• Home »
  • ติดอันดับ »
  • ญี่ปุ่นและอินเดียเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้วยการขยายการเจรจาอินโด-แปซิฟิก
ญี่ปุ่นและอินเดียเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้วยการขยายการเจรจาอินโด-แปซิฟิก

ญี่ปุ่นและอินเดียเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้วยการขยายการเจรจาอินโด-แปซิฟิก

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

ญี่ปุ่นและอินเดียเปิด “การเจรจาอินโด-แปซิฟิก” ใหม่หลังการประชุมที่กรุงโตเกียวเมื่อปลายเดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 เกียวโดนิวส์ สำนักข่าวแนวหน้าของญี่ปุ่นรายงาน

การหารือนี้จะต่อยอดการเจรจาเชิงยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนของทั้งสองประเทศ นายทาโร โคโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น และนางซุชมา สวาราจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดียประกาศในแถลงการณ์ร่วม (ภาพ: นางซุชมา สวาราจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย (ซ้าย) ทักทายนายทาโร โคโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ก่อนการประชุมที่ตึกอีคุระ แอนเนกซ์ กระทรวงการต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ในวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2561)

ก่อนหน้าการประกาศ ญี่ปุ่นได้ให้คำมั่นว่าจะมอบเงินกู้สูงสุด 1.87 แสนล้านเยน (ประมาณ 5.3 หมื่นล้านบาท) สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ในอินเดีย ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่นประสานงานความช่วยเหลือด้านการพัฒนาให้กับญี่ปุ่น ยอดรวมการลงทุนทั้งหมดของญ่ปุ่นในอินเดียในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเมื่อเดือนมีนาคมเท่ากับ 3.841 แสนล้านเยน (ประมาณ 1.13 แสนล้านบาท)

“การเห็นพ้องต้องกันด้านเศรษฐกิจระหว่างญี่ปุ่นและอินเดียเป็นเรื่องสำคัญสำหรับสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก” นางสวาราจกล่าวที่งานแถลงข่าวหลังจากมีการลงชื่อในสัญญาเงินกู้ใหม่ เกียวโดนิวส์รายงาน

“ญี่ปุ่นได้ส่งเสริมการสร้างชาติของอินเดียมาเป็นเวลาหลายทศวรรษในฐานะหุ้นส่วนด้านการพัฒนา เราจะสนับสนุนการพัฒนาในภูมิภาคอย่างแข็งขัน โดยรวมถึงการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกต่อไป” นายโคโนกล่าวต่อผู้สื่อข่าวในงานแถลงข่าว

โครงการใหม่ ๆ ได้แก่ ระบบรถไฟใต้ดินในเมืองมุมไบ (1 แสนล้านเยน หรือประมาณ 2.9 หมื่นล้านบาท) ถนนในอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือใกล้ชายแดนบังกลาเทศ ภูฏานและพม่า (3.8 หมื่นล้านเยน หรือประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท) โรงงานแยกเกลือในเมืองเจนไน รัฐทมิฬนาฑู (3 หมื่นล้านเยน หรือประมาณ 8.8 พันล้านบาท) และโครงการป่าไม้ยั่งยืนในรัฐหิมาจัลประเทศ ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น

ในหลายปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นและอินเดียได้เสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงเพื่อต่อต้านการคุกคามที่เพิ่มขึ้นของจีน โดยเฉพาะในบริเวณทะเลจีนใต้ ทะเลจีนตะวันออก และมหาสมุทรอินเดีย ใน พ.ศ. 2557 นายชินโซ อะเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และนายนเรนทระ โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย ได้ให้คำมั่นแรกเริ่มว่าจะสร้าง “ความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์พิเศษทั่วโลก” เพื่อปลดปล่อย “ศักยภาพที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ของประเทศประชาธิบไตยขนาดใหญ่ที่สุดสองประเทศของเอเชีย” รอยเตอร์รายงาน

ญี่ปุ่นลงทุนเพิ่มขึ้นในอินเดียและกลายเป็นผู้ลงทุนโดยตรงต่างประเทศรายใหญ่ที่สุดอันดับสามของอินเดีย ตามข้อมูลจากนิตยสาร ฟอร์บส์ ในทศวรรษที่ผ่านมา องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่นได้มอบเงินกู้ให้อินเดียเป็นมูลค่ากว่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 7.8 แสนล้านบาท) ที่อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.1 ถึง 1.4 โดยมีกำหนดชำระคืนภายใน 30 ถึง 50 ปี เพื่อใช้ในโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ตามบันทึกจำนวนโครงการขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่นโดย ฟอรัม

โครงการร่วมมือหลักที่เปิดตัวในปีที่ผ่านมาคือรถไฟหัวกระสุนที่เชื่อมต่อเมืองมุมไบและเมืองอัห์มดาบาดมูลค่า 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 5.3 แสนล้านบาท) ซึ่งได้รับเงินทุนจากสินเชื่อขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น สำนักข่าวหลายแห่งรายงาน นายอะเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้เข้าร่วมชมนายโมที นายกรัฐมนตรีอินเดียวางหินก้อนแรกของสายรถไฟนี้เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2560 นับเป็นเวลาไม่กี่เดือนหลังจากที่ทั้งสองประเทศประกาศเรื่องโครงการระเบียงความเติบโตเอเชียและแอฟริกา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นและอินเดียในการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการพัฒนาทั่วภูมิภาคเอเชียและแอฟริกา

“นี่คืออินเดียยุคใหม่ และการทะยานตามความฝันของอินเดียจะไม่สิ้นสุด” นายโมทีกล่าวในพิธีเปิดตัวโครงการรถไฟ หนังสือพิมพ์ เดอะการ์เดียน รายงาน “ญี่ปุ่นได้แสดงความเป็นมิตรแท้ต่ออินเดีย” นายโมทีกล่าว

หุ้น