การป้องปรามเชิงยุทธศาสตร์

การป้องปรามเชิงยุทธศาสตร์

พันธมิตรและหุ้นส่วนคือสิ่งสำคัญยิ่งต่อสถานะความมั่นคงในภูมิภาคอินโดเอเชียแปซิฟิก

พ.ต. แพทริก แอปเปิลเกต กองทัพอากาศสหรัฐฯ

ภูมิภาคอินโดเอเชียแปซิฟิกเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ต่อสหรัฐอเมริกามาเป็นเวลานาน ทั้งในด้านการค้า เศรษฐกิจและความมั่นคงของโลก ในอดีตนั้น แม้จะเห็นคุณค่าของประเทศหุ้นส่วนต่าง ๆ และยินดีที่จะทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับประเทศเหล่านี้ แต่ส่วนใหญ่แล้วสหรัฐฯ จะทำงานโดยลำพังในด้านการรักษาความมั่นคงและการป้องปราม อย่างไรก็ตาม ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งโลกาภิวัตน์ทางด้านตลาดเสรีและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทั่วโลก บวกกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกำลังของสหรัฐฯ ทำให้แนวคิดในการทำงานเปลี่ยนไปเป็นแนวทางที่สหรัฐฯ ตระหนักว่าพันธมิตรและหุ้นส่วนเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งต่อสถานะในการป้องปราม แม้กองกำลังสหรัฐฯ จะได้รับการฝึกและการเตรียมความพร้อมเพื่อปฏิบัติการโดยลำพังเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และบรรทัดฐานระหว่างประเทศ แต่พันธมิตรและหุ้นส่วนในภูมิภาคก็เป็นหนทางในการสร้างปัจจัยเสริมผลกระทบและปัจจัยทวีกำลังรบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปฏิบัติการด้านการป้องปราม

ทหารออสเตรเลีย ทหารนิวซีแลนด์ นาวิกโยธินสาธารณรัฐเกาหลี และนาวิกโยธินสหรัฐฯ ฝึกซ้อมการจู่โจมแบบสะเทินน้ำสะเทินบกที่หาดทกซูรี ประเทศเกาหลีใต้ ในระหว่างการฝึก ซาง ยอง 16
แอลลิสัน ลอตซ์/หน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 (พ.ศ. 2444-2543) การป้องปรามทางทหารส่วนใหญ่จะหมายถึงการป้องกันหรือการยับยั้งโครงการอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ซึ่งประกอบด้วยการแพร่กระจายอาวุธ การสร้างอาวุธและการใช้อาวุธ ความหมายนี้ยังคงมีความสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ ประเทศพันธมิตรและหุ้นส่วนพึ่งพาการป้องปรามนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ เพื่อยับยั้งการใช้อาวุธนิวเคลียร์และป้องกันการแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์

สหรัฐฯ เอง ก็ได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรและประเทศอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมไม่ให้ประเทศเหล่านี้จัดหาอาวุธนิวเคลียร์มาเป็นไว้ของตนเอง ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบที่บั่นทอนต่อเสถียรภาพของภูมิภาค ตัวอย่างหนึ่งของความพยายามนี้คือสถานการณ์อันต่อเนื่องในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเกาหลีเหนือได้แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถทางด้านนิวเคลียร์ของตนและขู่ว่าจะใช้อาวุธเพื่อแสดงความเป็นปรปักษ์ต่อประเทศเพื่อบ้าน ซึ่งรวมถึงสาธารณรัฐเกาหลีและญี่ปุ่น ทั้งสาธารณรัฐเกาหลีและญี่ปุ่นให้ความสำคัญในเรื่องความร่วมมือกับสหรัฐฯ และการปฏิบัติตามกฎหมายและบรรทัดฐานระหว่างประเทศเพื่อต่อต้านการแพร่กระจายอาวุธของเกาหลีเหนือโดยการไม่จัดหาอาวุธนิวเคลียร์มาไว้เป็นของตนเองเพื่อต่อต้านเกาหลีเหนือ

