จีนคุกคามเวียดนามด้วยการบุกรุกทางทะเลซ้ำ ๆ

จีนคุกคามเวียดนามด้วยการบุกรุกทางทะเลซ้ำ ๆ

สาธารณรัฐประชาชนจีนดำเนินยุทธวิธีกลั่นแกล้งในทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยการส่งเรือเข้าสู่น่านน้ำนอกชายฝั่งเวียดนามซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ปัญหาล่าสุดของเวียดนามกับจีนเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562 เมื่อไหหยาง ตือฉี 8 ซึ่งเป็นเรือสำรวจของจีนเริ่มทำแผนที่บริเวณที่ราบทะเลขนาดใหญ่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของหาดแวนการ์ดซึ่งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษของเวียดนาม เรือลำนี้มาพร้อมกับเรือพลเรือนติดอาวุธทางทะเลของจีนและกองกำลังรักษาชายฝั่งจีน รอยเตอร์รายงานว่าเรือกองกำลังรักษาชายฝั่งจีนยังคุกคามปฏิบัติการขุดเจาะน้ำมันเวียดนามทางตอนใต้อีกด้วย

จีนเคยท้าทายเขตเศรษฐกิจพิเศษของเวียดนามมาก่อน ใน พ.ศ. 2557 รัฐบาลจีนจุดชนวนการขัดแย้ง ไหหยาง ชือโหย่ว 981 หรือรู้จักกันในชื่อวิกฤตแท่นขุดเจาะน้ำมันระหว่างจีนกับเวียดนาม พ.ศ. 2557 ในข้อพิพาทดังกล่าว จีนได้ปล่อยแท่นขุดเจาะน้ำมันเข้ามาในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยเวียดนามได้เคลื่อนไหวเพื่อป้องกันไม่ให้แท่นกำหนดตำแหน่งคงที่ได้ การขัดแย้งดังกล่าวส่งผลให้เกิดคลื่นการประท้วงต่อต้านจีนในเวียดนาม โดยมีการเรียกร้องให้ประเทศเวียดนามประเมินนโยบายทางการทูตและความมั่นคงกับจีนอีกครั้ง (ภาพ: เรือกองกำลังรักษาชายฝั่งจีน (ขวา) แล่นผ่านใกล้กับแท่นขุดเจาะน้ำมันจีนไหหยาง ชือโหย่ว 981 ในทะเลจีนใต้เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2557)

ข้อพิพาทล่าสุดนี้เกิดจากจีนพยายามเข้ายึดครองพื้นที่ภายใน “เส้นประเก้าจุด” ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตอันคลุมเครือที่จีนใช้สำหรับการอ้างสิทธิ์ทางทะเลส่วนหนึ่งในทะเลจีนใต้ จีนกำลังฝ่าฝืนต่อสิทธิ์ในไหล่ทวีปที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเปิดเผย ซึ่งอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลได้รับรองให้กับเวียดนาม

พื้นที่พิพาททั้งหมดอยู่ในพื้นที่แอ่งนามคอนซอน 90,650 ตารางกิโลเมตร แอ่งส่วนใหญ่อยู่ในระยะ 200 ไมล์ทะเลหรือประมาณ 370 กิโลเมตรจากชายฝั่งเวียดนาม ซึ่งเป็นกฎสากลในการกำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษ จีนอยู่ห่างออกไปมากกว่า 966 กิโลเมตร ทำให้ไม่อยู่ในสถานะที่ได้รับการยอมรับให้อ้างสิทธิ์ในพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทได้

นายฮวง เลอ ตู นักวิเคราะห์กล่าวว่า การเคลื่อนไหวล่าสุดของจีนแสดงถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจอย่างจริงจังและอาจบีบให้เวียดนามเข้าร่วมกิจกรรมการสำรวจร่วมกับจีน แม้กระทั่งในน่านน้ำที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติก่อนหน้านี้ว่าจีนไม่สามารถเข้าถึงได้

สหรัฐอเมริกาประณามการรุกรานของจีนในเขตเศรษฐกิจพิเศษของเวียดนามอย่างเป็นทางการ นายไมก์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้วิพากษ์วิจารณ์ “การบีบบังคับ” ของจีนในข้อพิพาทดังกล่าว

นอกจากนี้ เวียดนามยังเป็นหุ้นส่วนด้านการขุดเจาะกับบริษัทรอสเนฟต์ ซึ่งเป็นผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันของรัสเซียและบริษัทปิโตรเลียมมหาชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งผู้ถือหุ้นหลักของบริษัทคือรัฐบาลรัสเซีย ปัจจุบัน บริษัทรัสเซียเป็นบริษัทเดียวที่ร่วมมือกับเวียดนามในการดำเนินงานภายในเส้นประเก้าจุด และจีนจะเกิดการสูญเสียอย่างมากหากล้ำเส้นความเป็นปรปักษ์กับรัสเซีย

นิตยสารฟอเรนจ์โพลิซีระบุว่าแผนหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน “จะต้องกำหนดเส้นทางอย่างรอบคอบผ่านสิ่งที่รัสเซียถือว่าเป็นสวนหลังบ้านของตน” จีนได้ทุ่มเงิน 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.14 แสนล้านบาท) ให้กับยูเครนซึ่งทำสงครามอย่างไม่เป็นทางการกับกองทัพรัสเซียอยู่ และมีโครงการเชื่อมโยงคาซัคสถานกับเบลารุสซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการแล้ว

“การรักษาสันติภาพระหว่างขั้วอำนาจทั้งสองจำเป็นต้องมีการถ้อยทีถ้อยอาศัยกันอย่างมาก และความขัดแย้งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ซึ่งจะต้องแก้ไขอย่างเงียบ ๆ จากการจัดตั้งและเสริมสร้างเขตอิทธิพล” ฟอเรนจ์โพลิซีรายงาน “ด้วยเหตุนี้ การขุดเจาะน้ำมันร่วมระหว่างรัสเซียกับเวียดนามนอกชายฝั่งเวียดนามตอนใต้จึงแทบจะอยู่บนโต๊ะเจรจาอย่างแน่นอน”

หุ้น