• Home »
  • ติดอันดับ »
  • การลงทุนจำนวนมากของจีนในโครงการท่าเรือมี “แรงจูงใจแอบแฝง” ผลการศึกษาระบุ
การลงทุนจำนวนมากของจีนในโครงการท่าเรือมี “แรงจูงใจแอบแฝง” ผลการศึกษาระบุ

การลงทุนจำนวนมากของจีนในโครงการท่าเรือมี “แรงจูงใจแอบแฝง” ผลการศึกษาระบุ

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีนที่มีมูลค่าถึงล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยส่วนใหญ่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มการแสดงกำลังทางทหารของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกและภูมิภาคอื่น ๆ เป็นหลัก ผลการศึกษาใหม่ระบุ

จีนกล่าวอ้างว่าการลงทุนในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางมุ่งที่จะสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจเพื่อผลประโยชน์ของทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม รายงานของศูนย์ศึกษาการป้องกันขั้นสูง ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยที่ไม่แสวงหาผลกำไรของสหรัฐฯ ระบุว่า “รัฐบาลจีนกำลังพยายามใช้ประโยชน์จากขีดความสามารถทางภูมิศาสตร์การเมืองของโครงการท่าเรือของจีน”

“การลงทุนในท่าเรือของรัฐบาลจีนสร้างข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ มีลักษณะของแผนการเข้าควบคุมร่วม และแสดงข้อบ่งชี้ถึงแรงจูงใจแอบแฝง” นายเบน สเปแว็ก และนายเดวิน ธอร์น ผู้เขียนรายงานระบุ โดยทั้งสองได้ศึกษาโครงการท่าเรือที่จีนลงทุนรวม 15 โครงการ ซึ่งอยู่ในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกเป็นส่วนใหญ่

การลงทุนของจีนในโครงการท่าเรือและโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องมีเป้าหมายที่จะสร้างอิทธิพลทางการเมืองและสร้าง “ประเทศที่สนับสนุนทางยุทธศาสตร์” ตามความเห็นของนักวิเคราะห์ชาวจีนที่ทำการวิจัยสำหรับรายงานของศูนย์ศึกษาการป้องกันขั้นสูง เช่น ทุกข้อตกลงล้วนอยู่ในพื้นที่ที่มีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ ให้อำนาจควบคุมทางการเงินและการเมือง และเป็นการแสดงตนของพรรคคอมมิวนิสต์จีน นักวิเคราะห์ชาวจีนกล่าวถึงท่าเรือเหล่านี้ว่าเป็น “จุดสนับสนุนทางยุทธศาสตร์” ซึ่งจีนวางแผนที่จะตั้งเครือข่ายศูนย์รวมโลจิสติกส์เพื่อขยายการแสดงตนทางทหารและกองทัพเรือ ผู้เขียนทั้งสองระบุ โดยทั้งสองได้พูดคุยกับนักวิเคราะห์ชาวจีนจำนวน 50 คนและได้ศึกษาโครงการท่าเรือที่จีนลงทุนในออสเตรเลีย บังกลาเทศ กัมพูชา จิบูตี อินโดนีเซีย มาเลเซีย โอมานและศรีลังกา รวมถึงประเทศอื่น ๆ

“นักวิเคราะห์ชาวจีนมีความเห็นว่า จีนสามารถรักษาความสามารถในการเข้าถึงเส้นทางคมนาคมทางทะเล หลีกเลี่ยงสภาวะกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกเกี่ยวกับช่องแคบมะละกา (การพึ่งพิงการขนส่งน้ำมันร้อยละ 80 ของปริมาณน้ำมันทั้งหมดของประเทศจากมหาสมุทรอินเดียและช่องแคบมะละกา) และก้าวผ่านข้อจำกัดจากอิทธิพลต่างชาติ” ผู้เขียนทั้งสองค้นพบ “ที่ใดก็ตามที่มีธุรกิจจีน เรือรบจีนจะมีจุดสนับสนุนด้านการขนส่ง” นายเติ้ง เซียนอู ผู้บัญชาการเรือรบฉางไป๋ซานแห่งกองทัพเรือของกองทัพปลดปล่อยประชาชนกล่าวเมื่อ พ.ศ. 2559 รายงานระบุ

