ความทะเยอทะยาน ของรัสเซีย

ความทะเยอทะยาน ของรัสเซีย

รัฐบาลรัสเซียใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มพันธมิตรอินโดแปซิฟิกเพื่อฉกฉวยอำนาจ

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

ความผันผวนในความสัมพันธ์ทางภูมิรัฐศาสตร์และการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับอินโดแปซิฟิก และใน พ.ศ. 2561 รัสเซียใช้กลยุทธ์ในการหาประโยชน์จากพันธมิตรที่ลังเลใจเพื่อใช้อิทธิพลในภูมิภาค

ในขณะที่บางประเทศต้อนรับความกระหายในอำนาจที่มากขึ้นของรัสเซีย ประเทศอื่น ๆ เตือนว่าการแข่งขันที่เพิ่มเข้ามา อาจทำลายความมั่นคงทางการทหารและเศรษฐกิจ

“การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจที่ไม่ใช่การก่อการร้าย ขณะนี้เป็นจุดสนใจหลักของยุทธศาสตร์ระดับชาติของสหรัฐฯ” นายจิม แมตทิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในขณะนั้น กล่าวในเดือนมกราคม พ.ศ. 2561 คำกล่าวของนายแมตทิสมุ่งเป้าไปที่ความก้าวร้าวของรัสเซียที่เพิ่มขึ้นในอินโดแปซิฟิก ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส รายงาน

กลยุทธ์ “อินโดแปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง” ซึ่งริเริ่มโดยสหรัฐฯ อาจทำให้ความพยายามของรัสเซียในการมีอิทธิพลต่อภูมิภาคยุ่งยากขึ้น โดยการทำให้แน่ใจว่าต้องปฏิบัติตามบรรทัดฐานระหว่างประเทศและความสงบเรียบร้อยที่เป็นไปตามกฎเกณฑ์

พล.ร.ต. เอ็ดวาร์ด มิไคลอฟ (ขวา) นำทางนายโรดรีโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ (ที่สองจากซ้าย) ขึ้นไปบนเรือต่อต้านเรือดำน้ำของรัสเซีย แอดมิรัลทริบุตส์ ในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2560 เอเอฟพี/เก็ตตี้อิมเมจ

พันธมิตรและหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งสร้างรากฐานกลยุทธ์ความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา พันธมิตรหนุนเสถียรภาพในภูมิภาคที่ทำให้ภูมิภาคอินโดแปซิฟิกมีความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและการเมือง สหรัฐฯ สนใจในการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่รักษาสันติภาพและขับเคลื่อนการเติบโต ในส่วนของตัวเอง สหรัฐฯ ยังคงสร้างเครือข่ายหุ้นส่วน รวมถึงกลไกไตรภาคีและจตุรภาคีเกี่ยวกับผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อผลักดันความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และเป้าหมายการปกครองที่มีร่วมกันในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้เป็นค่านิยมประเภทที่มักไม่สอดคล้องกับวิธีการทำงานของรัฐบาลรัสเซีย และรัฐบาลจีน

“จีนและรัสเซียท้าทายอำนาจ อิทธิพล และผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทั้งยังพยายามทำลายความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของอเมริกา” ตามที่ระบุในยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ “ทั้งสองประเทศมุ่งทำให้เศรษฐกิจมีความเป็นเสรีน้อยลงและยุติธรรมน้อยลง เพื่อเพิ่มจำนวนทหาร รวมทั้งควบคุมข่าวสารและข้อมูลเพื่อข่มสังคมและขยายอิทธิพลของตนเอง

การฉกฉวยโอกาส

นายโรดรีโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เดินหน้าขยับขยายความสัมพันธ์ของฟิลิปปินส์กับประเทศอื่น ๆ ในระหว่างนั้น นาย

ดูแตร์เตสานสัมพันธ์กับรัสเซีย โดยเชิญให้เป็นพันธมิตรและผู้ปกป้องใหม่ของฟิลิปปินส์ นายอิกอร์ อนาโทลเยวิช โชวาเอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำฟิลิปปินส์ กล่าวเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2561 ว่ารัฐบาลรัสเซียพร้อมส่งมอบอาวุธที่ทันสมัยให้กับฟิลิปปินส์ ขณะที่ทั้งสองประเทศมุ่งมั่นสานสัมพันธ์เพื่อเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิด

