คำถามและ คำตอบ ความพร้อมและการตอบสนอง

คำถามและ คำตอบ ความพร้อมและการตอบสนอง

พล.อ.โรเบิร์ต บี. บราวน์ ผู้บัญชาการกองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก [กองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก]

พล.อ. โรเบิร์ต บี. บราวน์ ผู้บัญชาการกองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก ให้สัมภาษณ์กับ ฟอรัม เกี่ยวกับความต้องการของสหรัฐฯ ที่จะยังคงเป็นพันธมิตรที่ควรเลือกในอินโดเอเชียแปซิฟิก

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

พล.อ. โรเบิร์ต บี. บราวน์ ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้นำส่วนกำลังเหล่าทัพที่ใหญ่ที่สุดของกองทัพบกสหรัฐฯ ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งนี้ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2559 พล.อ. บราวน์ได้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการศูนย์การรบผสมเหล่ากองทัพบกสหรัฐฯ ที่ค่ายลีเวนเวิร์ธ รัฐแคนซัส ซึ่ง พล.อ. บราวน์ได้เป็นผู้นำในการประสานความร่วมมือระหว่างการศึกษา การพัฒนาความเป็นผู้นำ การสนับสนุนและการพัฒนาการฝึก ตลอดจนการพัฒนาและบูรณาการหลักนิยมที่กองทัพบกสหรัฐฯ ใช้ในการต่อสู้และชนะสงคราม

พล.อ. บราวน์ได้แบ่งปันวิสัยทัศน์เกี่ยวกับเส้นทางแห่งแปซิฟิกกับ ฟอรัม และแสดงความคิดเห็นในเรื่องความซับซ้อนและความท้าทายต่อความมั่นคงทั่วทั้งอินโดเอเชียแปซิฟิก และความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของกองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกในฐานะพันธมิตรในภูมิภาค

ฟอรัม: บทความเกี่ยวกับเส้นทางแห่งแปซิฟิกมักจะอธิบายคำคำนี้ว่าเป็นความสามารถของกองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกในการเพิ่มการปรากฏตัวในพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มฐานทัพ ท่านอยากจะบอกอะไรกับบรรดาพันธมิตรเพื่อให้ประเทศเหล่านั้นมั่นใจว่าจะยังคงมีการปฏิบัติดังกล่าวอยู่เช่นเดิมในยามที่กองทัพต่าง ๆ ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านทรัพยากร

พล.อ. บราวน์: ความท้าทายในการจัดหาทรัพยากรจะมีอยู่เสมอและจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนคือความซับซ้อนของสภาพแวดล้อมทางด้านการรักษาความมั่นคง สภาพแวดล้อมทางยุทธศาสตร์ของอินโดเอเชียแปซิฟิกมีความซับซ้อนมากที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาตลอดระยะเวลา 35 ปีที่ผมรับราชการ ประชากรยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ ในบรรดาเมืองมหานคร 36 แห่งในโลกนี้ 24 แห่งตั้งอยู่ในอินโดเอเชียแปซิฟิก เทคโนโลยียังคงก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและกองทัพต่าง ๆ ก็ยังคงเพิ่มขีดความสามารถของตนอย่างต่อเนื่อง ภายในภูมิภาคของเรานั้น ความตึงเครียดเพิ่มระดับขึ้น ความสัมพันธ์ต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลง และผลประโยชน์ระดับชาติที่เป็นผลประโยชน์สำค็ญ ๆ ก็ดูเหมือนพร้อมที่จะขัดแย้งกันตลอดเวลา ภูมิภาคแปซิฟิกมีความซับซ้อน เมื่อประกอบกับความหลากหลายทางด้านทางภูมิศาสตร์ที่ดิน ป่า ทะเลทราย พื้นที่ขั้วโลกและเทือกเขาสูง ตลอดจนประชากรขนาดใหญ่ที่มีความหลากหลาย การสร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรและหุ้นส่วนจึงเป็นสิ่งจำเป็น สหรัฐฯ และพันธมิตรได้อาศัยการฝึกแบบทวิภาคีและพหุภาคี เช่น ภารกิจเส้นทางแห่งแปซิฟิก ในการพัฒนาขีดความสามารถและเพิ่มความพร้อมโดยรวมเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้น เรามีโอกาสมากมาย มีกองทัพบกที่ใหญ่ที่สุดในโลกเจ็ดกองทัพ และผู้บัญชาการทหารสูงสุด 21 จาก 26 คนเป็นนายทหารจากกองทัพบก ยิ่งกองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกทำงานร่วมกับพันธมิตรในภูมิภาคมากขึ้นเท่าไร เราก็จะสามารถรับมือกับความคลุมเครือ ความสับสนวุ่นวายและความซับซ้อนที่เป็นสภาพแวดล้อมทางด้านความมั่นคงยุคใหม่ได้มากขึ้นเท่านั้น

