นักรบต่างชาติ ที่กลับคืนสู่มาตุภูมิ

นักรบต่างชาติ ที่กลับคืนสู่มาตุภูมิ

มาเลเซียใช้ยุทธศาสตร์ต่อต้านก่อการร้ายแบบรอบด้านเพื่อหยุดยั้งภัยคุกคาม

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2559 กลุ่มติดอาวุธที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐอิสลามอิรักและซีเรีย (ไอซิส) ได้ก่อเหตุยิงถล่มและวางระเบิดใกล้สถานีรถประจำทางในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตสี่ราย หลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มไอซิสประกาศแสดงความรับผิดชอบว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุขว้างระเบิดมือในไนท์คลับแห่งหนึ่งใกล้กรุงกัวลาลัมเปอร์ ทำให้มีผู้บาดเจ็บแปดราย นับเป็นครั้งแรกของประเทศมาเลเซียที่เกิดการโจมโดยเชื่อมโยงกับกลุ่มไอซิส หลังจากนั้น ใน พ.ศ. 2560 กลุ่มติดอาวุธที่ได้รับแรงบันดาลใจจากไอซิสได้เข้ายึดเมืองมาราวีทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์เป็นเวลานานกว่าห้าเดือน ผู้คนนับร้อยเสียชีวิตและหวาดกลัวว่าไอซิสอาจพยายามแผ่ขยายอิทธิพลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพราะถูกผลักดันออกจากซีเรียและอิรัก

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภัยคุกคามจากการโจมตีในอินโดแปซิฟิกของกลุ่มไอซิสและนักรบต่างชาติที่มีความเชื่อมโยงกันซึ่งเดินทางกลับมาจากซีเรียและอิรักเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ไอซิสปรากฏตัวขึ้นครั้งแรก มาเลเซียได้ปรับใช้มาตรการต่อต้านการก่อการร้ายที่ประสบความสำเร็จอย่างมากด้านการจำกัดขอบเขตของภัยคุกคามในลักษณะดังกล่าวภายในประเทศ ตั้งแต่ พ.ศ. 2556 ถึง พ.ศ. 2560 ทางการมาเลเซียสกัดแผนการโจมตีครั้งใหญ่ได้ 19 ครั้ง รวมถึงการโจมตีสถานบันเทิงกลางคืนในกรุงกัวลาลัมเปอร์ที่ล้มเหลว ซึ่งจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายได้มากกว่า 340 คน เมื่อ พ.ศ. 2556 ทางการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 4 ครั้ง ใน พ.ศ. 2559 และ พ.ศ. 2560 ตัวเลขผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายที่จับกุมได้มีมากกว่า 100 คน นอกจากนั้น ศาลมาเลเซียนับว่าติดอันดับสูงในเรื่องการพิพากษาลงโทษผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายมากที่สุด โดยมีการพิพากษาและตัดสินโทษจำเลยมากกว่า 100 คนในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เหล่าผู้เชี่ยวชาญต่างให้ความเห็นว่าเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจที่ต่อสู้กับภัยก่อการร้ายที่ลุกลามไปทั่วนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังต่อไป นักวิเคราะห์บางส่วนเตือนว่า ความพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่ของไอซิสที่มาราวี อาจทำให้มีนักรบต่างชาติระลอกใหม่หนีตายจากฟิลิปปินส์ไปกบดานในประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก นักวิเคราะห์ยังกล่าวย้ำว่าภัยคุกคามต่อประเทศมาเลเซียยังอยู่ในระดับสูง