การปฏิบัติการป้องปรามที่กว้างขึ้น

การป้องปรามไม่ได้มุ่งเน้นที่นิวเคลียร์ และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บทสนทนาทั่ว ๆ ไปจะกลับมาเป็นการสนทนาที่มีความหมายแบบเดิม กว้าง ๆ การป้องปรามหมายถึงการปฏิบัติการและกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อยับยั้งไม่ให้ตัวแสดงที่เป็นรัฐหรือไม่ใช่รัฐดำเนินหนทางปฏิบัติที่อาจถูกมองได้ว่าเป็นการคุกคามผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และประเทศหุ้นส่วน ในแง่ที่เกี่ยวข้องกับภูมิภาคอินโดเอเชียแปซิฟิกมากขึ้นนั้น จะหมายถึงการกระทำที่เป็นการละเมิดบรรทัดฐานและกฎหมายระหว่างประเทศตามหลักจารีตประเพณี ในขอบเขตความหมายที่กว้างขึ้นนี้ สาธารณรัฐเกาหลีและญี่ปุ่นเป็นหุ้นส่วนและพันธมิตรที่สำคัญยิ่งต่อการปฏิบัติการป้องปรามของสหรัฐฯ

นายทหารสหรัฐฯ สาธิตวิธีการยิงปืนกลขนาดลำกล้อง .50 คาลิเบอร์ ต่อเจ้าหน้าที่ของกรมลาดตระเวนลำน้ำ กองทัพเรือไทย ในระหว่างการฝึกเพื่อสร้างความร่วมมือและความพร้อมทางเรือประจำปี พ.ศ. 2558 ที่อำเภอสัตหีบ ประเทศไทย จ.อ. โจชัว สก็อตต์/กองทัพเรือสหรัฐฯ

ความร่วมมือที่ผ่านมาระหว่างสาธารณรัฐเกาหลีและญี่ปุ่น ร่วมกับการปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในช่วงที่เผชิญกับความก้าวร้าวอย่างต่อเนื่องของเกาหลีเหนือ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของหุ้นส่วนและพันธมิตรในการปฏิบัติการป้องปราม ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 สหรัฐฯ ได้ดำเนินภารกิจการแสดงตนอย่างต่อเนื่องของเครื่องบินทิ้งระเบิด บี-1 และภารกิจการฝึกบินจากกวมไปยังสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งปฏิบัติอย่างเป็นกิจวัตร

ในระหว่างภารกิจนี้ เครื่องบินทิ้งระเบิด บี-1 ได้สนธิกำลังกับเครื่องบินขับไล่ของกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศแห่งประเทศญี่ปุ่นเพื่อฝึกบินหมู่ร่วมกันในทะเลจีนตะวันออกก่อนที่จะเข้าสู่คาบสมุทรเกาหลี หลังจากที่แยกตัวออกจากฝูงเครื่องบินขับไล่ของกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศแห่งประเทศญี่ปุ่น เครื่องบินทิ้งระเบิด บี-1 ได้ไปร่วมบินกับอากาศยานขับไล่ของกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีในเวลาต่อมาเพื่อทำการฝึกที่คล้ายคลึงกันในน่านฟ้าที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสาธารณรัฐเกาหลี ทั้งสองประเทศนี้ต่างมีการปฏิบัติการแบบทวิภาคีกับสหรัฐฯ และการวางแผนภารกิจดังกล่าวต้องมีการประสานงานอย่างละเอียดระหว่างทั้งสามประเทศ แม้ญี่ปุ่นและสาธารณรัฐเกาหลีจะมีความขัดแย้งทางการทูตและทางทหารในอดีต แต่ความร่วมมือและการสื่อสารระหว่างทั้งสองประเทศในปัจจุบันก็แสดงให้เห็นว่าทั้งคู่สามารถทำงานร่วมกันได้เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างสันติ และแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการก้าวข้ามความคับข้องใจในอดีตเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน จากนั้น สาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ จะสามารถมุ่งเน้นวิธีการทำงานร่วมกันเพื่อยับยั้งการรุกรานของเกาหลีเหนือพร้อมกับการป้องกันและการสนับสนุนซึ่งกันและกัน

