ความท้าทาย ด้านความมั่นคง ทางการค้าของศรีลังกา

ความท้าทาย ด้านความมั่นคง ทางการค้าของศรีลังกา

จำนวนท่าเรือที่เพิ่มขึ้น ทำให้ศรีลังกากลายเป็นศูนย์กลางการเดินเรือระดับโลก

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

หลังจากที่สงครามกลางเมืองที่ยาวนาน 30 ปีสิ้นสุดลงใน พ.ศ. 2552 ศรีลังกาก็มุ่งหน้าพัฒนาประเทศจนกลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญ การท่าเรือแห่งศรีลังกาได้ขยายขนาดและขีดความสามารถของท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ นั่นก็คือท่าเรือโคลัมโบ

ในแต่ละปี ท่าเรือนี้มีการขนถ่ายตู้สินค้าขนาด 20 ฟุตมากกว่า 5 ล้านตู้ ซึ่งรวมถึงตู้สินค้าที่มาจากอินเดียที่กว่าร้อยละ 70 ได้รับการขนถ่ายที่ท่าเรือแห่งนี้ ตามรายงานของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย ท่าเรือดังกล่าวติดอันดับที่ 28 จาก 50 อันดับของท่าเรือที่มีกิจกรรมคับคั่งที่สุดในโลกนับตั้งแต่ พ.ศ. 2558 ตามข้อมูลของสภาการขนส่งสินค้าโลก ปัจจุบัน การท่าเรือแห่งศรีลังกากำลังจะมีท่าเรือใหม่สามแห่งในเมืองโคลัมโบที่สามารถรองรับตู้สินค้าขนาด 20 ฟุตได้ 2.4 ล้านตู้ โดยแห่งแรกนั้นได้เปิดดำเนินการเรียบร้อยแล้ว

ศรีลังกาไม่เพียงแต่จะเป็นดาวรุ่งในโลกแห่งการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ยังทำให้ศรีลังกากลายเป็นศูนย์กลางสำหรับเรือต่าง ๆ ของกองทัพเรือและหน่วยยามฝั่งจากทั่วโลก ตามข้อมูลของกองทัพเรือศรีลังกานั้น มีเรือของกองทัพเรือและหน่วยยามฝั่งเข้าเทียบท่า 57 ลำใน พ.ศ. 2559 ซึ่งรวมถึงเรือจากอินเดีย สหรัฐฯ และแคนาดา วัตถุประสงค์ในการมาเยือนของเรือเหล่านี้มีตั้งแต่การสร้างไมตรีจิตและการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ไปจนถึงการฝึกและการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง

ภาวะน้ำท่วมหนักในช่วงมรสุมเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560 ยังเป็นโอกาสสำหรับที่ตั้งใหม่ในการปฏิสัมพันธ์เชิงบวกในระดับนานาชาติเมื่อเรือของกองทัพจากอินเดีย สหรัฐฯ และจีนได้เดินทางเข้ามาเพื่อช่วยบรรเทาภัยพิบัติและให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ ก่อนที่จะเกิดน้ำท่วม การปฏิสัมพันธ์กับกองทัพเรือกองทัพปลดปล่อยประชาชนมีความตึงเครียดเมื่ออินเดียได้ประท้วงการเข้าเทียบท่าของเรือดำน้ำของกองทัพเรือกองทัพปลดปล่อยประชาชนใน พ.ศ. 2557 ล่าสุดที่ผ่านมา เรือพยาบาล พีซ อาร์ก ของกองทัพเรือจีนได้เข้าเทียบท่าที่ศรีลังกาเป็นครั้งแรกในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2560