กองพันสนับสนุนกองพลน้อยที่ 325 กองพลทหารราบที่ 25 นำสิ่งของบรรทุกและยานพาหนะทางทหารขึ้นเรือสนับสนุนการส่งกำลังบำรุง-2 ของหน่วยบัญชาการดำรงความต่อเนื่องในยุทธบริเวณที่ 8 ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2559 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจเส้นทางแห่งแปซิฟิก
จ.ส.ต. จอห์น การ์เวอร์/กองทัพบกสหรัฐฯ

ฟอรัม: ความพร้อมของกองกำลัง ความมุ่งมั่นต่อสันติภาพและเสถียรภาพ และข้อผูกพันอันถาวร ยังคงเป็นเครื่องหมายของการปรากฏตัวของกองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกในอินโดเอเชียแปซิฟิก กรุณาอธิบายถึงวิสัยทัศน์ของท่านในฐานะผู้บัญชาการที่ประสานดูแลองค์ประกอบเหล่านี้ และคำมั่นสัญญาอื่น ๆ ของกองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกที่มีมานานต่อภูมิภาค

พล.อ. บราวน์: ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากองทัพบกสหรัฐฯ ปรากฏตัวอย่างภาคภูมิและต่อเนื่องในแปซิฟิกมาเกือบ 120 ปีแล้ว แต่ผมว่าสิ่งที่น่าประทับใจมากกว่านั้นก็คือการที่เราดำรงการแสดงตนด้วยการพัฒนาขีดความสามารถของกองกำลังทางบกและความร่วมมือตลอดทั่วภูมิภาคเพื่อเอาชนะความท้าทายต่าง ๆ ที่ส่งผล

กระทบต่อเราทุกคน โครงการความร่วมมือด้านความมั่นคงที่แข็งแกร่งของเราทำให้มีการฝึกฝนทางด้านการดำเนินกลยุทธ์ร่วมและผสม ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานของเรามีขีดความสามารถตามคำสั่งภารกิจ และสร้างแนวคิด กำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำรงความต่อเนื่องของปฏิบัติการกองทัพบกและปฏิบัติการร่วม และมันยังเป็นความตั้งมั่น กองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกจะต้องใช้ประโยชน์จากวัฒนธรรมใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อทดสอบกับแนวความคิดและขีดความสามารถใหม่ ๆ เช่น การสู้รบในหลายพื้นที่เพื่อสร้างความพร้อมให้กับกองทัพและกองกำลังร่วม ความตั้งมั่นนี้จะช่วยให้บรรดาคู่แข่งมองเห็นความยากลำบากนานัปการและเสริมสร้างการป้องปรามให้มีความแข็งแกร่งในที่สุดด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำสงคราม ด้วยกิจกรรมเหล่านี้ ตลอดจนผลลัพธ์ที่ได้จากการเพิ่มขีดความสามารถให้กับพันธมิตรกองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก เราจะสามารถรักษาคำมั่นต่อพันธมิตรของเราและสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพภายในภูมิภาค

ฟอรัม: ท่านเคยกล่าวว่าภารกิจเส้นทางแห่งแปซิฟิกคือนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ท่านเคยเห็นมาในการฝึกอบรมและการฝึกปฏิบัติตลอด 35 ปี อะไรที่ทำให้ภารกิจนี้ยังคงมีเอกลักษณ์และประสบความสำเร็จนับตั้งแต่ที่มีการจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2557

กองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินแห่งประเทศญี่ปุ่นและทหารสหรัฐฯ ทำการฝึกด้านการพยาบาลในระหว่างการฝึกโอเรียนต์ ชีลด์ พ.ศ. 2558 [กองทัพบกสหรัฐฯ]

พล.อ. บราวน์: ผมคิดว่าภารกิจเส้นทางแห่งแปซิฟิกเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ ประการแรกคือ มันช่วยสร้างความพร้อมให้กับกองทัพบกสหรัฐฯ ทั่วทั้งภูมิภาคอินโดเอเชียแปซิฟิกพร้อมกับสนับสนุนข้อกำหนดด้านความร่วมมือในการรักษาความมั่นคงในยุทธบริเวณร่วม สิ่งนี้จะทำให้กองทัพบกสหรัฐฯ เกิดความแข็งแกร่ง มีความสามารถรอบตัวและสามารถออกปฏิบัติหน้าที่ข้ามล้ำเส้นแบ่งเขตวันสากลเป็นระยะเวลาเก้าเดือนต่อปี ผมคิดว่ามันเป็นข้อได้เปรียบที่ค่อนข้างสำคัญ ผลประโยชน์บางอย่างที่เป็นรูปธรรมที่ได้จากภารกิจเส้นทางแห่งแปซิฟิกจะเกิดจากการสร้างความสัมพันธ์ การฝึกซ้อมทบทวน และการสร้างความคุ้นเคยในภูมิภาคที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้มีส่วนช่วยโดยตรงในการเพิ่มระดับความพร้อมทั่วทั้งยุทธบริเวณในระดับยุทธวิธี ระดับปฏิบัติการและระดับยุทธศาสตร์

นอกจากนี้ ภารกิจนี้ยังทำให้เราสามารถขยายประเภทและปริมาณของยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการฝึก พันธมิตรและหุ้นส่วนของเราได้เห็นแล้วว่าภารกิจนี้ทำให้เกิดหน่วยพร้อมรบที่สามารถปฏิบัติการร่วมกันได้ในระดับนานาชาติ และในขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งในการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค มันเป็นภารกิจที่สร้างความแตกต่างอย่างมหาศาลในยุทธบริเวณนี้

ฟอรัม: กองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกปฏิบัติภารกิจเส้นทางแห่งแปซิฟิกแบบ “ย้อนกลับ” เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2559 กรุณาอธิบายว่าภารกิจนี้แตกต่างจากภารกิจเส้นทางแห่งแปซิฟิกแบบเดิมอย่างไร และเป็นประโยชน์อย่างไรต่อสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรในภูมิภาคที่เข้าร่วม

ทหารฟิลิปปินส์และทหารสหรัฐฯ ทำการฝึกซ้อมการปะทะในระหว่างการฝึกบาลิกาตัน [กองทัพบกสหรัฐฯ]

