• Home »
  • ติดอันดับ »
  • งานวิจัยครึ่งคนครึ่งลิง สร้างความวิตกกังวลเกี่ยวกับหลักจริยธรรมของจีนอีกครั้ง
งานวิจัยครึ่งคนครึ่งลิง สร้างความวิตกกังวลเกี่ยวกับหลักจริยธรรมของจีนอีกครั้ง

งานวิจัยครึ่งคนครึ่งลิง สร้างความวิตกกังวลเกี่ยวกับหลักจริยธรรมของจีนอีกครั้ง

สาธารณรัฐประชาชนจีนอนุญาตให้ทีมนักวิจัย ทำการวิจัยผสมข้ามสายพันธุ์มนุษย์กับลิง ซึ่งส่วนใหญ่มีการสั่งห้ามอย่างเคร่งครัดในประเทศอื่น ๆ เอล ปาอิสหนังสือพิมพ์ของสเปนรายงานเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562

ในห้องปฏิบัติการที่ประเทศจีน ทีมนักวิจัยนำโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวสเปน อ้างว่าสร้างตัวอ่อนครึ่งคนครึ่งลิงได้เป็นครั้งแรก โดยการดัดแปลงพันธุกรรมตัวอ่อนของลิง แล้วฉีดเข้าไปในตัวอ่อนที่มีสเต็มเซลล์ของมนุษย์ ซึ่งอาจกลายเป็นเนื้อเยื่อแบบใดก็ได้ ตัวอ่อนลูกผสมนี้สามารถเจริญเติบโตและคลอดออกมาได้ แต่นักวิจัยได้ทำลายตัวอ่อนทิ้งไปเมื่อมีอายุครรภ์ได้ 14 วัน ซึ่งเป็นระยะที่ตัวอ่อนสามารถพัฒนาระบบประสาทส่วนกลาง

รายงานระบุว่างานวิจัยซึ่งเดินตามรอยกิจกรรมและการดำเนินการวิจัยอันเป็นที่ถกเถียงอื่น ๆ ของจีนนี้ ดำเนินการในจีน “เพื่อเลี่ยงปัญหาด้านกฎหมาย” และหลบหลีกการห้ามทำการวิจัยลักษณะดังกล่าวในสเปน

โดยงานวิจัยดังกล่าวยังไม่ได้รับการตรวจสอบด้านความสมเหตุสมผลจากนักวิจัยภายนอก หรือตีพิมพ์โดยวารสารวิชาการที่มีผู้ทรงคุณวุฒิตรวจทาน นักวิจัยซึ่งได้รับทุนสนับสนุนบางส่วนจากมหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งมูร์เซียในสเปน แก้ต่างงานของตน โดยยืนกรานว่างานวิจัยนี้อาจพัฒนาความพยายามที่จะใช้สัตว์ในการสร้างอวัยวะมนุษย์เพื่อการปลูกถ่าย และลดอัตราที่ร่างกายต่อต้านอวัยวะเอล ปาอิส ระบุ

ประเทศอื่น ๆ หลายประเทศวางมาตรการควบคุมอย่างเคร่งครัดต่อการทดลองในลักษณะนี้ เพื่อให้แน่ใจถึงความปลอดภัยของประชาชน และการรักษามาตรฐานการวิจัยโดยยึดหลักจริยธรรม ตัวอย่างเช่น สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ ที่ให้ทุนสนับสนุนการใช้ต้นแบบสัตว์บางชนิดที่มีเซลล์มนุษย์ หรือไคเมรา เช่น หนูที่มีเซลล์มะเร็งของมนุษย์ เพื่อทดสอบการรักษา อย่างไรก็ตาม ใน พ.ศ. 2552 สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ ห้ามการวิจัยที่มีการผสมเซลล์ของมนุษย์เข้ากับเซลล์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ไม่ใช่มนุษย์ หรือเข้าไปในลำดับการพัฒนาของเซลล์สืบพันธุ์ เช่นการสร้างเซลล์ไข่หรือเซลล์อสุจิ ใน พ.ศ. 2558 สถาบันดังกล่าวประกาศระงับการสนับสนุนเงินของสถาบันเป็นการชั่วคราว และเสนอกรอบการทำงานใหม่ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อขยายขอบเขตการจำกัดให้ครอบคลุมการวิจัยสเต็มเซลล์ในตัวอ่อนระยะเริ่มแรก และเซลล์มนุษย์ทั้งหมดที่มีส่วนในลำดับการพัฒนาของเซลล์สืบพันธุ์

“สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ ให้คำมั่นต่อการยึดถือมาตรฐานสูงสุดในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และสวัสดิภาพสัตว์ โดยมองว่ากรอบการทำงานที่เสนอนี้เป็นวิธีที่มีความรับผิดชอบในการควบคุมดูแลเพิ่มเติมและสร้างข้อกำหนดใหม่ ในขอบเขตของการวิจัยที่น่าจะสร้างความหวัง แต่ทางสถาบันคิดว่าควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน” โฆษกของสถาบันกล่าว

