จีนกวดขันการควบคุมสื่อผ่านแอปฯ

จีนกวดขันการควบคุมสื่อผ่านแอปฯ

ภายใต้การปกครองของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังคงเพิ่มความเข้มงวดมากยิ่งขึ้นในการควบคุมและตรวจสอบสื่อและอินเทอร์เน็ตในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 สำนักงานควบคุมดูแลสื่อแห่งกรมประชาสัมพันธ์กลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีนกล่าวว่า สมาชิกสื่อทุกคนในจีนต้องได้รับการฝึกอบรมและการทดสอบผ่านแอปฯ ที่นายสีแนะนำในเดือนมกราคม พ.ศ. 2562 เพื่อควบคุมพลเมืองจีนหลายสิบล้านคน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐและครูผู้สอน ตามที่นายเดวิด แบนเดอร์สกี ผู้อำนวยการร่วมของไชน่า มีเดีย โปรเจกต์ โครงการวิจัยอิสระของมหาวิทยาลัยฮ่องกงระบุ

แอปฯ “ศึกษาสี ชาติที่ยิ่งใหญ่” บังคับให้ผู้ใช้ศึกษาโฆษณาชวนเชื่อและสื่อของพรรคคอมมิวนิสต์จีน มิฉะนั้นจะถูกหักค่าจ้างหรือการลงโทษอื่น ๆ สำนักข่าวหลายแห่งรายงาน ตอนนี้ บุคลากรด้านข่าวในจีนต้องผ่านการทดสอบเพื่ออยู่ภายใต้การบริหารจัดการของแอปฯ ที่จะจัดขึ้นในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2562 จึงจะได้รับบัตรสื่อมวลชน ตามที่นายแบนเดอร์สกี ผู้เป็นบรรณาธิการไชน่า มีเดีย โปรเจกต์ระบุ

นอกจากนี้ สำนักงานสื่อของพรรคคอมมิวนิสต์จีนยังออกคำสั่งให้องค์กรสื่อทุกฝ่าย รวมถึงหนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ โทรทัศน์ และเครือข่ายวิทยุที่ล้วนเป็นของรัฐ เปิดตัวกลุ่มการศึกษาภายในกลางเดือนกันยายนผ่านแอปฯ ดังกล่าวซึ่งสร้างขึ้นโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีนและบริษัทอาลีบาบาที่ควบคุมโดยรัฐ นายแบนเดอร์สกีรายงาน

สื่อของรัฐอ้างว่าแอปฯ ดังกล่าวเป็นแอปฯ ที่มียอดดาวน์โหลดมากที่สุดในจีนสำหรับอุปกรณ์แอปเปิล ซึ่งมีผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านคน ดิอินดีเพนเดนต์ หนังสือพิมพ์ออนไลน์ของอังกฤษรายงาน

แอปฯ”ทำให้ผู้ใช้ต้องสละเวลาส่วนตัวเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความกดดันสูงที่ต้องรักษาระดับการได้รับคะแนน มิฉะนั้นจะล้าหลังและตกอยู่ในความเสี่ยง” นายแบนเดอร์สกีระบุ

แอปฯ นี้มีระบบคะแนนสำหรับให้คะแนนผู้ใช้ รวมถึงการตรวจตราความคืบหน้าในการเรียนรู้โฆษณาชวนเชื่อ และในการติดตามข่าวสารของนายสีและพรรคคอมมิวนิสต์จีน นายจ้างบางส่วนบังคับให้พนักงานส่งภาพถ่ายหน้าจอในแต่ละวันเพื่อรายงานความคืบหน้า ดิอินดีเพนเดนต์รายงาน

“คุณไม่สามารถเบี่ยงเบนความสนใจไปจากแอปฯ ได้” ดร. หยู ไฮ่ชิง ศาสตราจารย์ผู้ศึกษาเกี่ยวกับสื่อของจีนจากมหาวิทยาลัยรอยัล เมลเบิร์น อินสทิทิวออฟเทคโนโลยีในออสเตรเลียกล่าวถึงแอปฯ ดังกล่าวต่อหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2562 “นี่เป็นการสอดส่องทางดิจิทัลอย่างหนึ่ง ที่นำพาการปกครองระบอบเผด็จการในรูปแบบดิจิทัลไปสู่อีกขั้น”