พล.อ. บราวน์: นี่เป็นแค่อีกตัวอย่างหนึ่งของคุณประโยชน์ที่เกิดจากภารกิจเส้นทางแห่งแปซิฟิกในยุทธบริเวณนี้ ภารกิจเส้นทางแห่งแปซิฟิกแบบย้อนกลับคือการนำพันธมิตรและหุ้นส่วนอื่น ๆ ไปยังสหรัฐฯ เพื่อดำเนินการฝึกแบบผสมในพื้นที่ฝึกของเรา ภารกิจเส้นทางแห่งแปซิฟิกแบบย้อนกลับและแบบปกติจะมีข้อกำหนดด้านการส่งกำลังบำรุงพื้นฐานที่คล้ายคลึงกัน ที่แตกต่างก็คือ ภารกิจเส้นทางแห่งแปซิฟิกแบบย้อนกลับจะเป็นการขยายประสบการณ์ และการเรียนรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องกับพันธมิตรและหุ้นส่วนของเรา ภารกิจนี้นอกจากจะทำให้พันธมิตรของเรามีโอกาสที่จะได้ฝึกในสภาพแวดล้อมต่างประเทศและเพิ่มพูนขีดความสามารถแล้ว ยังช่วยพัฒนาความสามารถของเราในการปฏิบัติการร่วมกันกับบรรดาชาติพันธมิตรเหล่านั้น สิ่งนี้จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และพันธมิตรของเรา และเพิ่มระดับความมั่นคงในภูมิภาคอันเป็นสิ่งมีค่ายิ่งในที่สุด

พล.อ. บราวน์: กองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกและหน่วยบัญชาการการฝึกและหลักนิยมแห่งกองทัพบกสหรัฐฯ ตกลงที่จะใช้ภารกิจเส้นทางแห่งแปซิฟิก พ.ศ. 2559 ในการสนับสนุนความพยายามของกองทัพบกที่ขยายขอบเขตกว้างขึ้น เพื่อกำหนดวิธีแก้ปัญหาที่เป็นไปได้สำหรับความท้าทายในการปฏิบัติการที่ระบุไว้ในแนวความคิดในการปฏิบัติของกองทัพบก แนวความคิดในการปฏิบัติของกองทัพบกจะเตรียมความพร้อมสำหรับความท้าทายต่าง ๆ ในการทำสงคราม ซึ่งการกำหนดวิธีแก้ปัญหาตามแนวความคิดดังกล่าวจะมีส่วนช่วย

โดยตรงต่อการปฏิบัติการร่วมในยุทธบริเวณแปซิฟิก เราประเมินวิธีแก้ปัญหาความท้าทายเหล่านี้โดยใช้ขั้นตอนการประเมินการทำสงครามของกองทัพบก การประเมินนี้เป็นวิธีการที่สำคัญของกองทัพบกในการทดสอบและประเมินวิธีการใหม่ในการแก้ปัญหาทางกายภาพ ทางหลักนิยมและทางความคิด เพื่อรับมือกับความท้าทายในการปฏิบัติการในปัจจุบันและในอนาคต ตลอดจนการเตรียมความพร้อมในการฝึกสำหรับหน่วยต่าง ๆ ที่เข้าร่วม ความร่วมมือของกองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกในการประเมินในปี พ.ศ. 2560 และโอกาสอื่น ๆ ทำให้ทราบผลสะท้อนกลับที่สำคัญจากผู้ใช้การประเมินตั้งแต่แรกเริ่มที่สามารถนำไปกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีและแนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อกองทัพบกทั้งหมด และสร้าง

ประสิทธิภาพในการเร่งระดับความก้าวหน้าและผลิตผลทางนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์

ฟอร์ซ 2025 หรือกำลังรบในอนาคตในปี พ.ศ. 2568 ของกองทัพบกสหรัฐฯ ด้วยความหลากหลายของสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศและพื้นที่ภูมิศาสตร์อันกว้างใหญ่ไพศาล ทำให้ภูมิภาคอินโดเอเชียแปซิฟิกมีสภาพแวดล้อมที่มีลักษณะเฉพาะสำหรับการทดลองทางยุทโธปกรณ์และหลักนิยม ดังนั้น การสู้รบในหลายพื้นที่จึงสามารถทำได้เช่นเดียวกันในภูมิภาคนี้ การยกระดับและการขยายการฝึกและความร่วมมือในระดับนานาชาติที่มีอยู่ในอินโดเอเชียแปซิฟิกจะทำให้เราได้ประโยชน์จากยุทธบริเวณแปซิฟิกในฐานะห้องปฏิบัติการสำหรับการทดลองที่ใช้งานได้ทั่วโลก และเราจะรายงานผลการทดลองเหล่านี้อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยกำหนดรูปแบบกองกำลังในอนาคต

