ญี่ปุ่นไม่ได้หลงเชื่อเสน่ห์ของเกาหลีเหนือ

ญี่ปุ่นไม่ได้หลงเชื่อเสน่ห์ของเกาหลีเหนือ

ทอม แอบกี

ผู้นำญี่ปุ่นและนักวิเคราะห์ชั้นนำหลายคนมองว่า การใช้เสน่ห์อย่างน่ารังเกียจของเกาหลีเหนือต่อเกาหลีใต้เมื่อเร็ว ๆ นี้ เป็นการหันเหความสนใจอย่างตั้งใจของรัฐบาลเกาหลีเหนือจากการพัฒนาเทคโนโลยีอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธอย่างไม่ลดละของตน ซึ่งเป็นภัยคุกคามโดยตรงและชัดเจนต่อประเทศเพื่อนบ้านต่าง ๆ และประเทศที่อยู่ห่างไกลเช่นสหรัฐอเมริกา

นายทาโร โคโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น (ภาพ) กล่าวที่บรูไนเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ถึงการแสดง “การทูตเปื้อนยิ้ม” ในขณะนี้ของรัฐบาลเกาหลีเหนือในระหว่างการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในเมืองพย็องชัง ประเทศเกาหลีใต้ โดยนายโคโนเน้นย้ำว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะไม่ “ถูกชักจูง” และให้คำมั่นที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ “ไปสู่เป้าหมายสูงสุดของการกำจัดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี” จากการรายงานของสำนักข่าวเกียวโดนิวส์ของญี่ปุ่น

นายโคโนแจ้งผู้สื่อข่าวว่า เกาหลีเหนือได้ทำการเดินสวนสนามหนึ่งวันก่อนการเริ่มต้นการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว “ราวกับว่าจะอวดขีปนาวุธของตน ความตั้งใจของเกาหลีเหนือเกี่ยวกับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป”

ฟอรัม เข้าพบดร. เจฟฟรีย์ ฮอร์นัง ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงเอเชียตะวันออกแห่ง แรนด์ คอร์ปอเรชันในกรุงโตเกียว สำหรับการวิเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าว

มีความไม่ไว้วางใจซึ่งเป็นรากฐานสำคัญเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ” ดร. ฮอร์นังกล่าวโดยหมายถึงผู้นำของญี่ปุ่น โดยแท้ที่จริงแล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นปฏิเสธการใช้เสน่ห์อย่างน่ารังเกียจของเกาหลีเหนือต่อเกาหลีใต้และปฏิเสธที่จะปรับเปลี่ยนแนวนโยบายปัจจุบันของตน แต่รัฐบาลญี่ปุ่นต้องการแนวร่วมเพื่อจัดการกับเกาหลีเหนือ ซึ่งแนวร่วมนี้เป็นหนึ่งในความกดดันสูงสุดผ่านการคว่ำบาตร การทูต และการสนับสนุนแนวคิดของการเก็บทุกทางเลือกไว้สำหรับการเจรจา โดยมีความกังวลว่าการเปิดกว้างของเกาหลีใต้ต่อความพยายามของเกาหลีเหนืออาจเป็นการขัดขวางความพยายามปัจจุบันในการควบคุมเกาหลีเหนือ”

เกาหลีเหนือได้ยั่วยุญี่ปุ่นมานานหลายทศวรรษ เริ่มต้นด้วยการยิงขีปนาวุธท่อนเดียวซึ่งตกลงในทะเลญี่ปุ่นเมื่อปี พ.ศ. 2536 ในปี พ.ศ. 2558 ขีปนาวุธของเกาหลีเหนือสองลูกบินข้ามญี่ปุ่นและนำมาซึ่งการประณามจากรัฐบาลญี่ปุ่น ขีปนาวุธล่าสุดที่ยิงจากเกาหลีเหนือตกลงในน่านน้ำญี่ปุ่นเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2560

นายมุน แจ-อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ระบุให้การเริ่มต้นเจรจากับเกาหลีเหนืออีกครั้งเป็นสาระสำคัญของนโยบายการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของตนเมื่อปี พ.ศ. 2560 ในตอนนี้ที่ความหวังนี้ได้กลายเป็นความจริงแล้ว นายมุนต้องเผชิญกับความท้าทายของการคงไว้ซึ่งการกดดันระบอบเผด็จการของรัฐบาลเกาหลีเหนือ ดร. ฮอร์นังระบุ

หากนายมุนดำเนินการเจรจา” ดร. ฮอร์นังกล่าว “รัฐบาลเกาหลีใต้ก็เสี่ยงที่จะถูกแบ่งแยกจากวิธีการกดดันขั้นสูงสุดของรัฐบาลญี่ปุ่นและรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งต้องใช้เวลาในการที่จะทำให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมอบหนทางให้เกาหลีเหนือหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตร เนื่องจากการที่รัฐบาลเกาหลีใต้ได้เต็มใจที่จะมอบทรัพยากรสำหรับสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ตราบเท่าที่รัฐบาลญี่ปุ่นและรัฐบาลสหรัฐฯ ยังดำเนินวิธีการของตนต่อเกาหลีเหนือต่อไป ก็ไม่ชัดเจนว่าความพยายามในการเจรจาของนายมุนจะสอดคล้องกับแนวทางดังกล่าวอย่างไร รัฐบาลญี่ปุ่นคาดหมายว่า ในทันทีที่เสร็จสิ้นการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก/พารา-โอลิมปิก เกาหลีเหนือจะกลับคืนสู่พฤติกรรมก่อนหน้านี้ของตน 

ในอดีตที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้มองหาช่องโหว่ในการหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรและถอนข้อตกลงที่ตนได้ทำเพื่อลดโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของตน ดร. ฮอร์นังกล่าว ในตอนนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นกังวลว่าเกาหลีเหนือมีจุดมุ่งหมายที่จะใช้ความกระหายในปัจจุบันของรัฐบาลเกาหลีใต้ในการเจรจากับรัฐบาลเกาหลีเหนือเพื่อบรรลุพฤติกรรมการตีสองหน้าเหมือนเช่นเคย ดร. ฮอร์นังกล่าว

ในขณะที่ญี่ปุ่นไม่ได้รับประโยชน์จากความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอยกันระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ญี่ปุ่นได้รับประโยชน์หากพันธมิตรของสหรัฐฯ มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน” ดร. ฮอร์นังกล่าวสรุป รัฐบาลญี่ปุ่นไม่มีความคาดหวังว่า เกาหลีเหนือกำลังดำเนินการเจรจาอย่างจริงใจเพื่อลงความตึงเครียดและแสวงหาวิธีในการแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ แต่มีความเห็นพ้องต้องกันว่าเกาหลีเหนือกำลังหลอกล่อเกาหลีใต้เพื่อประโยชน์ของตน ”

นายทอม แอบกี เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม รายงานจากสิงคโปร์

หุ้น