“เรายินดีต้อนรับสหายชาวรัสเซียของเรา เมื่อใดที่คุณต้องการเทียบท่าที่นี่ด้วยเหตุผลใดก็ตาม ไม่ว่าจะเพื่อเล่น เติมเสบียง หรืออาจในฐานะพันธมิตรของเราเพื่อปกป้องเรา” นายดูแตร์เต กล่าวกับ พล.ร.ต. เอ็ดวาร์ด มิไคลอฟ ผู้บัญชาการกองเรือเล็กประจำภาคพื้นแปซิฟิกของกองทัพเรือรัสเซีย ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2561 จากรายงานของเว็บไซต์ฟิลิปปินส์ ไลฟ์สไตล์ นิวส์

นอกเหนือจากฟิลิปปินส์แล้ว รัสเซียเองก็ยังจำหน่ายยุทโธปกรณ์ให้กับประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซียและพม่า จากรายงานของหนังสือพิมพ์ ดาห์กาทริบูน ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2561

นายวลาดิเมียร์ ปูติน ชนะการเลือกตั้งอีกครั้งอย่างไม่น่าแปลกใจในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 ทำให้เขาเป็นประธานาธิบดีรัสเซียสมัยที่สี่และจะดำรงตำแหน่งจนถึง พ.ศ 2567 การยืนยันถึงการครองตำแหน่งผู้นำต่อเนื่องของนายปูติน อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้รัสเซียรุกรานเข้ามาในอินโดแปซิฟิกมากยิ่งขึ้น

“การกระทำเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาของนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาไม่เพียงกระหายอำนาจนอกเหนือจากเขตแดนของรัสเซียเพิ่มขึ้น แต่ยังรู้สึกว่ารัสเซียสามารถเติมเต็มช่องว่างในส่วนต่าง ๆ ของโลกที่สหรัฐฯ เคยมีอิทธิพลขั้วเดียวด้วย” อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์ ดาห์กาทริบูน

อีกหนึ่งประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต้องการให้รัสเซียมีบทบาทมากขึ้นคือเวียดนาม แต่ยังคงรักษาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และสาธารณรัฐประชาชนจีน

“พรรคการเมือง รัฐ สมัชชาแห่งชาติ รัฐบาล และประชาชนของเวียดนาม ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับมิตรภาพแบบดั้งเดิมและความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพกับรัสเซีย ทั้งยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมกับรัสเซีย โดยถือเป็นหนึ่งในนโยบายต่างประเทศที่สำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ของเวียดนาม” นาย

เหงียน ฟู้ จ่อง เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม กล่าวในเดือนมกราคม พ.ศ. 2561 ตามรายงานของสำนักข่าวเวียดนามนิวส์

ความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างรัสเซียและเวียดนามมีมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของสงครามเย็นก่อนเกิดสงครามเวียดนาม ข้อตกลงด้านกลาโหมที่ปรับปรุงเมื่อเร็ว ๆ นี้ระหว่างทั้งสองประเทศ วางแผนการคร่าว ๆ ของกิจกรรมต่าง ๆ จนถึง พ.ศ. 2563 ซึ่งประกอบไปด้วยความพยายามในการร่วมมือ การประชุม และการฝึกซ้อม (แม้จะมีการเปิดเผยรายละเอียดแก่สาธารณะน้อยมาก) กองบัญชาการกองทัพเรือรัสเซียได้แนะนำให้เปิดใช้งานฐานการขนส่งทางทะเลอีกครั้งสำหรับเรือรบรัสเซีย โดยกล่าวว่าวัตถุประสงค์หลักของฐานนี้คือ ให้การสนับสนุนเรือรัสเซียที่ต่อสู้กับโจรสลัดในมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก

เรือจากกองกำลังรักษาชายฝั่งของญี่ปุ่น พีเอส 08 คาริบะ แล่นออกจากแหลม โนซัปปุ เกาะฮอกไกโด จุดตะวันออกสุดของญี่ปุ่น ฉากหลังคือเกาะซึ่งกำลังมีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ โดยญี่ปุ่นอ้างว่าพื้นที่บางส่วนเป็นอาณาเขตทางตอนเหนือของตน ส่วนรัสเซียอ้างว่าพื้นที่บางส่วนเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะคูริล รอยเตอร์