นายสี “กำลังใช้สื่อยุคใหม่เพื่อสร้างความจงรักภักดีต่อตนเอง” นายวู เซียง นักวิเคราะห์การเมืองในกรุงปักกิ่งอธิบายกับ เดอะนิวยอร์กไทมส์เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2562 เขาเปรียบเทียบแอปฯ “ศึกษาสี ชาติที่ยิ่งใหญ่” (ซึ่งยังแปลความหมายได้อีกว่าแอปฯ “ศึกษาชาติที่ยิ่งใหญ่” หรือ “การศึกษาเพื่อทำให้จีนเข้มแข็ง”) กับ “หนังสือปกแดง” โฆษณาชวนเชื่อของนายเหมา ซึ่งเผยแพร่โดยพรรคคอมมิวนิสต์จีนในช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรมในทศวรรษ 1960 (พ.ศ. 2503 – 2512) และ 1970 (พ.ศ. 2513 – 2522) (ภาพ: สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนใช้โทรศัพท์มือถือของตนเองเข้าร่วมในกลุ่มการศึกษาบนแอปฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562)

นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าแอปฯ ล่าสุดของนายสี เป็นส่วนขยายของระบบการให้คะแนน “ความน่าเชื่อถือทางสังคม” ที่เปิดใช้งานเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งใช้ข้อมูลของแต่ละบุคคลในการให้หรือปฏิเสธสิทธิพิเศษบางอย่าง ตั้งแต่การเข้าเรียนในโรงเรียนที่ดี ไปจนถึงการซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางออกนอกประเทศ

เช่นเดียวกับนายเหมา นายสีได้กล่าวอย่างเปิดเผยถึงความปรารถนาที่จะควบคุมสื่อ

ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2556 นายสีและพรรคคอมมิวนิสต์จีนเริ่มกำหนดให้นักข่าวจีนต้องผ่านการทดสอบอุดมการณ์พรรคเพื่อได้รับการรับรอง ตามรายงานของรอยเตอร์ การทดสอบดังกล่าวอ้างอิงจากคู่มือ 700 หน้า ซึ่งประกอบไปด้วยคำสั่งอย่าง “ไม่อนุญาตให้รายงานที่เผยแพร่มีการแสดงความคิดเห็นใด ๆ ที่ขัดแย้งกับอุดมการณ์ของพรรค” และ “ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคและสื่อมวลชน เป็นความสัมพันธ์แบบผู้นำและผู้ตาม” ตามรายงานของรอยเตอร์ ในตอนนั้น พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้กำหนดให้นักข่าวฝึกอบรมอย่างน้อย 18 ชั่วโมงในหัวข้อต่าง ๆ เช่น ค่านิยมข่าวสารของมาร์กซิสต์ และระบบสังคมนิยมกับลักษณะเฉพาะของจีน

“วัตถุประสงค์ของการควบคุมในลักษณะนี้คือทำให้คุณอ่อนแรงลง ทำให้คุณรู้สึกว่าการควบคุมทางการเมืองเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้” ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ในกวางโจวรายหนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์เมื่อตอนที่เริ่มมีการใช้การทดสอบ

นโยบายของนายสีได้ลดขั้นของสื่อไปเป็น “กลุ่มทาสรับใช้ พวกเขาไม่ใช่นักข่าวอีกต่อไป แต่เป็นเพียงแค่กระบอกเสียงของพรรค พวกเขาต้องคอยรับใช้พรรคการเมือง” นายจาง ลี่ฝาน นักประวัติศาสตร์จากปักกิ่งกล่าวกับหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนในปี 2559 ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นายสีได้เพิ่มการควบคุมสื่อมากขึ้น เช่น จำคุกนักข่าวและบล็อกเกอร์มากกว่า 60 คนในปี 2562 ในสภาวะที่คุกคามชีวิตของพวกเขา ตามรายงานของเว็บไซต์องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน

นายจางและนักวิเคราะห์คนอื่น ๆ กล่าวว่าการต่อสู้ของนายสีเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจเหนือสื่อมวลชนคือการยึดอำนาจรัฐของจีนอย่างเด็ดขาด เพื่อต่อต้านความท้าทายทางการเมืองและจากภาคประชาชนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากภายในพรรค

ความพยายามในการควบคุมสื่อมวลชนของนายสี “ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มสู่ลัทธิอำนาจนิยมที่รุนแรงหรือหนักหนายิ่งขึ้นในจีน” นายบิล บิชอป ผู้สังเกตการณ์ด้านการเมืองจีนกล่าวกับเดอะการ์เดียน

“เพราะในท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายของนายสีก็คือการทำให้จีนเป็นรัฐพรรคการเมืองเดียวแบบเผด็จการที่มีบทบาทการทำงานสูง แต่การจะไปให้ถึงจุดนั้นได้ จะไม่ใช่การปกครองด้วยลัทธิอำนาจนิยมขั้นเบา หากแต่เป็นลัทธิอำนาจนิยมเข้มข้น” นายบิชอปกล่าว ซึ่งนายบิชอปเป็นบรรณาธิการของซิโนซิสซึม จดหมายข่าวทางอีเมลที่ได้รับการยอมรับโดยมุ่งเน้นการรายงานเกี่ยวกับจีน

หุ้น