ความสำคัญของความร่วมมือในระดับภูมิภาค

ความมุ่งมั่นต่อร่วมมือแบบเดียวกันนี้ สามารถนำไปใช้ได้กับพื้นที่อื่น ๆ ของภูมิภาคอินโดเอเชียแปซิฟิก ทะเลจีนใต้เป็นพื้นที่ที่พันธมิตรและหุ้นส่วนจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องปราม พื้นที่นี้เป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำระหว่างประเทศที่สำคัญและเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเสรีภาพในการเดินเรือและการปฏิบัติตามบรรทัดฐานสากลคือผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของทุกประเทศในภูมิภาคนี้ สหรัฐฯ สนับสนุนความร่วมมือระหว่างทุกประเทศในภูมิภาคนี้เพื่อระงับข้อพิพาทโดยใช้การสื่อสารตามหลักการของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเลและหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เช่น ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศว่าด้วยกฎหมายทางทะเล

ทหารไทยและทหารสหรัฐฯ เข็นรถที่ติดอยู่ในทรายในระหว่างการฝึกร่วมทางหาร คอบรา โกลด์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศไทย ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังดำรงความร่วมมือในหลายด้าน ๆ ในภูมิภาคนี้กับประเทศต่าง ๆ อาทิ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์และไทย เวียดนามเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจที่สำคัญแม้ว่าสองประเทศนี้จะเคยมีความขัดแย้งกันมาก่อน สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งเป็นองค์กรด้านมนุษยธรรม เศรษฐกิจ และมีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้นำที่สำคัญ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศเหล่านี้ได้ส่งเสริมให้มีความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลมากขึ้นเพื่อให้ทุกประเทศสามารถเข้าถึงเส้นทางสัญจรทางอากาศ เส้นทางสัญจรทางน้ำ และแหล่งทรัพยากรระหว่างประเทศได้อย่างเท่าเทียมกัน

ความร่วมมือเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจร่วมกันของประเทศหุ้นส่วนในเรื่องความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศและการแก้ปัญหาข้อพิพาทอย่างสันติ โดยปฏิบัติตามบรรทัดฐานและกฎหมายระหว่างประเทศ การทำงานร่วมกันกับสหรัฐฯ ในฐานะหุ้นส่วนเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้มีการป้องปรามที่ต่อเนื่องในทะเลจีนใต้

เพื่อรักษาความมั่นคงของชาติและดำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของชาติ สหรัฐฯ จะทำงานร่วมกับหุ้นส่วนและพันธมิตรในภูมิภาคอินโดเอเชียแปซิฟิกในทุก ๆ วันต่อไป ความร่วมมือเหล่านี้เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดที่แสดงให้เห็นถึงการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเคารพและการปกป้องเส้นทางเข้าสู่พื้นที่สัญจรทางอากาศ ทางน้ำ แหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นพื้นที่ส่วนรวมของโลก และการปกป้องเขตเศรษฐกิจจำเฉพาะ ในขณะเดียวกับที่ปกป้องอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดน ความร่วมมือแบบพหุภาคีที่ชัดเจนจะช่วยยับยั้งความก้าวร้าวและทำให้ชาติต่าง ๆ ในภูมิภาคเข้าใจว่า การแก้ไขความขัดแย้งโดยลำพังด้วยการใช้กำลังนั้นจะไม่ก่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ตนเอง ไม่ว่าจะในทางการเมือง ทางเศรษฐกิจหรือทางทหาร

หุ้น