“รัสเซียและเวียดนามมีความเห็นตรงกันเกี่ยวกับปัญหาของระเบียบโลก และเรียกร้องให้เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ บทบาทสำคัญของสหประชาชาติ แนวทางร่วมกันในการแก้ไขปัญหาใด ๆ และวิธีการยุติข้อพิพาทโดยใช้สันติเพียงอย่างเดียว” นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียกล่าวในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 หลังจากการเจรจากับนายฝ่าม บินห์ มินห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม ตามรายงานของรัสเซียนนิวส์เอเจนซี

รัสเซียและเวียดนามพยายามจัดตั้ง “สถาปัตยกรรมแห่งความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งจะรับรองถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนและตอบสนองต่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคง” ของทุกประเทศในแถบอินโดแปซิฟิก
นายลาฟรอฟกล่าว “ความร่วมมือด้านการทหารและเทคนิคการทหารระหว่างรัสเซียและเวียดนามเป็นไปตามหลักเกณฑ์เหล่านี้อย่างสมบูรณ์”

ความขัดแย้งที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

อย่างไรก็ตาม ข้อพิพาทที่ดำเนินต่อไปและกิจกรรมเชิงรุกของรัสเซีย อาจขัดขวางความทะเยอทะยานของรัฐบาลรัสเซียในการย้ำเตือนอิทธิพลในภูมิภาคที่กว้างขึ้น

ตัวอย่างหนึ่งคือ รัสเซียและญี่ปุ่นยังคงขัดแย้งกันเรื่องหมู่เกาะภูเขาไฟที่ทอดยาวเป็นระยะ 1,300 กิโลเมตรจากฮอกไกโดของญี่ปุ่นไปจนถึงคัมชัตคาของรัสเซีย ทั้งสองประเทศอ้างสิทธิ์ในที่ดินขนาดใหญ่ในหมู่เกาะคูริล ซึ่งรัสเซียต้องการควบคุมสนามบินขนาดเล็กบนเกาะอีตูรุป หรือที่ญี่ปุ่นเรียกว่าเอโทโรฟุ

ทหารรัสเซียกว่า 2,500 นายอ้างสิทธิ์เข้าปกครองในระหว่างการฝึกซ้อมในหมู่เกาะคูริล เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2561 ทำให้ญี่ปุ่นต้องยื่นเรื่องร้องเรียนทางการทูตอย่างเป็นทางการ
“การเพิ่มกำลังทหารบนเกาะทั้งสี่นั้นขัดแย้งกับตำแหน่งของญี่ปุ่น” นายโยชิฮิเดะ ซูกะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นกล่าว ตามรายงานของเว็บไซต์ news.com.au

ทหารโซเวียตยึดภูมิภาคที่เป็นเกาะนี้ใน พ.ศ. 2488 หลังจากญี่ปุ่นตกลงปฏิบัติตามปฏิญญาพ็อทซ์ดัม ซึ่งบังคับให้ญี่ปุ่นยอมแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สอง ข้อพิพาทด้านอาณาเขตทำให้ญี่ปุ่นและรัสเซียไม่สามารถทำสนธิสัญญาสันติภาพหลังสงครามโลกครั้งที่สองได้

รถถัง หน่วยปืนใหญ่ และเรือจากกองเรือประจำภาคพื้นแปซิฟิกของรัสเซียเข้าร่วมในการซ้อมรบ ซึ่งมีการฝึกโดยใช้กระสุนจริง จากรายงานข่าวของสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคเวิลด์ของญี่ปุ่น

เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2561 รัสเซียประกาศว่าวางแผนจะส่งอากาศยานทางการทหารเข้าประจำการในหมู่เกาะคูริล การประกาศนั้นเกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาทางการทูตกับญี่ปุ่นเพื่อให้สัตยาบันสนธิสัญญาสันติภาพอย่างเป็นทางการระบุการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นกล่าวหารัสเซียว่าเจรจาโดยไม่สุจริต และขู่จะถอนตัวออกจากการเจรจา

“การสร้างความสัมพันธ์ของการไว้วางใจซึ่งกันและกัน รวมถึงความเข้าใจระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ เป็นขั้นตอนสำคัญสู่การสรุปสนธิสัญญาสันติภาพ” นายทาโร โคโนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นกล่าวในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 หลังจากการประชุมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ตามการรายงานของหนังสือพิมพ์ เดอะเจแปนไทมส์

