• Home »
  • ติดอันดับ »
  • ญี่ปุ่นเป็นผู้นำระดับภูมิภาคในการต่อสู้กับอาชญากรรมทางไซเบอร์
ญี่ปุ่นเป็นผู้นำระดับภูมิภาคในการต่อสู้กับอาชญากรรมทางไซเบอร์

ญี่ปุ่นเป็นผู้นำระดับภูมิภาคในการต่อสู้กับอาชญากรรมทางไซเบอร์

ฟีลิกซ์ คิม

ญี่ปุ่นยังคงรับบทนำในโครงการด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในอินโดแปซิฟิก โดยมีแผนที่จะจัดตั้งองค์กรพันธมิตรระดับภูมิภาคเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมทางไซเบอร์ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562

บทบาทล่าสุดของรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นไปตามการประชุมด้านอาชญากรรมทางไซเบอร์ระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน กับญี่ปุ่น ซึ่งจัดการประชุมครั้งที่สามเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562 ที่ประเทศบรูไน ในระหว่างนั้น กองทุนความร่วมมือญี่ปุ่นและอาเซียนมอบเงินทุนให้กับสองโครงการซึ่งมีผลกระทบในวงกว้าง ได้แก่ ศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาบุคลากรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในกรุงเทพฯ ซึ่งเปิดทำการไปเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2561 และโครงการพัฒนาศักยภาพทางไซเบอร์ของอาเซียนโดยความร่วมมือจากองค์การตำรวจสากล ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ. 2559 ถึง พ.ศ. 2561

“รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามส่งสารว่าอินเทอร์เน็ต รวมถึงธุรกิจและธุรกรรมทางไซเบอร์ทั้งหมดเป็นโดเมนประเภทที่ใช้ร่วมกันทั่วโลก” นายเจฟฟรีย์ ฮอร์นัง นักวิเคราะห์ประเทศญี่ปุ่นแห่งแรนด์ คอร์ปอเรชัน กล่าวกับ ฟอรัม“โดยรับประกันว่าการเข้าถึงอย่างเสรีและเปิดกว้าง ทั้งยังพยายามต่อต้านการโจมตีทางไซเบอร์ และพยายามทำให้ประเทศใกล้เคียงรับมือได้ดีขึ้น รวมทั้งมีการป้องกันที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

ญี่ปุ่นเป็นหัวหอกในการจัดตั้งองค์กรพันธมิตรระดับภูมิภาคตามที่เสนอ ซึ่งมีเป้าหมายว่าจะมี 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม พร้อมกับการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งเป็นการประชุมสำหรับประเด็นทางการเมืองและความมั่นคงที่ประกอบด้วยจีน สหภาพยุโรป อินเดีย ญี่ปุ่น รัสเซีย สหรัฐอเมริกา และอีก 13 ประเทศ หนังสือพิมพ์ นิกเคอิของญี่ปุ่นรายงาน แผนการสำหรับองค์กรเป็นพันธมิตรดังกล่าวประกอบด้วย สำนักงานเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กฎหมาย กลยุทธ์และแนวทางปฏิบัติ การร่วมฝึกต่อต้านการโจมตีทางไซเบอร์ ตลอดจนการวิจัยเพื่อศึกษาและป้องกันการโจมตี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ

การประชุมด้านอาชญากรรมทางไซเบอร์ระหว่างอาเซียนและญี่ปุ่น เกิดขึ้นในการประชุมสุดยอดอาเซียนและญี่ปุ่นเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2556 เพื่อ “ส่งเสริมความร่วมมือและการหารือในการรับมือกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ รวมทั้งยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์” ตามที่ระบุในเอกสารการประชุมสุดยอด การประชุมด้านอาชญากรรมทางไซเบอร์ระหว่างอาเซียนและญี่ปุ่นที่ประเทศบรูไนครอบคลุมนโยบายอาชญากรรมทางไซเบอร์ แนวโน้ม และบทเรียนที่ได้เรียนรู้เพื่อต่อสู้อาชญากรรมทางไซเบอร์ การพัฒนาบุคลากร และมีแผนจะได้รับทุนจากกองทุนความร่วมมือญี่ปุ่น-อาเซียน

รอยเตอร์รายงานว่ากองทุนความร่วมมือญี่ปุ่นและอาเซียนซึ่งก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2549 เพื่อสนับสนุนความร่วมมือของอาเซียน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและอาเซียน ให้การสนับสนุนในการเปิดศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาบุคลากรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2561 ศูนย์ดังกล่าวมุ่งฝึกอบรมบุคลากรด้านความมั่นคงทางไซเบอร์จากประเทศอาเซียน และมีเป้าหมายที่จะผลิตผู้สำเร็จการศึกษาที่มีทักษะในการป้องกันทางไซเบอร์ นิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล และการวิเคราะห์มัลแวร์ (ภาพ: โครงการฝึกอบรมจัดขึ้นที่ศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาบุคลากรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในกรุงเทพฯ)

บริษัทญี่ปุ่น เอ็นอีซี ประกาศการมีส่วนร่วมที่ศูนย์ดังกล่าวในวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2562 โดยจะจัดการฝึกด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ต่าง ๆ “รวมทั้งการฝึกการตอบสนองต่ออุบัติการณ์สำหรับพนักงานของรัฐและบริษัทโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศสมาชิกอาเซียนประมาณ 150 คน” จนถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562

นอกจากนี้ โครงการพัฒนาศักยภาพทางไซเบอร์ของอาเซียน ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างอาเซียนและองค์การตำรวจสากล ยังได้รับเงินทุนจากกองทุนความร่วมมือญี่ปุ่นและอาเซียน ตามรายงานของสำนักเลขาธิการขององค์การตำรวจสากล

“โครงการนี้เสริมสร้างความสามารถของประเทศต่าง ๆ ในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือ อาเซียน ให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมทางไซเบอร์และดำเนินงานร่วมกันเป็นภูมิภาค” แถลงการณ์ดังกล่าวระบุ “นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังส่งเสริมการอภิปรายเชิงกลยุทธ์ระดับภูมิภาค” พร้อมกับระบุแนวโน้มและสร้างฐานสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ดีขึ้น

นับตั้งแต่ พ.ศ. 2559 จนถึง พ.ศ. 2561 โครงการดังกล่าวฝึกอบรมให้กับผู้เข้าร่วมแล้ว 380 คนจากทุกประเทศสมาชิกอาเซียน เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ดำเนินการตรวจสอบทางไซเบอร์ระดับชาติและการสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอร์โดยเฉพาะ การสัมมนาและการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการวิจัยช่วยให้เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายจากทั่วภูมิภาคทำความคุ้นเคยกับภัยคุกคามและแนวโน้มด้านไซเบอร์ รวมทั้งแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด

นายฮอร์นังกล่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นมองว่าเสรีภาพทางอินเทอร์เน็ต การป้องกันทางไซเบอร์ และการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ เป็นการรับประกันถึงการไหลเวียนอย่างอิสระของข้อมูล “ทั้งการธนาคารและบริการต่าง ๆ ทุกอย่าง หากสิ่งเหล่านั้นถูกคุกคามจากอำนาจภายนอกที่อาจต้องการพยายามทำลายระบบ นั่นจะกลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอันดับแรกสำหรับญี่ปุ่น”

ฟีลิกซ์ คิม เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม รายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

หุ้น