• Home »
  • ติดอันดับ »
  • ข้อตกลงด้านเรือดำน้ำส่งสัญญาณถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างอินโดนีเซียและเกาหลีใต้
ข้อตกลงด้านเรือดำน้ำส่งสัญญาณถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างอินโดนีเซียและเกาหลีใต้

ข้อตกลงด้านเรือดำน้ำส่งสัญญาณถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างอินโดนีเซียและเกาหลีใต้

ทอม แอบกี

การมาถึงของเรือดำน้ำเคอาร์ไอ อาร์ดาเดดาลี 404 ในอินโดนีเซียเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 นับเป็นอีกก้าวสำคัญในความสัมพันธ์ด้านกลาโหมที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างอินโดนีเซียและเกาหลีใต้ เรือดำน้ำอาร์ดาเดดาลีเป็นเรือดำน้ำลำที่สองที่ผลิตโดยบริษัทแดวู ชิปบิลดิง แอนด์ แมนูแฟกเจอริง ของเกาหลีใต้ (ดีเอสเอ็มซี) สำหรับกองทัพเรืออินโดนีเซีย เรือดำน้ำประเภทเดียวกันลำที่สามจะต่อขึ้นในอินโดนีเซียโดยใช้เทคโนโลยีที่รัฐบาลอินโดนีเซียได้รับการโอนถ่ายจากรัฐบาลเกาหลีใต้

พล.ร.อ. พล.ร.อ. อาเด สุพันดี ผู้บัญชาการกองทัพเรืออินโดนีเซีย กล่าวต้อนรับการมาถึงของเรือดำน้ำอาร์ดาเดดาลีในเมืองสุราบายา ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองเรือภาคตะวันออกของอินโดนีเซีย โดยชื่นชมข้อตกลงการโอนถ่ายเทคโนโลยีระหว่างทั้งสองประเทศและขีดความสามารถของเรือดำน้ำระบบดีเซล/ไฟฟ้าที่ยาว 61.3 เมตรและหนัก 1,280 ตันนี้ แถลงการณ์จากกองทัพเรือระบุ

เรือดำน้ำอาร์ดาเดดาลีได้รับการตั้งชื่อตามอาวุธที่มีหัวธนูรูปนกที่ใช้โดยอรชุน นักรบอินเดียในตำนานที่มักปรากฏในนิทานพื้นบ้านของอินโดนีเซีย พล.ร.อ. สุพันดีกล่าว “แต่อาวุธนี้” พล.ร.อ.สุพันดีกล่าวถึงเรือดำน้ำลำใหม่ “เมื่อปล่อยใส่ข้าศึกแล้วจะสามารถโจมตีข้าศึกและทำให้ข้าศึกหยุดชะงักได้”

เครื่องยนต์ดีเซลสื่เครื่องและมอเตอร์ไฟฟ้าหนึ่งเครื่องเป็นตัวขับเคลื่อนเรือดำน้ำอาร์ดาเดดาลีที่ระยะทางสูงสุด 18,520 กิโลเมตร ที่ความเร็วใต้น้ำสูงสุด 21 นอต กองทัพเรือระบุ ระบบอาวุธของเรือดำน้ำอาร์ดาเดดาลีประกอบด้วยตอร์ปิโดขนาด 533 มม. และขีปนาวุธต่อต้านเรือโบอิง ฮาร์พูน เรือดำน้ำชั้นชังโบโกเหล่านี้สร้างโดยบริษัทแดวู ชิปบิลดิง แอนด์ แมนูแฟกเจอริงในเกาหลีใต้ตั้งแต่ต้นทศวรรษ 90 (พ.ศ. 2533-2542) และการจัดซื้อเรือดำน้ำสามลำโดยรัฐบาลอินโดนีเซียเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปรับปรุงระบบอลุตซิสตาให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นระบบป้องกันอาวุธระบบหลักที่ทันสมัยของอินโดนีเซีย พล.ร.อ. สุพันดีกล่าวเน้น

“โครงการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยเหล่านี้ต้องดำเนินต่อไป” พล.ร.อ. สุพันดีกล่าว “ในทุก ๆ ปีควรมีการปรับเปลี่ยนระบบอลุตซิสตาภายในกรอบการทำงานที่เหมาะสมของกองทัพเรือ”

เกาหลีใต้มีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้นในกระบวนการปรับปรุงทางทหารให้ทันสมัยที่ต่อเนื่องนี้ ตามข้อมูลจากยอนฮัป ซึ่งเป็นสำนักข่าวในเครือของรัฐบาลเกาหลีใต้ ข้อตกลงกับบริษัทแดวู ชิปบิลดิง แอนด์ แมนูแฟกเจอริง เกี่ยวกับการผลิตเรือดำน้ำสามลำมีการลงชื่อเมื่อ พ.ศ. 2554 โดยมีมูลค่า 1.07 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.43 หมื่นล้านบาท) ข้อตกลงเมื่อ พ.ศ. 2559 ที่มีมูลค่า 7.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.4 แสนล้านบาท) ระบุให้มีการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ไอพ่นขั้นสูงร่วมกัน รวมถึงมีการถ่ายโอนเทคโนโลยีเฉกเช่นเดียวกับข้อตกลงเรือดำน้ำ เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2560 รัฐบาลอินโดนีเซียและรัฐบาลเกาหลีใต้ได้ตกลงว่า บริษัทแดวู ชิปบิลดิง แอนด์ แมนูแฟกเจอริง จะทำงานร่วมกับบริษัทต่อเรือพีที พาล ของอินโดนีเซียเพื่อบำรุงรักษาเรือดำน้ำลำแรกจากทั้งหมดสามลำ นั่นคือเรือเคอาร์ไอ นากาพาซา 403

การต่อเรือดำน้ำลำที่สามได้เริ่มต้นขึ้นแล้วที่อู่ต่อเรือของบริษัทพีที พาล โดยร่วมมือกับ บริษัทแดวู ชิปบิลดิง แอนด์ แมนูแฟกเจอริง

นายซอง ยัง-มู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ ได้มาเยือนอินโดนีเซียเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2561 เพื่อพูดคุยถึงเรื่องความร่วมมือด้านกลาโหมกับนายรามิชาร์ด ราชูดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย ยอนฮัปรายงาน นอกจากนี้นายซองยังได้ไปเยือนกองเรือภาคตะวันออกของอินโดนีเซียที่เมืองสุราบายา ซึ่งเป็นฐานของเรือดำน้ำสองลำแรก

การเดินทางของเรือดำน้ำอาร์ดาเดดาลีที่ใช้เวลา 20 วันจากเกาหลีใต้ถึงอินโดนีเซียเป็นเส้นทางที่ผ่านช่องแคบเกาหลีไปยังทะเลจีนตะวนออก ช่องแคบลูซอนระหว่างไต้หวันและฟิลิปปินส์ไปยังทะเลจีนใต้ ล่องผ่านทะเลซูลูแล้วต่อไปยังน่านน้ำของอินโดนีเซียก่อนที่จะเทียบท่าที่เมืองสุราบายา

นายราชูดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไปเยือนเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561 เพื่อร่วมชมการเปิดตัวของเรือดำน้ำอาร์ดาเดดาลี สำนักข่าวแอนทาราของอินโดนีเซียระบุ นายราชูดูกล่าวว่าบรรดาเรือดำน้ำใหม่ ซึ่งจะเพิ่มจำนวนเรือดำน้ำในกองเรือของกองทัพเรืออินโดนีเซียเป็นห้าลำ “จะมีผลกระทบเชิงป้องปรามในภูมิภาค” และตนหวังที่จะเพิ่มจำนวนเรือดำน้ำเป็นแปดลำ

 นายทอม แอบกี เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม รายงานจากสิงคโปร์

หุ้น