ลึกลงไปในมหาสมุทรแปซิฟิก รัสเซียกระตุกหนวดออสเตรเลียโดยส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ เข้าทำการฝึกซ้อมในน่านน้ำที่เป็นกลาง นอกประเทศอินโดนีเซีย

“การทำเช่นนี้เป็นการเตือนว่า รัสเซียอยู่ที่นี่และต้องการจะมีบทบาทในด้านความมั่นคงของแปซิฟิก รวมทั้งจะใช้กำลังทหารเพื่อแสดงให้เห็น” นายปีเตอร์ เจนนิงส์ จากสถาบันนโยบายเชิงยุทธศาสตร์แห่งออสเตรเลียกล่าว ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ เดอะการ์เดียน

กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียระบุว่า “มีช่วงเวลาสั้น ๆ ในการมีความพร้อมเพิ่มขึ้น” ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 เมื่อเครื่องบินทิ้งระเบิดของรัสเซียลาดตระเวนหลังจากออกจากสนามบินเบียคของอินโดนีเซีย หนังสือพิมพ์ เดอะการ์เดียน รายงาน

นายเจนนิงส์กล่าวว่ากองทัพออสเตรเลียอาจมีความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินปฏิบัติการรวบรวมข่าวกรองของรัสเซีย” เพราะรัสเซียจะไม่มาทางใต้ไกลขนาดนี้ หากไม่ต้องการดูพันธมิตรสำคัญที่อยู่ในส่วนนี้ของโลก” นายเจนนิงส์กล่าว ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ เดอะการ์เดียน

หนังสือพิมพ์ดังกล่าวยังได้ระบุชุดการสาธิตโดยรัสเซียเพื่อส่งเสริมอิทธิพลในภูมิภาค ใน พ.ศ. 2559 รัสเซียส่งตู้บรรทุกสินค้าลับ ซึ่งบรรจุอาวุธและยุทโธปกรณ์ทางการทหารจำนวน 20 ตู้ไปยังฟิจิ ตามด้วยบุคลากรรัสเซียเพื่อช่วยฝึกการใช้อาวุธ ส่วนใน พ.ศ. 2557 รัสเซียปลุกปั่นความไม่สงบโดยการเคลื่อนย้ายกองทัพเรือไปทางตอนเหนือของออสเตรเลียก่อนการประชุมจี 20 ในบริสเบน ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลรัสเซียและรัฐบาลออสเตรเลียเพิ่มสูงขึ้น ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ เดอะการ์เดียน

ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและออสเตรเลียกระตุ้นให้รัฐบาลออสเตรเลียออกเตือนประชาชนในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 ถึงความรู้สึกต่อต้านชาติตะวันตกและการคุกคามที่อาจเผชิญหากเดินทางไปยังรัสเซีย

“ในขณะที่รัฐบาลออสเตรเลียไม่ได้ตระหนักถึงความยุ่งยากที่เพิ่มขึ้นสำหรับชาวออสเตรเลียที่เดินทางไปรัสเซียในช่วงเวลานี้ คุณควรติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงและการเมืองอย่างใกล้ชิด รวมถึงติดตามข้อมูลล่าสุดของคำแนะนำการเดินทางนี้อย่างต่อเนื่อง” กระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลียระบุในแถลงการณ์ “ระมัดระวังอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการประท้วงหรือการเดินขบวนใด ๆ และหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นทางการเมือง”

ต่อมาในเดือนเมษายน ธุรกิจของออสเตรเลียถึง 400 แห่งตกเป็นเหยื่อของการโจมตีทางไซเบอร์ ออสเตรเลีย อังกฤษ และสหรัฐฯ กล่าวหาแฮกเกอร์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลรัสเซียว่าทำการติดตั้งไวรัสในเราเตอร์คอมพิวเตอร์ทั่วโลก ในปฏิบัติการจารกรรมทางไซเบอร์โดยมีเป้าหมายที่หน่วยงานราชการ ธุรกิจ และผู้ดำเนินงานโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ

“เราทราบว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังการโจมตีเหล่านี้ ซึ่งเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่สำคัญมาก” นายแองกัส เทย์เลอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงทางไซเบอร์ของออสเตรเลียกล่าวกับ ออสเตรเลียน

บรอดแคสติง คอร์ปอเรชัน “สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการพิจารณา เรากำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรของเรา เพื่อให้กล่าวได้ว่าเราทราบว่าการโจมตีนี้มาจากที่ใด และนี่เป็นพฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้” o

หุ้น