• Home »
  • ติดอันดับ »
  • จีนทดสอบยุทโธปกรณ์การสงครามอิเล็กทรอนิกส์ในทะเลจีนใต้
จีนทดสอบยุทโธปกรณ์การสงครามอิเล็กทรอนิกส์ในทะเลจีนใต้

จีนทดสอบยุทโธปกรณ์การสงครามอิเล็กทรอนิกส์ในทะเลจีนใต้

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

จีนดำเนินการคุกคามในทะเลจีนใต้ต่อไปด้วยการทดสอบยุทโธปกรณ์การสงครามอิเล็กทรอนิกส์เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2561 โดยยุทโธปกรณ์เหล่านี้ได้รับการติดตั้งเมื่อไม่นานมานี้บนเกาะเทียมที่จีนสร้างขึ้นในบริเวณหมู่เกาะสแปรตลี สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีรายงาน

“นี่เป็นข่าวร้ายมาก โดยเฉพาะเมื่อกองทัพส่วนใหญ่ของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ได้มีขีดความสามารถด้านข้อมูลข่าวกรองและการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อนมากเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้ว แล้วจีนก็มาทำให้ความเหลื่อมล้ำนี้ยิ่งกว้างขึ้นไปอีก” นายคอลลิน โกะ นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงในสิงคโปร์กล่าวในทวิตเตอร์ ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ Inquirer.net

ขีดความสามารถในการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ในลักษณะนี้สามารถรบกวนหรือตัดการใช้งานของระบบการสื่อสาร ระบบการนำทาง และระบบเรดาร์ โดยจีนได้ติดตั้งยุทโธปกรณ์การสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อขัดขวางการทำงานของระบบเหล่านี้ในด่านทหารชั้นนอกที่มีการเสริมการป้องกันสองแห่งในหมู่เกาะสแปรตลี ซึ่งรวมถึงแนวปะการังเฟียรีครอส (ภาพเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2561) และแนวปะการังมิสชีฟ หนังสือพิมพ์ เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2561 นอกจากนี้ จีนยังได้เคลื่อนกำลังขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศและขีปนาวุธร่อนต่อต้านเรือไปยังหมู่เกาะพาราเซลที่อยู่ใกล้เคียง โดยเป็นส่วนหนึ่งของการจัดกำลังทางทหารของจีนในภูมิภาคและการยืนยันการอ้างสิทธิทางอาณาเขตของจีนที่เป็นที่โต้แย้ง

จีนได้ดำเนินการทดสอบยุทโธปกรณ์การสงครามอิเล็กทรอนิกส์แม้จะขัดแย้งกับแถลงการณ์ร่วมที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกาได้ให้ไว้เมื่อต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561 ซึ่งระบุว่าทั้งสามประเทศ “ต่อต้านการใช้กำลังหรือการบีบบังคับ รวมถึงการกระทำแต่เพียงฝ่ายเดียว เพื่อเปลี่ยนแปลงสถานภาพที่เป็นอยู่ และการใช้พื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทเพื่อจุดประสงค์ทางทหารในทะเลจีนใต้”

บรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน และเวียดนามต่างก็อ้างสิทธิในอาณาเขตของทะเลจีนใต้ที่อุดมด้วยทรัพยากรนี้เช่นกัน โดยบางส่วนทับซ้อนกับการอ้างสิทธิทางอาณาเขตของจีน

ขณะนี้มีกลุ่มนักวิเคราะห์ที่เพิ่มจำนวนขึ้นที่มองว่า การก่อสร้างเกาะเทียมของจีนในทะเลจีนใต้และการจัดกำลังทางทหารอย่างต่อเนื่องในด่านทหารชั้นนอกเหล่านี้เข้าข่ายการใช้กำลังเพื่อขยายอาณาเขต ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศและทำให้มีเหตุผลอันสมควรที่จะดำเนินปฏิบัติการต่อต้าน

ดร.คอนสแตนติโนส ยีออล์ลูริเดส ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ อธิบายในนิตยสารออนไลน์ เดอะ ดิโพลแมต ฉบับวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 ไว้ว่า “หากการเข้าครอบครองดินแดนและการเคลื่อนกำลังกองทัพแต่เพียงฝ่ายเดียวของจีนในหมู่เกาะสแปรตลีเข้าข่ายการใช้กำลังกับประเทศที่อ้างสิทธิอื่น ๆ จะถือว่าจีนได้ละเมิดบรรทัดฐานที่เป็น พันธกรณีที่มีต่อส่วนรวม ซึ่งหมายถึงพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศโดยทั่วไปที่ประเทศหนึ่งพึงมีต่อประชาคมนานาชาติทั้งหมด โดยประเทศที่สามสามารถเรียกร้องให้จีนรับผิดชอบต่อหน้าที่ระหว่างประเทศ แม้ว่าประเทศนั้นจะไม่ได้รับผลกระทบจากการละเมิดในครั้งนี้ก็ตาม เมื่อมีการละเมิดในลักษณะนี้ นั่นหมายความว่าประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากประเทศที่มีการอ้างสิทธิในทะเลจีนใต้ อันได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย บรูไน และไต้หวัน สามารถออกมาตรการคว่ำบาตรกับจีนเช่นกัน ส่วนจะมีประเทศใดพร้อมที่จะออกมาตรการต่อต้านเหล่านั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องดูกันต่อไป”

ดร.ยีออล์ลูริเดส ซึ่งเป็นนักวิชาการฝ่ายวิจัยผู้ได้รับทุนอาร์เธอร์ วัตส์ ด้านกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวเนื่องกับข้อพิพาทด้านอาณาเขตจากสถาบันกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายเปรียบเทียบแห่งสหราชอาณาจักร เป็นผู้เขียนรายงานเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2561 ที่มีชื่อว่า “การใช้กำลังที่เกี่ยวเนื่องกับข้อพิพาทด้านอำนาจอธิปไตยเหนืออาณาเขตทางบก

เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561 นายเจมส์ แมททิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ติเตียนนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่การประชุมด้านความมั่นคงระหว่างประเทศในสิงคโปร์ เนื่องจากนายสีไม่ปฏิบัติตามคำมั่นที่ให้ไว้เมื่อ พ.ศ. 2558 ว่าจะไม่จัดกำลังทางทหารบนเกาะเทียมในทะเลจีนใต้ ตามข้อมูลจากเดอะ เทเลกราฟ ซึ่งเป็นเว็บไซต์สื่อประสม

“แม้จีนจะให้การปฏิเสธ แต่การวางระบบยุทโธปกรณ์เหล่านี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการใช้งานทางทหารเพื่อจุดประสงค์ในการข่มขู่และการบีบบังคับ” นายแมททิสกล่าว

“ผลที่ตามมาย่อมไม่ดีต่อจีนหากจีนไม่หาทางที่จะให้ความร่วมมือมากขึ้นกับทุกประเทศที่มีผลประโยชน์ในเรื่องนี้” นายแมททิสกล่าวเพิ่มเติม

หุ้น