ฟอรัม: ช่วยอธิบายกลยุทธ์ที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาหลักนิยมใน “การสู้รบในหลายพื้นที่” และนโยบายดังกล่าวจะทำให้ยุทธวิธีและการฝึกของกองทัพบกเปลี่ยนไปอย่างไรในภายภาคหน้า

พล.อ. บราวน์: ผมคิดว่าเราต้องคงความต่อเนื่องในการสร้างกระบวนการและปลูกฝังวัฒนธรรมในเรื่องการบูรณาการและนวัตกรรมร่วมกันที่สามารถปกป้องตนเองจากสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่ซับซ้อนที่เราเผชิญอยู่ในวันนี้ แนวคิดเกี่ยวกับการสู้รบในหลายพื้นเชิงวิวัฒนาการคือคำตอบ แนวคิดดังกล่าวต่อยอดมาจากการปฏิบัติการทางบก ทางอากาศและทางทะเลอย่างเต็มรูปแบบ ตลอดจนแนวความคิดในการปฏิบัติของกองทัพบกที่ทำให้เกิดกองกำลังร่วมเพื่อสร้างโอกาสแห่งความได้เปรียบในพื้นที่ทางบก อากาศ ทะเล อวกาศและไซเบอร์ โอกาสเหล่านี้จะทำให้ผู้นำทางพลเรือนและผู้บัญชาการกองกำลังรบร่วมมีทางเลือกที่หลากหลาย และสร้างอุปสรรคต่าง ๆ ให้กับผู้ที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นฝ่ายตรงข้าม กองทัพบกแห่งแปซิฟิกมีโอกาสที่จะดำเนินการตามแนวคิดนี้ในพื้นที่สำคัญต่าง ๆ ทั่วทั้งยุทธบริเวณอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ กองกำลังทางบกมีข้อกำหนดที่จะจัดส่งกองกำลังจากพื้นที่ทางบกเข้าไปยังพื้นที่ทางอากาศ ทะเล อวกาศและไซเบอร์ ดังนั้น ผมคิดว่ากองทัพบกในแปซิฟิกจะต้องลงทุนและเสริมสร้างขีดความสามารถของกองกำลังในอนาคตที่จะช่วยให้เกิดอิทธิพลที่ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ ด้วยการเปลี่ยนแปลงความเชื่อ ขีดความสามารถและที่สำคัญที่สุดคือวัฒนธรรมของกองทัพของเรา เราก็จะสามารถบรรลุ

การบูรณาการร่วมได้อย่างแท้จริง ถ้าเราทำอย่างถูกต้อง ผมคิดว่าเราอาจจะสามารถหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในอนาคตได้ทั้งหมดเพราะฝ่ายตรงข้ามของเราจะถูกขัดขวางอย่างแท้จริง ความได้เปรียบของเราไม่ใช่แค่เพราะเราสามารถนำเทคโนโลยีหรือแนวคิดมาใช้ในการสู้รบในหลายพื้นที่เท่านั้น แต่เรายังมีความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ นั่นก็คือกำลังพลของเรา เมื่อเรามีวิธีการใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหาและมีขีดความสามารถตามคำสั่งภารกิจในการจัดตั้งคณะทำงานที่มีความเหนียวแน่น กำลังพลชายหญิงของเราจะไม่เพียงแค่ประสบความสำเร็จเท่านั้น แต่ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ดีท่ามกลางความคลุมเครือและความสับสนวุ่นวายที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสนามรบใด ๆ ก็ตามในอนาคต ดังนั้น ผมเชื่อจริง ๆ ว่าตอนนี้เราต้องฉวยโอกาสนี้ในภูมิภาคแปซิฟิก เพราะมันเป็นโอกาสที่ดีพอ ๆ กับโอกาสอื่น ๆ ที่ผมเคยเห็นตลอดชีวิตการทำงานของผม ในแง่ของการมีกำลังพลที่เหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสมและมีโครงสร้างที่พร้อมเพรียง

