• Home »
  • ติดอันดับ »
  • ญี่ปุ่นและเวียดนามตอบโต้การรุกรานของจีนด้วยความร่วมมือและการแลกเปลี่ยน
ญี่ปุ่นและเวียดนามตอบโต้การรุกรานของจีนด้วยความร่วมมือและการแลกเปลี่ยน

ญี่ปุ่นและเวียดนามตอบโต้การรุกรานของจีนด้วยความร่วมมือและการแลกเปลี่ยน

ฟีลิกซ์ คิม

ญี่ปุ่นและเวียดนามมีการแลกเปลี่ยนทางทหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังส่งเสริมความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมกลาโหมมากขึ้น เพื่อรับมือกับพฤติกรรมรุกรานของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่คุกคามน่านน้ำของทั้งสองประเทศ

นายทาเคชิ อิวายะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น (ภาพ) พบปะกับนายโง ซวน หลิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเวียดนามที่กรุงฮานอย เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางทหารและความร่วมมือทางอุตสาหกรรมกลาโหม การประชุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการแลกเปลี่ยนเมื่อ พ.ศ. 2561 ที่ทั้งสองประเทศลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านกลาโหม และขานรับแถลงการณ์ของนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 เมื่อนายอาเบะเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกัน “เพื่อแก้ปัญหาระดับภูมิภาคและสร้างอินเดียแปซิฟิกให้เป็นภูมิภาคที่เสรีและเปิดกว้าง”

รายงานจากสำนักข่าวเวียดนาม ซึ่งเป็นสำนักข่าวอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเวียดนาม กล่าวว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม กระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศร่วมกันค้นหาวิธีต่าง ๆ ในการยกระดับความสัมพันธ์ด้านกลาโหมภายในกรอบของแถลงการณ์ด้านวิสัยทัศน์ร่วมซึ่งลงนามเมื่อ พ.ศ. 2561 นอกจากนี้ การหารือยังครอบคลุมถึงเรื่องบทบาทที่กำลังจะมาถึง ในฐานะประธานร่วมของการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน ร่วมกับคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการรักษาสันติภาพใน พ.ศ. 2563

นายอิวายะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ว่า “ผมขอแสดงความหวังของญี่ปุ่นในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนในระดับสูง การขอเข้าถึงท่าเรือและสนามบินของเรือและอากาศยานต่าง ๆ และยกระดับความช่วยเหลือด้านการสร้างศักยภาพตามแถลงการณ์ด้านวิสัยทัศน์ร่วมนี้ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือแบบพหุภาคี ตลอดจนจัดให้มีการปรึกษาหารือเชิงนโยบาย”

สำนักข่าวเวียดนามระบุเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศในการฝึกอบรมด้านกลาโหม การพัฒนาศักยภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศ การรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ การแพทย์ทหาร และอุตสาหกรรมกลาโหมจะดำเนินต่อไป “ในส่วนของสถานการณ์ระดับภูมิภาค เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออก” นายอิวายะกล่าว โดยอ้างอิงถึงข้อพิพาทด้านอาณาเขตทางทะเลที่ทั้งรัฐบาลญี่ปุ่นและรัฐบาลเวียดนามมีกับรัฐบาลจีน

นอกจากนี้ จีนยังอ้างสิทธิ์ในหมู่เกาะเซ็งกะกุของญี่ปุ่นในน่านน้ำทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ โดยส่งเรือของรัฐบาลเข้าสู่น่านน้ำชายฝั่งของหมู่เกาะเซ็งกะกุซ้ำแล้วซ้ำเล่า รัฐบาลญี่ปุ่นตอบโต้โดยการส่งกองกำลังป้องกันตนเองไปยังเกาะใกล้เคียงเพื่อป้องกันหมู่เกาะเซ็งกะกุ

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลเวียดนามก็อ้างสิทธิ์การเป็นเจ้าของหมู่เกาะพาราเซล ซึ่งเป็นหมู่เกาะและแนวปะการังในทะเลจีนใต้ที่อยู่ระหว่างเวียดนามและจีน จีนยึดหมู่เกาะพาราเซลจากเวียดนามในการรบทางเรือเมื่อ พ.ศ. 2517 และได้สร้างป้อมปราการอย่างมั่นคงบนเกาะเทียมที่สร้างขึ้นใกล้กับหมู่เกาะพาราเซลเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนกำลังอ้างสิทธิ์ยึดบริเวณน่านน้ำโดยรอบ ที่เวียดนามอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของเขตเศรษฐกิจพิเศษ จีนกดดันให้เวียดนามละทิ้งการขุดเจาะน้ำมันในน่านน้ำดังกล่าวเมื่อ พ.ศ. 2561 นอกจากนี้ รัฐบาลเวียดนามและรัฐบาลจีนยังปะทะกันเรื่องการครอบครองหมู่เกาะสแปรตลีในทะเลจีนใต้อีกด้วย

“ญี่ปุ่นต้องการใช้การมาเยือนล่าสุดของผมเป็นฐานสำคัญในการเสริมสร้างและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านกลาโหมระหว่างญี่ปุ่นและเวียดนามให้มากขึ้น” นายอิวายะกล่าว

นายฟีลิกซ์ คิม เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัมรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

หุ้น