สำหรับมาเลเซีย “ผมยกให้กลุ่มรัฐอิสลามเป็นภัยอันดับ 1 ของ พ.ศ. 2561 เพราะแนวคิดของกลุ่มนี้แพร่กระจายไปทั่วโลก แม้ว่ากลุ่มผู้มุ่งร้ายไม่มีดินแดนเป็นของตัวเองแล้ว แต่ยังคงได้รับการสนับสนุนจากหลายด้านและมีผู้เห็นอกเห็นใจมากมาย” นายอัยยุบข่าน ไมดิน พิทเชย์ หัวหน้าหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายแห่งกรมตำรวจมาเลเซียกล่าวกับสำนักข่าวแชนเนล นิวส์เอเชีย เมื่อปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 “เหตุการณ์ที่มาราวีในฟิลิปปินส์เป็นภัยคุกคามใหญ่ที่สุดอันดับสอง เพราะไอซิสกำลังแผ่ขยายอิทธิพลไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้คนเข้าร่วมกับกลุ่มเหล่านี้ (กลุ่มผู้สนับสนุนไอซิส) ในฟิลิปปินส์ เพราะใกล้กว่าและเข้าถึงง่ายกว่าเมื่อเทียบกับซีเรีย” นายอัยยุบข่านกล่าว

ทางการยืนยันว่ามีชาวมาเลเซียมากกว่า 50 คนเข้าร่วมกับไอซิสในซีเรีย ตามการระบุของนายอัยยุบข่าน โดยตัวเลขที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้มาก กลุ่มไอซิสจัดตั้งหน่วยย่อยในซีเรียที่มีชื่อว่า คาติบาห์ นูซันตารา ซึ่งเป็นหน่วยที่ประกอบด้วยสมาชิกชาวอินโดนีเซียและมาเลเซียที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในภูมิภาคดังกล่าว โดยทางการประมาณการว่ามีชาวมาเลเซียอย่างน้อย 20 คนเสียชีวิตในการต่อสู้ที่ซีเรีย รวมถึงมือระเบิดพลีชีพเก้าราย

ในขณะเดียวกัน มีชาวมาเลเซียอย่างน้อย 5 คนเดินทางไปยังมินดาเนาเพื่อเข้าร่วมกลุ่มก่อการร้ายนับจนถึงปลาย พ.ศ. 2560 นาย อัยยุบข่านกล่าวกับแชนเนล นิวส์เอเชีย อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยชาวมาเลเซียชื่อ นายมาหมุด อาหมัด ช่วยวางแผนและสนับสนุนเงินทุนให้กับการโจมตีที่มาราวีเป็นมูลค่ามากกว่า 500,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 16.2 ล้านบาท) ซึ่งเสียชีวิตในเวลาต่อมาระหว่างการยิงปะทะกับกองกำลังทหารฟิลิปปินส์

ทหารเฝ้าระวังพื้นที่จับจ่ายสำคัญในกรุงกัวลาลัมเปอร์หลังจากออสเตรเลียเตือนว่าผู้ก่อการร้ายอาจกำลังวางแผนโจมตี ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

“การตายของนายมาหมุดอาจทำให้ไอซิสสูญเสียท่อน้ำเลี้ยงที่สำคัญในมินดาเนา” นายรอมเมล บันลาออย ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้าย ซึ่งเป็นผู้นำสถาบันวิจัยสันติภาพ ความรุนแรงและการก่อการร้ายแห่งฟิลิปปินส์ กล่าวกับหนังสือพิมพ์ เดอะนิวยอร์กไทมส์ เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2560 “การตายของนายมาหมุด อาจสั่นคลอนการระดมทุนเพื่อการก่อการร้ายในภูมิภาคอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ภัยคุกคามจากการโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายอื่น ๆ ยังคงมีอยู่รอบตัว เรื่องนี้ยังไม่จบ”

ชาวมาเลเซียยังคงเดินทางไปยังมินดาเนาอย่างต่อเนื่อง นายอัยยุบข่านกล่าวว่าในช่วงครึ่งปีแรกของ พ.ศ. 2560 ตำรวจมาเลเซียจับกุมชาย 16 คนที่ต้องการเข้าร่วมกับกลุ่มอะบูซัยยาฟที่สนับสนุนไอซิส

ภัยคุกคามทางออนไลน์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ไอซิสพยายามรับสมัครสมาชิกใหม่ทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางครั้งได้ผลดีสำหรับประเทศมาเลเซีย เช่น ไอซิสได้เผยแพร่วิดีโอหลายชิ้นในภาษามาเลย์ผ่านช่องอัลฮายัต มีเดีย เซ็นเตอร์ โดยมีเป้าหมายในการหาสมาชิกชาวมาเลเซียเพื่อทำการโจมตีในมาเลเซีย ไอซิสใช้ช่องทางสื่อสังคมอื่น ๆ รวมถึงการใช้แอปการส่งข้อความเข้ารหัสเพื่อปลูกฝังแนวคิดหัวรุนแรงให้กับชาวมาเลเซีย