ทหารสาธารณรัฐเกาหลีจากกรมที่ 8 กองพันที่ 137 และทหารสหรัฐฯ ในสังกัดกองร้อยบราโว กองพันที่ 2 กรมทหารราบที่ 3 ทำการจู่โจมในพื้นที่ชุมชนในเมืองที่สนามยิงปืนด้วยลูกกระสุนจริง โรดริเกซ์ในประเทศเกาหลีใต้ เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2556 ในระหว่างภารกิจเส้นทางแห่งแปซิฟิก [จ.ส.ต. ควัดโว ฟริมปง/กองทัพบกสหรัฐฯ]

ฟอรัม: ในฐานะผู้บัญชาการระดับสูงของกองทัพบกสหรัฐฯ ในยุทธบริเวณ ท่านกำกับดูแลการสนธิกำลังระหว่างกองกำลังประจำการและกองกำลังสำรองเพื่อสนับสนุนกองบัญชาการสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก มีความท้าทายอะไรเกิดขึ้นบ้างในงานนี้

พล.อ. บราวน์: เราคือนิยามของการปฏิบัติการแบบหลายองค์ประกอบหรือที่เรียกว่ากองกำลังเบ็ดเสร็จ ซึ่งเป็นสิ่งที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนในทันทีในภูมิภาคแปซิฟิก แต่ละองค์ประกอบของกองทัพบกได้นำขีดความสามารถเฉพาะตัวมาสู่กองทัพสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก และเมื่อเรานำความเชี่ยวชาญต่าง ๆ เหล่านี้มาผสมผสานกันและใช้ในการสนับสนุนการฝึกในอินโดเอเชียแปซิฟิก เราจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันในกองทัพบกสหรัฐฯ ตลอดจนการทำงานร่วมกับพันธมิตรและหุ้นส่วนของเรา โครงการความร่วมมือระหว่างประเทศที่นำโดยกองกำลังรักษาดินแดนคือตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของการทำงานร่วมกันตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่สร้างความต่อเนื่องในการสนับสนุนและการกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นอยู่เสมอกับประเทศต่าง ๆ เก้าประเทศในแปซิฟิก ดังที่กองทัพมากมายในภูมิภาคนี้ได้พิสูจน์ให้เห็น การสนธิกำลังระหว่างกองกำลังประจำการและกองกำลังสำรองจะนำมาซึ่งขีดความสามารถที่สำคัญและกำลังพล ปัจจุบันกองทัพบกสหรัฐฯ กำลังดำเนินความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะเปลี่ยนกองกำลังสำรองให้เป็นกองกำลังเบ็ดเสร็จที่รวมเข้าด้วยกันและปฏิบัติการภายใต้นโยบายและกระบวนการที่เหมือนกันและใช้แทนกันได้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการผสมผสานที่ดีขึ้นระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ ของกองทัพบกสหรัฐฯ และก่อให้เกิดกองกำลังแบบหลายองค์ประกอบที่มีความสมดุลมากยิ่งขึ้น ที่จะสามารถรับมือกับความท้าทายในสภาพแวดล้อมด้านการรักษาความมั่นคงที่ซับศ้อนอย่างที่เป็นอยู่ในวันนี้

ฟอรัม: คำกล่าวของท่านในระหว่างการสัมมนาว่าด้วยเรื่องการบริหารจัดการกองทัพบกภูมิภาคแปซิฟิกที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2559 เน้นถึงความจำเป็นในการสร้างความร่วมมือระหว่างพลเรือนและกองทัพเพื่อต่อต้านแนวคิดสุดโต่งที่นิยมความรุนแรง เหตุใดประเด็นนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญในภูมิภาค

พล.อ. บราวน์: การสัมมนาว่าด้วยเรื่องการบริหารจัดการกองทัพบกภูมิภาคแปซิฟิกยังคงเป็นการปฏิสัมพันธ์สำคัญที่เปิดโอกาสให้กองทัพบกต่าง ๆ ในภูมิภาคแปซิฟิกได้ร่วมหารือ แบ่งปันและแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ซึ่งรวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นว่าผู้ตอบสนองต่อเหตุการณ์ของเราทั้งทางพลเรือนและทหารจะมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในความพยายามในการจัดการกับความท้าทายด้านความมั่นคงที่คนเหล่านี้ต้องเผชิญ ในแง่ของการต่อต้านแนวคิดสุดโต่งที่นิยมความรุนแรง ความร่วมมือดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญยิ่งเพราะภารกิจนี้ต้องใช้เอกภาพในการทำงาน การแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติอย่างเช่นในการสัมมนาว่าด้วยเรื่องการบริหารจัดการกองทัพบกภูมิภาคแปซิฟิก รวมถึงการฝึกแบบทวิภาคีหรือพหุภาคีไม่เพียงแต่จะช่วยให้พันธมิตรของเราตอบโต้แนวคิดสุดโต่งที่นิยมความรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยในการจัดการกับปัจจัยซ่อนเร้นที่ส่งเสริมแนวคิดสุดโต่ง แน่นอนว่าการกระทำดังกล่าวต้องใช้ความร่วมมือระหว่างพลเรือนและกองทัพ ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยขึ้นให้แก่พลเมือง ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคจะสามารถมุ่งเน้นที่การแก้ไขต้นเหตุของความรุนแรงแบบสุดโต่ง และไม่เพียงแต่จะต่อต้านมันเท่านั้น แต่ยังต้องขจัดมันออกจากพื้นที่กบดานในท้องถิ่นด้วย

ฟอรัม: ท่านเคยกล่าวไว้ว่า ภูมิภาคอินโดเอเชียแปซิฟิกเป็นศูนย์รวมของความท้าทายทั้งหมดที่มีอยู่ทุกที่ในโลกนี้ รวมทั้งความไม่แน่นอนของเกาหลีเหนือและความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ กิจกรรมใดที่กองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกทำอยู่และที่จะทำในอนาคตเพื่อช่วยให้พันธมิตรจัดการกับความท้าทายเหล่านี้ได้

พล.อ. บราวน์: ความสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้นระหว่างประเทศต่าง ๆ ในช่วงที่มีการปฏิสัมพันธ์และการฝึกระหว่างกองทัพถือเป็นก้าวที่สำคัญในการสร้างความสามารถโดยรวมเพื่อป้องกันความขัดแย้งในอินโดเอเชียแปซิฟิก ผมเพิ่งกลับจากการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติปี พ.ศ. 2559 ที่ประเทศจีน [ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2559] ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่แสดงถึงพลังในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้เราพัฒนาความสัมพันธ์ในด้านที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน เช่น การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม/การตอบสนองภัยพิบัติ การรักษาสันติภาพ และการปฏิบัติการสนับสนุนทางทหารที่สำคัญ

อื่น ๆ การมุ่งเน้นในด้านที่เห็นชอบร่วมกันจะทำให้เกิดความไว้วางใจที่สามารถช่วยบรรเทาความแตกต่างและช่วยในการแก้ปัญหาในอนาคต ความก้าวหน้าในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราสามารถพัฒนาความเข้าใจร่วมกันระหว่างกองทัพบกของเราและทำให้เกิดความเคารพซึ่งกันและกันในที่สุด การฝึกและการแลกเปลี่ยนความรู้จะนำมาซึ่งความเชื่อมั่น ความไว้วางใจและความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างกองทัพสหรัฐฯ และพันธมิตรของเราในภูมิภาคผ่านทางความร่วมมือที่ต่อเนื่อง กิจกรรมเหล่านี้จะป้องกันความขัดแย้งโดยการสร้างขีดความสามารถและความสัมพันธ์ร่วมกันที่แสดงให้เห็นว่ากองทัพสหรัฐฯ ยังคงเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ มีส่วนร่วมและให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างเครือข่ายความมั่นคงโดยรวมระหว่างนานาชาติทั่วทั้งภูมิภาค