แต่จีนยังคงให้การส่งเสริมและสนับสนุนเงินทุนแก่งานวิจัยที่ถือว่าไม่ปลอดภัยและผิดหลักจริยธรรมในวงกว้าง รวมถึงอาจผิดกฎหมายในประเทศอื่น ๆ ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2562 นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนอ้างในวารสารวิทยาศาสตร์แห่งชาติซึ่งเป็นวารสารที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานภายใต้การกำกับดูแลของสถาบันวิทยาศาสตร์จีนว่า ปลูกถ่ายพันธุกรรมสมองของคนในลิงได้สำเร็จ โดยใช้การตัดต่อพันธุกรรม หรือเทคนิคซีอาร์ไอเอสพีอาร์ (CRISPR) ด้วยเช่นกัน มีรายงานว่าสัตว์ดังกล่าวแสดงถึงการมีความทรงจำระยะสั้นและมีเวลาการตอบสนองที่สั้นลง

เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2561 นักวิจัยชาวจีนอีกรายหนึ่งประกาศว่าเขาสร้างทารกจากตัดต่อพันธุกรรมสำเร็จเป็นครั้งแรกในโลก ซึ่งเป็นเด็กหญิงฝาแฝดที่ได้รับการตัดต่อพันธุกรรมโดยใช้เทคนิคซีอาร์ไอเอสพีอาร์ (CRISPR) เพื่อป้องกันจากเชื้อเอชไอวี ท่ามกลางความตกตะลึงของนักพันธุศาสตร์ส่วนใหญ่ทั่วโลก

นักวิจัยชั้นนำหลายคนประณามงานของเขา โดยระบุว่าการฝังตัวอ่อนที่มีการตัดต่อพันธุกรรมเพื่อสร้างทารกเป็นเรื่องผิดหลักจริยธรรม และเป็นผลให้เด็กมีความเสี่ยงทางสุขภาพโดยไม่จำเป็น เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวยังไม่ได้รับการพัฒนาเพียงพอที่จะนำมาทดลองกับมนุษย์ กฎหมายของสหรัฐฯ ห้ามการสร้างตัวอ่อนมนุษย์เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิจัย หรือการวิจัยที่เป็นอันตรายต่อตัวอ่อนของมนุษย์

ทันทีที่มีการประกาศดังกล่าว นายเฟิง ฉาง แห่งสถาบันบรอดของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์และมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เรียกร้องให้ระงับการตัดต่อพันธุกรรมในทารกทั่วโลกจนกว่านักวิจัยจะมีมาตรฐานความปลอดภัย จากที่ระบุในเว็บไซต์ของสถาบัน นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนจำนวนมากประณามงานวิจัยดังกล่าว และเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลการทดลองที่ใช้เทคนิคซีอาร์ไอเอสพีอาร์ (CRISPR) มากขึ้น

(ภาพ: ช่างเทคนิคห้องปฏิบัติการอุ้มลิงแสมที่ได้รับการตัดต่อพันธุกรรม ซึ่งนำไปใช้สร้างลิงจากการโคลนจำนวน 5 ตัว ที่สถาบันประสาทวิทยาศาสตร์ของสถาบันวิทยาศาสตร์จีนในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2562)

หากทีมนักวิจัยชาวสเปนตั้งใจที่จะยกระดับงานวิจัยตัวอ่อนลูกผสมครึ่งคนครึ่งลิง โดยปล่อยให้ไคเมราดังกล่าวคลอดออกมา ความเสี่ยงของการมีเซลล์ของมนุษย์อยู่ในสมองหรืออวัยวะสืบพันธุ์ของลิงซึ่งจะสร้างลิงที่มีรูปลักษณ์ภายนอกหรือพฤติกรรมเหมือนมนุษย์นั้น สร้างความหวาดวิตกให้กับชุมชนวิทยาศาสตร์หลาย ๆ แห่ง รวมถึงสังคมในวงกว้าง

“การทำให้สัตว์มีความเป็นมนุษย์มากขึ้นทำให้เกิดปัญหาด้านสวัสดิภาพสัตว์ รวมถึงปัญหาด้านจริยธรรมที่ทำให้เกิดความรู้สึกขยะแขยง” ดร. โรบิน โลเวลล์ แบดจ์ นักชีววิทยาพัฒนาการที่สถาบันฟรานซิสคริกในลอนดอน บอกกับหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน“เห็นได้ชัดว่าหากมีสัตว์ที่เกิดมาโดยมีรูปลักษณ์บางส่วนเป็นมนุษย์ เช่น ใบหน้า มือ หรือผิว ผมคิดว่าผู้คนคงจะรู้สึกสะอิดสะเอียนไม่น้อยเลยทีเดียว แม้จะมีความน่าสนใจในเชิงวิทยาศาสตร์ก็ตาม”

“ในสหราชอาณาจักร การเสนองานวิจัยใดที่จะสร้างไคเมราลูกผสมมนุษย์กับลิงจะต้องหาเหตุผลมาสนับสนุนให้ได้เป็นอย่างดี และจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่ยากลำบากมาก” ดร. โลเวลล์ แบดจ์กล่าว “ผมแน่ใจว่าการเสนองานวิจัยใด ๆ ซึ่งเกี่ยวกับไคเมราที่เกิดมาแล้วยังมีชีวิตรอด จะไม่ได้รับการอนุมัติอย่างแน่นอนในสหราชอาณาจักร และอาจจะรวมถึงในญี่ปุ่นด้วย”

หุ้น