กิจกรรมผิดกฏหมายที่เพิ่มขึ้น

น่าเสียดายที่การเทียบท่าของเรือทหารนานาชาติอย่างเป็นมิตรและการขนส่งทางทะเลไม่ใช่กิจกรรมทางทะเลเพียงอย่างเดียวที่กำลังเพิ่มขึ้น การลักลอบค้าและการใช้ยาเสพติดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเฮโรอีนก็กำลังเพิ่มปริมาณขึ้นด้วย ด้วยอาณาเขตที่ใกล้กับพื้นที่เดือนเสี้ยวทองคำ (อิหร่าน อัฟกานิสถานและปากีสถาน) และสามเหลี่ยมทองคำ (พม่า ลาวและไทย) ทำให้ศรีลังกาเป็นจุดขนถ่ายยาเสพติดสำหรับเส้นทางระหว่างตะวันออกและตะวันตกที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ตัวอย่างเช่น เฮโรอีนจะถูกเคลื่อนย้ายจากอินเดียและปากีสถานไปยังศรีลังกาโดยเรือบรรทุกตู้สินค้าและเรือประมงพาณิชย์ เส้นทางหนึ่งที่เป็นที่นิยมจะประกอบไปด้วยการเคลื่อนย้ายสามส่วน ได้แก่ การเคลื่อนย้ายจากปากีสถานไปยังเมืองมุมไบ (สนับสนุนโดยองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ) จากนั้นจะทำการเคลื่อนย้ายไปยังเมืองชายฝั่งของอินเดีย เช่น เมืองตูติโครินหรือเมืองราเมศวาราม และสุดท้ายคือการเคลื่อนย้ายไปยังศรีลังกาทางทะเล เส้นทางที่สองเป็นเส้นทางเข้าถึงพื้นที่ตอนใต้ของอินเดียโดยตรงมากขึ้นผ่านปากีสถาน องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติใช้เงินจากการขนส่งที่ผิดกฎหมายนี้เพื่อสนับสนุนการก่อการร้ายระหว่างประเทศ ในช่วงครึ่งปีแรกของ พ.ศ. 2560 ทางการอินเดียสามารถสกัดกั้นเฮโรอีนได้ 115 กิโลกรัมตามแนวชายฝั่งทะเลรัฐทมิฬนาฑู ซึ่งทอดยาวไปตามชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของอินเดีย ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560 ตำรวจศรีลังกาได้ตรวจยึดเฮโรอีน 200 กิโลกรัม ซึ่งเป็นการจับกุมครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ พ.ศ. 2556 ที่มีการตรวจยึดเฮโรอีนได้ 260 กิโลกรัม

คนงานขุดลอกทรายเพื่อขยายขนาดของท่าเรือโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 รอยเตอร์

การไหลบ่าของการขนส่งเชิงพาณิชย์ระหว่างประเทศและยาเสพติดดังกล่าว ทำให้การรักษาความมั่นคงทางทะเลในศรีลังกาเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่ง ศรีลังกาได้เข้าร่วมโครงการทางทะเลในระดับภูมิภาคเพื่อเพิ่มพูนความร่วมมือในภูมิภาคและจัดการกับความท้าทายทางทะเลดังกล่าว ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ศรีลังกาได้ทำงานร่วมกับกองบัญชาการสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิกและกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรักษาความมั่นคงทางทะเล ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2560 โครงการควบคุมการส่งออกและการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนที่เกี่ยวข้องของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้จัดการฝึกให้กับเจ้าหน้าที่ศุลกากร 33 นายด้านการระบุการขนส่งที่มีความเสี่ยงสูงและการพัฒนาขีดความสามารถในการเพ่งเล็งสินค้า การฝึกอบรมนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถบ่งชี้ได้ดีขึ้นว่าการขนส่งใดที่ต้องมีการตรวจสอบทางกายภาพ ในช่วงปลาย พ.ศ. 2560 สหรัฐฯ ได้ตัดสินใจที่จะส่งมอบเรือตรวจการณ์นอกชายฝั่งหนึ่งลำให้กับศรีลังกาเพื่อให้กองทัพเรือศรีลังกาสามารถรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายฝั่งและเขตเศรษฐกิจจำเพาะของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การฝึกร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจร่วมภาคพื้นตะวันตก

ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2559 หน่วยเฉพาะกิจร่วมภาคพื้นตะวันตก ซึ่งเป็นหน่วยเฉพาะกิจต่อต้านยาเสพติดของกองบัญชาการสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก ได้ร่วมมือกับสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ เพื่อเริ่มจัดการฝึกทางด้านการบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้มีทักษะในการต่อต้านยาเสพติดและทักษะทางทะเล ถึงตอนนี้ ได้มีการจัดการฝึกขึ้นสามครั้งแล้ว ในการฝึกครั้งแรก หน่วยเฉพาะกิจร่วมภาคพื้นตะวันตกได้ส่งชุดปฏิบัติการทักษะทางทะเลแบบบูรณาการเข้าร่วมการฝึก ซึ่งครูฝึกของชุดปฏิบัติการนี้เป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่ระดับสุดยอดของกองทัพเรือและหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ที่มีความเชี่ยวชาญในการบังคับใช้กฎหมายทางทะเล และการบำรุงรักษาและการจัดการเรือขนาดเล็ก

