• Home »
  • ติดอันดับ »
  • การหารือเรื่องอินโดแปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้างเป็นประเด็นหลักของการประชุมแชงกรีลา พ.ศ. 2562
การหารือเรื่องอินโดแปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้างเป็นประเด็นหลักของการประชุมแชงกรีลา พ.ศ. 2562

การหารือเรื่องอินโดแปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้างเป็นประเด็นหลักของการประชุมแชงกรีลา พ.ศ. 2562

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

การอภิปรายเกี่ยวกับวิธีรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและประเทศชาติในอินโดแปซิฟิกมีขึ้นในระหว่างการประชุมแชงกรีลา พ.ศ. 2562 ซึ่งจัดในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่สิงคโปร์ โดยสถาบันเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ระหว่างประเทศซึ่งเป็นองค์กรวิจัยอิสระ

จีนและสหรัฐฯ ต้องหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง มิฉะนั้นเศรษฐกิจโลกจะเกิดความบอบช้ำ นายลี เซียน ลุงนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์กล่าวระหว่างการปราศรัยหลัก เวทีเสวนาดังกล่าวมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงจาก 57 ประเทศเข้าร่วม รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเข้าร่วมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ พ.ศ. 2554

“แม้จะเป็นความขัดแย้งอย่างฉับพลันในช่วงสั้น ๆ แต่ความตึงเครียดและความไม่แน่นอนที่ยืดเยื้อจะสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง” นายลีกล่าว “ในแง่ของเศรษฐกิจ การสูญเสียจะไม่ใช่แค่หนึ่งหรือสองเปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศทั่วโลก แต่เป็นการสูญเสียผลประโยชน์มหาศาลของตลาดและห่วงโซ่ผลิตภัณฑ์ยุคโลกาภิวัตน์”

ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เป็นประเด็นสำคัญในการประชุมด้านความมั่นคงประจำปีดังกล่าว “จีนสามารถและควรสร้างความสัมพันธ์แบบมีส่วนร่วมกับภูมิภาคอื่น ๆ” นายแพทริค ชานาฮาน รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวที่เวทีเสวนาในการประชุมใหญ่หลังจากการปราศรัยของนายลีเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน

“แต่พฤติกรรมที่กัดกร่อนอำนาจอธิปไตยชาติอื่นและสร้างความเคลือบแคลงต่อเจตนารมณ์ของจีนต้องสิ้นสุดลง จนกว่าจะเป็นเช่นนั้น เราขอยืนหยัดต่อต้านการมองอนาคตแบบขาดวิสัยทัศน์ คับแคบ และมองแต่ประโยชน์ส่วนตน และขอสนับสนุนความสงบเรียบร้อยที่มีเสรีและเปิดกว้างซึ่งให้ประโยชน์แก่เราทุกคน รวมทั้งจีน”

ระหว่างการปราศรัยของนายชานาฮาน สหรัฐฯ เปิดเผยรายงานยุทธศาสตร์เกี่ยวกับอินโดแปซิฟิกซึ่งมีหัวข้อว่า “การเตรียมความพร้อม ความร่วมมือ และการส่งเสริมภูมิภาคที่เป็นเครือข่าย” เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2562 โดยรายงานดังกล่าวระบุถึงวิธีที่สหรัฐฯ ประเทศพันธมิตร และหุ้นส่วนจะทำให้อินโดแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่เสรีและเปิดกว้างได้สำเร็จ หนึ่งในนั้นคือ “ทุกประเทศ ไม่ว่าจะมีขนาดใดก็ตาม ต้องสามารถใช้อำนาจอธิปไตยได้โดยปราศจากการบีบบังคับจากประเทศอื่น ๆ” และ “ที่ส่งเสริมการเติบโตและความสัมพันธ์อย่างยั่งยืนในภูมิภาค”

นายชานาฮานและ พล.อ. เว่ย เฟิงเหอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีน (ภาพ) พบปะกันในวันที่ 31 พฤษภาคม หนึ่งวันก่อนเริ่มการประชุมที่สิงคโปร์ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนมองว่าเป็นสัญญาณที่ดี

