ เราให้ความสำคัญสูงสุดกับการลดหนี้สินของประเทศ ด้วยหนี้สินขนาดนั้น เราอาจล้มละลายได้หากไม่ระมัดระวัง มันเป็นผลงานของนายนาจิบ” นายมหาเธร์กล่าวถึงนายนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีคนก่อนหน้า ตามรายงานของสำนักข่าวญี่ปุ่นเกียวโดนิวส์ นายมหาเธร์ยกเลิกโครงการเหล่านี้ ซึ่งเป็นโครงการหลักในมาเลเซียของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน ระหว่างที่เดินทางไปจีน “นี่เป็นเรื่องของการกู้ยืมเงินมากเกินไปในจำนวนที่เราไม่สามารถหาใช้คืนได้ อีกทั้งในขณะนี้เรายังไม่มีความจำเป็นสำหรับโครงการเหล่านี้ในมาเลเซีย ซึ่งในอนาคตอาจใช่ แต่ในขณะนี้ยังไม่จำเป็น”

ความเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านของมาเลเซีย “การยกเลิกโครงการทางรถไฟและท่อส่งก๊าซธรรมชาติเป็นการขัดขวางแผนการของจีนตามโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางในมาเลเซียอย่างแน่นอน นอกจากนี้ โครงการที่ระงับไปยังส่งผลให้ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค เช่น เมียนมาร์ (พม่า) และอินโดนีเซีย ซึ่งต่างเตรียมที่จะเจรจากับจีนใหม่ในเรื่องโครงการต่าง ๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง” นายเบลค เบอร์เกอร์ นักวิเคราะห์ระดับภูมิภาคอธิบายในนิตยสารออนไลน์ที่ชื่อ เดอะดิโพลแมต ฉบับวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ประเทศที่ได้รับเงินกู้จากโครงการโครงสร้างพื้นฐานของจีนกำลังได้รับบทเรียนราคาแพง นั่นคือเงินสดที่ได้รับนั้นมาพร้อมกับบางอย่างที่ต้องเสียไป เช่น กระบวนการประมูลแบบปิด การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมกับแรงงานนำเข้าจากจีน และการสูญเสียทรัพย์สินทางยุทธศาสตร์ให้กับจีน

“เราไม่ต้องการตกอยู่ในสถานการณ์ของอาณานิคมสมัยใหม่ที่เกิดจากการที่ประเทศยากจนไม่สามารถแข่งขันกับประเทศที่มั่งคั่ง” นายมหาเธร์ (ภาพ) กล่าวต่อผู้สื่อข่าวระหว่างการแถลงข่าวที่ศาลาประชาคมในกรุงปักกิ่งหลังจากการประชุมกับนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา

นับเป็นเวลานานแล้วที่สหรัฐอเมริกามองว่าโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีนมีลักษณะของเศรษฐศาสตร์กำจัดคู่แข่ง ในโครงการลักษณะนี้ จีนจะมอบเงินทุนสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานให้กับประเทศต่าง ๆ เพื่อสร้างความพึ่งพิงทางการเงินของประเทศนั้น ๆ แล้วจะเข้ายึดอำนาจอธิปไตยเหนือทรัพย์สินเมื่อประเทศที่ประสบปัญหาทางการเงินเหล่านั้นไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ตามกำหนด ซึ่งเป็นวิธีการที่จีนใช้ในการเข้าควบคุมท่าเรือฮัมบันโตตาของศรีลังกาเมื่อต้น พ.ศ. 2561 ตามที่ระบุไว้ในรายงานประจำปีของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่เสนอต่อรัฐสภาสหรัฐฯ ซึ่งได้มีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561

“จีนคงคิดว่า ‘เราจะได้ของราคาถูกที่นี่’” นางค่อ อวี้เล้ง นักเศรษฐศาสตร์การเมืองที่กำลังศึกษาการลงทุนของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวต่อหนังสือพิมพ์ เดอะนิวยอร์กไทมส์ จีนได้ลงทุนในโครงการท่าเรือที่คล้ายกันที่เมืองไพรีอัสในกรีซ เมืองดาร์วินในออสเตรเลีย และสถานที่อื่น ๆ รายงานของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุ

ก่อนการเดินทางไปจีนในเดือนสิงหาคม นายมหาเธร์กล่าวว่าตนตั้งใจที่จะพูดคุยเรื่องข้อตกลงด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ “ไม่เป็นธรรม” ของจีน ซึ่งได้รับอนุมัติโดยนายนาจิบที่แพ้การเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 ท่ามกลางข่าวอื้อฉาวทางการเงินขนาดใหญ่ที่นายนาจิบต้องถูกดำเนินคดีเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ตามการรายงานของรอยเตอร์ นายมหาเธร์ได้ระงับโครงการเหล่านี้เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2561 เนื่องจากมีคำครหาด้านราคาและความไม่เหมาะสมของการรับสินบน นายนาจิบถูกกล่าวหาว่าจงใจทำข้อตกลงกับจีนที่ไม่เป็นผลดีต่อมาเลเซียเพื่อกู้คืนกองทุนการลงทุนของรัฐที่เต็มไปด้วยการฉ้อโกง และเพื่อรักษาอำนาจของตนไว้

ยกตัวอย่างเช่น บริษัทมาเลเซียอาจสร้างทางรถไฟยาว 688 กิโลเมตร และวางแผนที่จะเชื่อมต่อท่าเรือฝั่งทะเลจีนใต้กับท่าเรือฝั่งตะวันตกในช่องแคบมะละกาด้วยจำนวนเงินครึ่งหนึ่งของสัญญามูลค่า 1.34 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4.4 แสนล้านบาท) ที่บริษัทที่รัฐบาลจีนเป็นเจ้าของประมูลได้ นายมหาเธร์กล่าวต่อ เดอะนิวยอร์กไทมส์ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศจีนเป็นผู้ให้กู้เงินประมาณร้อยละ 85 ของโครงการผ่านเงินกู้ที่มีระยะเวลา 20 ปี และอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.5 เกียวโดนิวส์รายงาน

ในการยกเลิกข้อตกลงเหล่านี้ นายมหาเธร์มุ่งลดความตึงเครียดกับจีนซึ่งเป็นหุ้นส่วนทางการค้าขนาดใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย โดยการโยนความผิดส่วนใหญ่ไปที่นายนาจิบที่ได้ทำข้อตกลงแย่ ๆ เหล่านี้ “ความโง่เขลาเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย” นายมหาเธร์กล่าวต่อผู้สื่อข่าวเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2561 “เราจะโทษจีนในเรื่องนี้ไม่ได้”

อย่างไรก็ตาม จีนยังคงปล่อยเงินกู้ที่มีพิรุธในลักษณะเดียวกันนี้ให้กับประเทศต่าง ๆ ในอินโดแปซิฟิกและภูมิภาคอื่น ๆ “จีนรู้ว่าเมื่อตนปล่อยเงินกู้จำนวนมากให้กับประเทศที่ยากจน สุดท้ายแล้วจีนอาจต้องยึดโครงการนั้นมาเป็นของตัวเอง” นายมหาเธร์กล่าวระหว่างการสัมภาษณ์กับ เดอะนิวยอร์กไทมส์

หุ้น