นี่เป็นครั้งแรกที่หน่วยเฉพาะกิจร่วมภาคพื้นตะวันตกจัดการฝึกแบบไตรภาคีด้านการต่อต้านยาเสพติดกับหน่วยยามฝั่งและกองทัพเรือศรีลังกาและหน่วยยามฝั่งบังกลาเทศที่ฐานปฏิบัติการหน่วยยามฝั่งมิริสสา ซึ่งอยู่ทางพื้นที่ชายฝั่งตอนใต้ของศรีลังกา การฝึกนี้มีขึ้นเพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถพัฒนาทักษะในการขึ้นตรวจเรือโดยได้รับการยินยอมและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งรวมถึงเทคนิคในการใส่กุญแจมือและการใช้กระบอง

การฝึกครั้งที่สอง ซึ่งเป็นหลักสูตรการสืบสวนด้านยาเสพติดที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานปราบปรามยาเสพติดนิวเดลี ได้จัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติศรีลังกาเข้าร่วมการฝึก การฝึกครั้งที่สามได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานปราบปรามยาเสพติดนิวเดลีเช่นเดียวกัน เป็นหลักสูตรการซ่อมบำรุงและการดูแลรักษาเรือขนาดเล็กที่สอนโดยชุดปฏิบัติการทักษะร่วมทางทะเลแบบบูรณาการของหน่วยเฉพาะกิจร่วมภาคพื้นตะวันตก หลักสูตรนี้มีระยะเวลา 10 วัน จัดขึ้นในเดือนเมษายน พ.ศ. 2560 โดยมีเจ้าหน้าที่ 39 นายจากกองเรือพิเศษและกองเรือโจมตีเร็ว กองทัพเรือศรีลังกาเข้าร่วมการฝึก

ศูนย์กลางการค้าที่สำคัญ

การรักษาความมั่นคงทางทะเลโดยศรีลังกาเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการรักษาความคล่องตัวทางการค้าในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย กองทัพเรือและหน่วยยามฝั่งศรีลังกามีประสบการณ์หลายปีในการต่อสู้กับการก่อการร้ายทางทะเลเพราะต้องขับเคี่ยวกับกลุ่มพยัคฆ์ทะเล ซึ่งเป็นกองกำลังทางน้ำของกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬอีแลม โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนส่วนใหญ่จากการค้ายาเสพติดในช่วงสงครามกลางเมืองในศรีลังกาที่กินเวลา 30 ปี แม้ภัยคุกคามจากกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬอีแลมจะถูกขจัดไปใน พ.ศ. 2552 แต่ขณะนี้ศรีลังกาก็ยังต้องต่อสู้กับการกระทำอันเป็นโจรสลัด การค้ายาเสพติดและภัยคุกคามอื่น ๆ เช่น การประมงผิดกฎหมายที่ไม่มีการรายงานและไร้การควบคุม เมื่อการลักลอบขนส่งสินค้าผิด

กฎหมายโดยใช้เรือประมงและเรือใบเพิ่มจำนวนขึ้น การใช้เรือเร็วโจมตีขนาดเล็กเพื่อรักษาความมั่นคงทางทะเลก็น่าจะแพร่หลายมากขึ้นด้วยเช่นกัน หน่วยเฉพาะกิจร่วมภาคพื้นตะวันตกมุ่งหวังที่จะสร้างความสัมพันธ์กับกองทัพเรือและหน่วยยามฝั่งศรีลังกาต่อไปด้วยการจัดการฝึกอบรมร่วมกับชุดปฏิบัติการทักษะร่วมทางทะเลแบบบูรณาการ หน่วยเฉพาะกิจร่วมภาคพื้นตะวันตกเตรียมพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือแก่กองทัพเรือศรีลังกาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ในการปรับปรุงสนามยิงปืนสองแห่งให้มีความทันสมัยขึ้นเพื่อสนับสนุนกองเรือพิเศษและศูนย์รับสมัครบุคลากรเพื่อเข้ารับราชการในกองทัพเรือศรีลังกา

ขณะที่ศรีลังกาทำงานเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ในการเป็นศูนย์กลางพลวัตของโลก ความพยายามในการสร้างขีดความสามารถระหว่างประเทศของกองทัพเรือและหน่วยยามฝั่งศรีลังกาก็จะช่วยรับประกันความสำเร็จ


การเตรียมพร้อมสำหรับการรั่วไหลของน้ำมัน

สหรัฐฯ และศรีลังการ่วมมือกันเพื่อเตรียมพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติ

จัสติน พัมเมลล์/เหล่าทหารช่างกองทัพบกสหรัฐฯ

ขณะนี้ศรีลังกามีการจัดทำแผนที่ทรัพยากรด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับพื้นที่ชายฝั่งทะเลระหว่างท่าเรือโคลัมโบและทะเลสาบเนกอมโบ กองบัญชาการสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก เหล่าทหารช่างกองทัพบกสหรัฐฯ กองทัพเรือศรีลังกา และหน่วยงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล ได้ร่วมมือกันเพื่อพัฒนาเครื่องมือแรกเพื่อการนี้ในศรีลังกา

คณะผู้เชี่ยวชาญที่ดำเนินโครงการจนเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ประกอบไปด้วยผู้แทนจากสำนักงานวิจัยและพัฒนาทรัพยากรน้ำแห่งชาติของศรีลังกา กรมการอนุรักษ์ชายฝั่งและการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่ง หน่วยงานสิ่งแวดล้อมกลาง และหน่วยงานรัฐบาลื่น ๆ ในท้องถิ่น

ฐานข้อมูลทรัพยากรด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเรียกอีกอย่างว่าแผนที่ดัชนีความอ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อม จะให้ข้อมูลสรุปที่กระชับเกี่ยวกับทรัพยากรชายฝั่งที่มีความเสี่ยงหากมีการรั่วไหลของน้ำมัน ตัวอย่างของทรัพยากรที่มีความเสี่ยงได้แก่ทรัพยากรทางชีวภาพ เช่น นกและปลา แนวชายฝั่งที่มีความอ่อนไหว เช่น บึงและพื้นที่ชายเลน และทรัพยากรที่มนุษย์ใช้ เช่น การเก็บเกี่ยวสิ่งยังชีพหรือการแปรรูปปลา แผนที่ดัชนีความอ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อมสามารถช่วยให้ผู้ตอบสนองบรรลุวัตถุประสงค์ที่สำคัญประการหนึ่งในการตอบสนอง นั่นก็คือ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการรั่วไหลของน้ำมันและความพยายามในการทำความสะอาด ตามรายงานขององค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ นอกจากนี้ นักวางแผนต่าง ๆ ยังสามารถใช้แผนที่ดัชนีความอ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อมในการระบุพื้นที่ที่มีความเสี่ยงก่อนที่จะมีการรั่วไหลเกิดขึ้น กำหนดลำดับความสำคัญในการป้องกันและระบุกลวิธีในการทำความสะอาด

ผู้แทนต่าง ๆ จากกองทัพเรือศรีลังกา หน่วยงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลและหน่วยงานรัฐบาลอื่น ๆ รวบรวมข้อมูลในการจัดทำแผนที่สิ่งแวดล้อมใกล้กับท่าเรือโคลัมโบ พีเอสเอส พรีมาดาซา/กองทัพเรือศรีลังกา

ความพยายามในการจัดทำแผนที่ชายฝั่ง ซึ่งเป็นโครงการจัดทำดัชนีความอ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อมโครงการแรกของศรีลังกา ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมโครงการ

“โครงการจัดทำดัชนีความอ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อมนี้เป็นความก้าวหน้าที่สำคัญสำหรับศรีลังกา” น.ต. เคเอ นุวาราปักชา นายทหารฝ่ายเสนาธิการด้านการอนุรักษ์ทางทะเล กองทัพเรือศรีลังกากล่าว “กองทัพเรือศรีลังการู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นจุดศูนย์รวมของความร่วมมือ และเราขอขอบคุณสำหรับการสนับสนุนจากกองบัญชาการสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก เหล่าทหารช่างกองทัพบกสหรัฐฯ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในท้องถิ่น”