ฟอรัม: วงการทหารมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างนับตั้งแต่ที่ท่านเข้าร่วมกองทัพเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว และท่านมีคำแนะนำอะไรสำหรับทหารใหม่ที่หวังว่าสักวันหนึ่งจะได้เป็นผู้นำในกองทัพบก

พล.อ. บราวน์: ตลอดระยะเวลา 35 ปีที่รับราชการทหาร ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงอย่างมาก ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการปฏิบัติการ ผมพูดถึงความซับซ้อนไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ผมยังคงเชื่ออย่างแน่วแน่ว่า ข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดของเราในฐานะประเทศคือบุคลากรของเรา และเรากำลังพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผู้นำ ทหารและพลเรือนในกองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกเพื่อจะปฏิบัติหน้าที่ได้ดีท่ามกลางความคลุมเครือและความสับสนวุ่นวาย ความสะดวกสบายอย่างเดียวนั้นยังไม่เพียงพอ บุคลากรชายหญิงของเราจะต้องประสบความสำเร็จได้ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดเพื่อให้ได้ชัยชนะ “ความสับสนในสงคราม” ครั้งหนึ่งเกิดจากการขาดข้อมูลที่จำเป็นในการคาดการณ์ในส่วนของผู้นำ ในวันนี้ “ความสับสนในสงคราม” เกิดขึ้นเพราะมีข้อมูลมากเกินไปและจำเป็นต้องวิเคราะห์และค้นหาแก่นความจริงเพื่อใช้ในการตัดสินใจ คำแนะนำของผมสำหรับทหารใหม่ที่หวังว่าสักวันหนึ่งจะได้เป็นผู้นำคือการพัฒนาความคิดที่รวดเร็วและมีวิจารณญาณ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการรับมือได้อย่างดีกับปัญหาที่ซับซ้อนที่เกิดขึ้นทั้งในอินโดเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลก

ฟอรัม: ท่านอยากจะกล่าวอะไรเพิ่มเติมบ้างไหม

พล.อ. บราวน์: จากที่ผมสังเกตเห็น องค์ประกอบสำคัญของกองทัพบกคือตัวบุคลากร สิ่งที่จำเป็นต่อความสำเร็จและการป้องกันประเทศคือการที่ผู้นำระดับสูงสร้างขีดความสามารถให้กับผู้ปฏิบัติงานเพื่อให้มั่นใจว่าคนเหล่านี้ได้รับการฝึกอย่างเต็มที่ มีทรัพยากรครบครันและสามารถบรรลุภารกิจได้ในทุกระดับ นับตั้งแต่ผู้บังคับชุดไปจนถึงนายทหารทั่วไป เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับวิกฤตการณ์หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินใด ๆ และผลักดันให้กำลังพลของเราปฏิบัติได้ดีขึ้น แข็งแกร่งขึ้นและมีศักยภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การบรรลุความสำเร็จยังต้องมีองค์ประกอบอื่นนอกเหนือจากผู้นำ ทหารและพลเรือนที่เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก ครอบครัวคือองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งของกองกำลังเบ็ดเสร็จของกองทัพบก ด้วยการสร้างความยืดหยุ่นและการจัดตั้งโครงการเกี่ยวกับครอบครัวสำหรับครอบครัวของกองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก และการนำกองกำลังสำรองมาปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น เราจะสามารถปฏิบัติงานได้สำเร็จในสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่ซับซ้อนในอินโดเอเชียแปซิฟิก

หุ้น