ระหว่างช่วงสนทนาถามตอบหลังจากการปราศรัยของ พล.อ. เว่ย ที่เวทีเสวนาในวันถัดมา ซึ่งคือวันที่ 2 มิถุนายน เขากล่าวว่า “ความขัดแย้ง การเผชิญหน้าระหว่างประเทศต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงระหว่างจีนและสหรัฐฯ ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ และไม่ได้เป็นประโยชน์สำหรับทั้งโลก ผมเคยพูดคุยกับรัฐมนตรีแมททิส (นายจิม แมททิส อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม) ในอดีตและนั่นเป็นฉันทามติของเรา นอกจากนี้ ผมยังได้พูดคุยกับรักษาการรัฐมนตรีชานาฮานและเราก็มีความเข้าใจตรงกันด้วย จีนและสหรัฐฯ เป็นสองประเทศที่สำคัญ และไม่มีใครเอาชนะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ ความสัมพันธ์อันดีและมีเสถียรภาพระหว่างจีนและสหรัฐฯ โดยเฉพาะความสัมพันธ์อันดีและมีเสถียรด้านการทหารของทั้งสองประเทศ มีความสำคัญอย่างมากกับทั้งสองฝ่าย อีกทั้งความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพระหว่างทหารกับทหาร ยังมีความสำคัญต่อเสถียรภาพและความสงบสุขของทั้งภูมิภาคด้วย”

คำกล่าวของ พล.อ. เว่ยไม่ตรงกับการกระทำของจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแต่อย่างใด เช่น การก่อสร้างและการจัดกำลังทางทหารบนเกาะเทียมในทะเลจีนใต้ รวมทั้ง “การแผ่ขยายแนวทางเข้าถึงสิ่งที่เป็นของจีน” ในภูมิภาคนี้ ตามที่ผู้เข้าร่วมการประชุมหลายรายชี้ให้เห็น

นายชานาฮานกล่าวบนเวทีเสวนาว่าสหรัฐฯ จะไม่ “บ่ายเบี่ยง” กับพฤติกรรมที่ก้าวร้าวของจีนในภูมิภาคนี้อีกต่อไป

“ภัยคุกคามระยะยาวที่ใหญ่หลวงที่สุดต่อประโยชน์สำคัญของประเทศต่าง ๆ ทั่วทั้งภูมิภาคนี้ อาจมาจากผู้ที่พยายามบ่อนทำลาย มากกว่าที่จะพยายามยึดถือตามกฎระเบียบความสงบเรียบร้อยระหว่างประเทศ” นายชานาฮานกล่าว

นายชานาฮานกล่าวว่าสหรัฐฯ ลงทุนกับเทคโนโลยีทางทหารแบบใหม่เพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น รวมทั้งรักษาความเหนือชั้นและความสามารถทางทหารในการปกป้องพันธมิตรและหุ้นส่วนในภูมิภาค

“อินโดแปซิฟิกเป็นยุทธบริเวณที่สำคัญที่สุดของเรา เราอยู่ในที่ที่เหมาะสมแล้ว เรากำลังลงทุนในภูมิภาคนี้” เขากล่าวเสริมว่าจะมีการลงทุนทางทหารเพิ่มขึ้นอีกมากในช่วงห้าปีข้างหน้า

“เราต้องการทำให้มั่นใจว่าไม่มีศัตรูคนใดเชื่อว่าจะบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมืองได้สำเร็จด้วยการใช้กองกำลังทหาร” นายชานาฮานกล่าว เช่น เขากล่าวว่าเกาหลีเหนือ “ยังคงเป็นภัยคุกคามที่ไม่ธรรมดาและต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง”

นายชานาฮานกล่าวว่าจีนและสหรัฐฯ จำเป็นต้องพัฒนาความสัมพันธ์ในเชิงสร้างสรรค์เพื่อแข่งขันกันในทางบวก “การแข่งขันไม่ได้หมายถึงความขัดแย้ง และการแข่งขันไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว เราควรยอมรับโอกาสในการแข่งขัน โดยมีเงื่อนไขว่าทุกคนต้องเล่นตามกฎกติกาสากลที่ตั้งขึ้น”

“ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้เกี่ยวกับการสร้างความรุ่งเรืองให้กับภูมิภาค” เราต้องการความมั่นคง ความมั่นคงจะช่วยสนับสนุน แต่นี่เป็นเรื่องของการสร้างความรุ่งเรือง ผมมั่นใจว่ายังมีโอกาสอยู่ แต่จะต้องอยู่ในบรรทัดฐานทางสังคมและกฎระเบียบรวมถึงการสื่อสารกัน แล้วเราถึงจะเริ่มการแข่งขันได้”

หุ้น