ความพยายามที่ยาวนานเป็นปี

โครงการจัดทำดัชนีความอ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อมเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2559 และใช้เวลาประมาณหนึ่งปีจึงเสร็จสิ้น โครงการนี้มีการดำเนินงานอยู่สามห้วง ได้แก่ ความพยายามในการกำหนดขอบเขตขั้นต้น ตามด้วยการทำงานภาคสนาม และการส่งมอบทางเทคนิค ผลลัพธ์ที่ได้คือฐานข้อมูลแผนที่และระบบข้อมูลทางภูมิศาสตร์ที่ครอบคลุมที่สร้างขึ้นเพื่อจัดลำดับความสำคัญในการตอบสนองต่อการรั่วไหลของน้ำมัน ตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง และช่วยในการตัดสินใจที่สำคัญ ผลงานที่ได้จากโครงการนี้ยังประกอบไปด้วยแบบโครงสร้างข้อมูลมาตรฐานที่สามารถนำมาใช้เพื่อพัฒนาทรัพยากรเพิ่มเติมในโครงการจัดทำดัชนีความอ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อมที่สามารถปรับใช้ได้กับพื้นที่อื่น ๆ ในศรีลังกา เช่น ที่เมืองกอลล์หรือเมืองตรินโคมาลี

“ผมเชื่อมั่นโดยไม่มีข้อสงสัยเลยว่า ดัชนีความอ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อมนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ในศรีลังกาที่รับผิดชอบในด้านการตอบสนองต่อการรั่วไหลของน้ำมัน” น.ต. นุวาราปักชากล่าว

นายแอลแอลอาร์บี เดอ ซิลวา ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบข้อมูลทางภูมิศาสตร์ของหน่วยงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล ได้บอกเล่าถึงการมีส่วนร่วมในการทำความสะอาดพื้นที่ที่มีน้ำมันรั่วไหลซึ่งนับว่าเป็นงานที่ท้าทาย และขณะนี้กำลังมุ่งหวังในแง่ดีว่าศรีลังกาจะมีขีดความสามารถในการตอบสนองในอนาคต นายเดอ ซิลวาเล่าว่า เรือชื่อ เอ็มวี เทอร์มอพิลี เซียร์รา ได้จมลงใน พ.ศ. 2555 และมีการรั่วไหลของน้ำมันในพื้นที่ระหว่างเมืองพานาดูราและเมืองเนกอมโบ

“ในขณะนั้นยังไม่มีเครื่องมือใด ๆ ที่เป็นดัชนีความอ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อม และการตอบสนองก็ทำได้ยาก” นายเดอ ซิลวากล่าว “ตอนนี้ เรามีแผนที่ดัชนีความอ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อมระหว่างโคลัมโบกับเนกอมโบ นี่คือความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของศรีลังกา ผมหวังว่าการเตรียมความพร้อมนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของเราต่อไปในอนาคต และเราสามารถใช้ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริงจากโครงการนี้ในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศได้” นายเดอ ซิลวากล่าว

ในการทำงานภาคสนามในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2559 กลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางห้ากลุ่มได้ศึกษาข้อมูลในด้านต่าง ๆ

เพื่อให้งานเสร็จสิ้น โดยแต่ละกลุ่มประกอบด้วยวิศวกรชายฝั่ง นักชีววิทยา นักสำรวจอุทกศาสตร์ ผู้ใช้งานระบบดาวเทียมระบุพิกัดตำแหน่งบนพื้นโลก และผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งกำลังบำรุง กลุ่มผู้เชี่ยวชาญนี้จะรวบรวมข้อมูลและภาพถ่ายของลักษณะชายฝั่ง รูปแบบการใช้งานโดยมนุษย์ การกัดเซาะชายฝั่ง ข้อมูลทางเศรษฐกิจและสังคม และทรัพยากรทางชีวภาพที่มีอยู่ ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดยกเว้นเหล่าทหารช่างกองทัพบกสหรัฐฯ คือผู้เชี่ยวชาญของรัฐบาลศรีลังกาที่สามารถปฏิบัติภารกิจนี้ได้อีกครั้งอนาคต

