• Home »
  • ติดอันดับ »
  • ญี่ปุ่นมีแผนอัดฉีดงบกลาโหมเพิ่มเติม และดัดแปลงเรือเก่าเพื่อสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรก
ญี่ปุ่นมีแผนอัดฉีดงบกลาโหมเพิ่มเติม และดัดแปลงเรือเก่าเพื่อสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรก

ญี่ปุ่นมีแผนอัดฉีดงบกลาโหมเพิ่มเติม และดัดแปลงเรือเก่าเพื่อสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรก

ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

ญี่ปุ่นมีแผนสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกและอัดฉีดงบประมาณด้านกลาโหมเพิ่มเติมครั้งใหญ่ พร้อมปรับปรุงศักยภาพด้านยุทโธปกรณ์ในปีต่อ ๆ ไป ตามนโยบายกลาโหมฉบับใหม่ที่ผ่านการอนุมัติเมื่อmidเดือนธันวาคม พ.ศ. 2561 ซึ่งระบุถึงความจำเป็นของญี่ปุ่นในการต่อกรกับภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือและจีน รวมถึงความเสี่ยงอื่น ๆ

นโยบายดังกล่าวผ่านการอนุมัติในการประชุมคณะรัฐมนตรีของนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งเรียกร้องให้ดัดแปลงเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ลำเดิมที่มีอยู่เป็นเรือที่สามารถบรรทุกเอฟ-35บี ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่แบบล่องหนราคาสูงที่ผลิตโดยสหรัฐฯ ซึ่งสามารถนำเครื่องขึ้นบินในระยะสั้นและลงจอดในแนวดิ่ง ญี่ปุ่นมีแผนที่จะซื้อเอฟ-35 จำนวน 147 ลำ รวมถึงเอฟ-35บี จำนวน 42 ลำในช่วงทศวรรษหน้า

นโยบายดังกล่าวจะแทนที่แผนการด้านกลาโหมฉบับปัจจุบันในช่วงครึ่งทางของกำหนดการที่วางไว้แต่แรก และเน้นย้ำถึงการผลักดันของนายอาเบะในการเพิ่มบทบาทและศักยภาพทางการทหารของญี่ปุ่นให้เป็นดั่งสิ่งที่นายอาเบะกล่าวไว้ว่า “ประเทศปกติประเทศหนึ่ง” นายอาเบะเฝ้ารอการแก้ไขรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นที่ร่างโดยสหรัฐฯ ซึ่งสละสิทธิ์ในการทำสงคราม พร้อมทั้งขยายขอบเขตแนวคิดการป้องกันตนเองเพื่อเปิดทางให้บุคลากรของญี่ปุ่นปกป้องกองกำลังทางทหารของชาติพันธมิตรได้ ในขณะที่ญี่ปุ่นร่วมงานกับกองทัพสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมกล่าวว่าญี่ปุ่นต้องเพิ่มมาตรการป้องปราม รวมถึงเพิ่มศักยภาพการป้องกันขีปนาวุธและด้านเครื่องบินขับไล่ เนื่องจากภัยคุกคามจากขีปนาวุธของเกาหลีเหนือยังคงคุกรุ่นโดยไม่มีขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมในการปลดขีปนาวุธดังกล่าว รวมถึงกิจกรรมทางทะเลของจีนมีท่าทีที่รุกรานมากขึ้นเรื่อย ๆ นโยบายฉบับใหม่ระบุว่าญี่ปุ่นจำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อมและแสดงให้เห็นว่าพร้อมรับมือกับภัยคุกคามต่าง ๆ เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นหมู่เกาะที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ อีกทั้งมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่เสี่ยงอันตรายหลายแห่งกระจายอยู่ตามแนวชายฝั่ง

ทางการระบุว่าเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์อิซึโมะ (ภาพ) ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเล ซึ่งเป็นเรือพิฆาตดาดฟ้าเรียบความยาว 250 เมตรที่บรรทุกเฮลิคอปเตอร์ได้ 14 ลำ จะได้รับการดัดแปลงให้เป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน ญี่ปุ่นมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดในการสร้างลานบินที่ยาวพอสำหรับเครื่องบินเอฟ-35 แบบธรรมดา และเรือบรรทุกเครื่องบินน่าจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกที่เป็นพื้นที่ซึ่งญี่ปุ่นพยายามป้องกันหมู่เกาะที่อยู่ห่างไกล รวมถึงเกาะที่มีกรณีพิพาทกับจีน ตลอดจนเพื่อยกระดับบทบาทในพันธไมตรีระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับเรือบรรทุกเครื่องบินดัดแปลง โดยการดำเนินการดังกล่าวจะเริ่มขึ้นในอีกห้าปีข้างหน้า และเรือจะสามารถบรรทุกเครื่องบินขับไล่แบบล่องหนได้ 10 ลำ จากนั้นการดัดแปลงเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ลำที่สองจะตามมาในภายหลัง

ขั้นตอนดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้านการป้องกันทางทะเลหลังสงครามของญี่ปุ่น ซึ่งไม่มีเรือบรรทุกเครื่องบินเนื่องจากข้อกังวลที่ว่าอาจทำให้ประเทศเพื่อนบ้านในแถบเอเชียของญี่ปุ่นนึกย้อนถึงการรุกรานของกองทัพเรือญี่ปุ่นเมื่อครั้งสงคราม

นโยบายดังกล่าวระบุว่าญี่ปุ่นจำเป็นต้องเสริมเขี้ยวเล็บด้านการป้องกันทางอากาศในภูมิภาคแปซิฟิก พร้อมทั้งขยายการสอดส่องทางทะเลในเวลาเดียวกัน โดยกระทรวงกลาโหมกล่าวว่าญี่ปุ่นมีแผนจะซื้อเครื่องบินเอฟ-35 แบบธรรมดาจำนวน 105 ลำ และเอฟ-35บี จำนวน 42 ลำเพื่อเปลี่ยนทดแทนฝูงบินเอฟ-15 บางส่วน

เครื่องบินเอฟ-35บี หนึ่งลำมีมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านเยน (ประมาณ 2.9 พันล้านบาท) เครื่องบินไอพ่นที่มีราคาสูงนี้จะทำให้การใช้งบประมาณด้านกลาโหมของญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้นซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีอัตราเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหกปีซ้อนนับตั้งแต่นายอาเบะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อช่วงสิ้น พ.ศ. 2555 ญี่ปุ่นวางแผนอัดฉีดงบประมาณ 2.35 แสนล้านเยน (ประมาณ 6.6 หมื่นล้านบาท) เพื่อซื้อระบบป้องกันขีปนาวุธประจำภาคพื้นดินของสหรัฐฯ หรือเอจิส อะชอร์ จำนวนสองชุด รวมถึงระบบสกัดกั้นขีปนาวุธรุ่นอื่น ๆ ของสหรัฐฯ

ภายใต้นโยบายดังกล่าวนี้ คณะรัฐมนตรียังอนุมัติโครงการป้องกันประเทศระยะกลางฉบับใหม่ ซึ่งต้องใช้งบประมาณที่สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 27 ล้านล้านเยน (ประมาณ 7.9 ล้านล้านบาท) โดยจะเริ่มขึ้นใน พ.ศ. 2562 ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่างบประมาณด้านกลาโหมห้าปีก่อนหน้านี้ถึง 2 ล้านล้านเยน (ประมาณ 5.8 แสนล้านบาท)

หุ้น