พรรคคอมมิวนิสต์จีนใช้โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางในการลดอำนาจอธิปไตยของศรีลังกาผ่านการให้กู้ยืมเงินด้วยเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจควบคุมท่าเรือฮัมบันโตตาและความได้เปรียบในนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลศรีลังกา ซึ้อการแสดงตนทางความมั่นคงที่ท่าเรือกวาดาร์ในปากีสถาน และน่าจะละเมิดกฎหมายกัมพูชาด้วยข้อตกลงที่ไม่โปร่งใสที่ให้อำนาจควบคุมแก่พรรคคอมมิวนิสต์จีนเหนือพื้นที่ร้อยละ 20 ของชายฝั่งกัมพูชา รายงานระบุ ข้อตกลงนี้ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ โครงการพัฒนาเกาะกง ได้ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ ความเสื่อมโทรมทางสิ่งแวดล้อม และข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกัมพูชา รายงานระบุ (ภาพ: นักเดินเรือชาวปากีสถานยืนประจำการระหว่างที่เรือจีนที่บรรทุกของเต็มเรือเตรียมออกจากท่าเรือกวาดาร์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน ประมาณ 700 กิโลเมตร เมื่อ พ.ศ. 2559) ปากีสถานได้ให้เงินสนับสนุนกองกำลังพิเศษ 15,000 นายเพื่อปกป้องโครงการในลักษณะดังกล่าวหลายโครงการในระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน ผลการศึกษาของศูนย์ศึกษาการป้องกันขั้นสูงระบุ

กระทรวงการต่างประเทศจีนปฏิเสธผลการศึกษาของรายงานฉบับนี้ โดยโต้กลับในคำแถลงว่า “จีนไม่ได้กำลังเล่นเกมภูมิศาสตร์การเมือง” ตามการรายงานของดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกควรนำบทเรียนที่ได้รับจากภูมิภาคอินโดแปซิฟิกไปปรับใช้ในภาคส่วนการลงทุนอื่น ๆ ที่จีนกำลังเล็งอยู่เช่นกัน รายงานระบุ

“เมื่อสามารถมองแรงจูงใจและเจตนาโดยนัยของการลงทุนเหล่านี้อย่างกระจ่างยิ่งขึ้น ประเทศและชุมชนต่าง ๆ สามารถชั่งน้ำหนักระหว่างผลประโยชน์และข้อเสียเปรียบของเงินลงทุนของจีนที่อาจส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพในระยะยาวได้อย่างถูกต้องมากขึ้น” รายงานสรุป “หากประเทศต่าง ๆ ไม่เรียนรู้จากบทเรียนของภูมิภาคอินโดแปซิฟิก จีนจะยังคงใช้ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงที่อาศัยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างอิทธิพลทางการเมือง การลักลอบขยายการแสดงตนทางทหารของรัฐบาลจีน และการสร้างสภาพแวดล้อมในเชิงยุทธศาสตร์ที่เอื้อต่อจีน”

มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามของจีนในลักษณะเดียวกันนี้ทั่วโลก รายงานระบุ ยกตัวอย่างเช่น ใน พ.ศ. 2559 บริษัทไชนา ชิปปิง ของรัฐบาลจีนได้ซื้อหุ้นในจำนวนที่ให้อำนาจควบคุมคือร้อยละ 67 ของท่าเรือไพรีอัสในกรีซ ซึ่งถือเป็นการซื้อฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่มั่นคงในยุโรป รายงานระบุ ในปีเดียวกันนั้น กลุ่มแลนด์บริดจ์ ซึ่งอยู่ในเครือของกองทัพปลดปล่อยประชาชนและฝ่ายงานแนวร่วมแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนและกำลังสร้างท่าเรือดาร์วินของออสเตรเลีย ได้เข้าซื้อท่าเรือเกาะมาร์การิตาในปานามาเช่นกันเป็นจำนวนเงินประมาณหนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท) ใน พ.ศ. 2560 ปานามาได้ยกเลิกความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน

หุ้น