กองทัพเรือศรีลังกานำทางคณะสำรวจของสหรัฐฯ และศรีลังกาผ่านทะเลสาบเนกอมโบ พีเอสเอส พรีมาดาซา/กองทัพเรือศรีลังกา

คณะทำงานต่าง ๆ ได้วิเคราะห์และจำแนกแนวชายฝั่งทั้งหมดเป็นระยะทาง 221 กิโลเมตร และได้บันทึกลักษณะภูมิเทศต่าง ๆ

ได้กว่า 4,000 รายการ ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำงานคือฐานข้อมูลขนาดใหญ่สำหรับการสนับสนุนผู้ตอบสนองสถานการณ์เริ่มแรกและผู้วางแผนเพื่อให้สามารถทำการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ขณะนี้ ผู้ตอบสนองสถานการณ์เริ่มแรกสามารถมองเห็นความอ่อนไหวในระดับต่าง ๆ และจัดเตรียมมาตรการในการตอบสนองได้ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ ผู้ตอบสนองสถานการณ์เริ่มแรกยังสามารถใช้ระบบข้อมูลทางภูมิศาสตร์ได้อย่างง่ายดายเพื่อวิเคราะห์ “สถานการณ์สมมติ” ที่อาจเกิดขึ้น และปฏิบัติตามมาตรการด้านการสื่อสารและการตอบสนอง

กองพลมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งอยู่ในสังกัดของเหล่าทหารช่างกองทัพบกสหรัฐฯ มีหน้าที่รับผิดชอบด้านการปฏิบัติภารกิจของเหล่าทหารช่างกองทัพบกสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกเพื่อสนับสนุนกองบัญชาการสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นอินโดแปซิฟิก โครงการนี้มีการดำเนินการโดยคณะทำงานของกองพลมหาสมุทรแปซิฟิกในเขตโฮโลลูลู และสถาบันทรัพยากรน้ำแห่งกองทัพบกสหรัฐฯ

ความพยายามนี้ทำให้ได้ภาพรวมที่มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่โครงการ ซึ่งรวมถึงภาพถ่ายในพื้นที่หลายพันภาพ ตามที่นายเบนตัน ชิง ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบข้อมูลทางภูมิศาสตร์จากเขตโฮโนลูลูระบุ “เมื่อเปรียบเทียบภาพถ่ายทางอากาศตั้งแต่ในช่วงทศวรรษ 1960 (พ.ศ. 2503-2512) จนถึงปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทะเลสาบเนกอมโบ” นายชิงกล่าว “มันน่าสนใจที่จะได้เห็นว่าการวางผังเมืองในรูปแบบใหม่ การบริหารจัดการทางชีวภาพและการพัฒนาที่ดิน จะส่งผลอย่างไรต่อชายฝั่ง การใช้ที่ดิน และทรัพยากรทางชีวภาพในอนาคต”

พื้นที่โคลัมโบและเนกอมโบถูกเลือกให้เป็นพื้นที่ศึกษาของโครงการอันเนื่องมาจากความหลากหลายของระบบนิเวศและประชากร ตลอดจนรูปแบบการสัญจรทางเรือที่เข้าออกท่าเรือโคลัมโบในปัจจุบัน และสถานประกอบการปิโตรเลียมบนบก/นอกชายฝั่งที่เกี่ยวข้อง

“สำหรับภารกิจการจัดทำดัชนีความอ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคตในศรีลังกานั้น มีคำแนะนำให้จัดทำเครื่องมือที่คล้ายคลึงกันสำหรับแนวชายฝั่งทางตอนใต้” น.อ.คาลานา จินาดาซา ผู้บัญชาการการปฏิบัติการทางน้ำ กองทัพเรือศรีลังกากล่าว

แนวชายฝั่งทางตอนใต้ของศรีลังกาเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการสัญจรทางเรือที่คับคั่งมากที่สุดในโลก โดยมีเรือบรรทุกน้ำมันมากมายที่เดินทางระหว่างตะวันออกกลาง แอฟริกาและเอเชีย

หุ้น