“แม้แนวคิดรัฐเคาะลีฟะฮ์จะสาบสูญไปนานแล้ว แต่ปัจจุบันไอซิสยังคงแสวงหาประโยชน์จากสื่อสังคมเพื่อหาสมาชิกใหม่ เผยแพร่อุดมการณ์ และปลุกปั่นให้สมาชิกใหม่ ๆ ทำการโจมตีในประเทศของตน” นายอัยยุบข่านกล่าวกับเบอร์นามา ซึ่งเป็นสำนักข่าวของรัฐบาลมาเลเซีย หลังจากที่ปรากฏหลักฐานว่ามีการจับกุมสมาชิกกลุ่มไอซิสสามคนใน พ.ศ. 2560 ในรัฐกลันตัน ซึ่งต้องสงสัยว่ากำลังวางแผนใช้ระเบิดแสวงเครื่องโจมตีในงานเทศกาลเบทเทอร์เบียร์ เฟสติวัล พ.ศ. 2560 และเป้าหมายอื่น ๆ บริเวณเมืองกลังวัลเลย์ “คนเหล่านี้ได้รับอิทธิพลมาจากอุดมการณ์ดังกล่าว และเรียนรู้วิธีการทำระเบิดจากเว็บไซต์ของไอซิส” นายอัยยุบข่านกล่าว

“อุดมการณ์ของไอซิสนับวันยิ่งเข้าถึงได้ง่ายโดยไม่ต้องไปถึงซีเรียหรือสรรหาสมาชิกใหม่ผ่านการพบปะแบบตัวต่อตัวอีกต่อไป” นายอัยยุบข่านกล่าวกับเบอร์นามา

ในการต่อสู้กับไอซิสทางโลกออนไลน์ มาเลเซียได้จัดตั้งโครงการระดับภูมิภาคใน พ.ศ. 2559 ซึ่งมีชื่อว่า ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านข้อความปลุกระดมทางดิจิทัล ศูนย์ปฏิบัติการนี้ช่วยหยุดยั้งความพยายามในการเข้าถึงผู้คนและการสรรหาสมาชิกของไอซิสและกลุ่มติดอาวุธอื่น ๆ ในภูมิภาค นายนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในขณะนั้น กล่าวระหว่างการปราศรัยในการประชุมสมาคมตำรวจประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2559 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ตามรายงานของเดอะมาเลย์เมลออนไลน์

“สิ่งสำคัญคือศูนย์ปฏิบัติการนี้ต้องใช้ประโยชน์จากงานศึกษาวิจัยที่พิสูจน์ให้เห็นว่ากลุ่มไอซิสไม่ได้มี “ความเป็นอิสลาม” ตามที่กล่าวอ้างไว้เลยแม้แต่น้อย” นายราซักกล่าว “นอกจากนี้ สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือหน่วยงานกำกับดูแลทั้งหมดของเรา ไม่ว่าจะเป็นผู้ชี้ขาดทางศาสนาอิสลาม คณะกรรมการสื่อ พลเมืองหนุ่มสาวของเราที่มีความรู้ความสามารถทางเทคโนโลยีที่มีสื่อสังคมเป็นองค์ประกอบสำคัญของชีวิต ทุกฝ่ายต้องร่วมมือร่วมใจกันทำให้สารที่ศูนย์ปฏิบัติการนี้ส่งออกไปสัมฤทธิ์ผล มีความโน้มน้าว และเป็นจริง”

ผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องร่วมกันว่า เนื่องจากภัยคุกคามบนโลกออนไลน์เป็นสิ่งที่ไร้พรมแดน การแบ่งปันข้อมูลจึงมีความสำคัญมากขึ้น นายอัยยุบข่านกล่าวว่ารัฐบาลมาเลเซียและกรมตำรวจมาเลเซียกำลังประสานงานกับนานาประเทศเพื่อปรับปรุงรูปแบบการแบ่งปันข้อมูล โดยจะเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถตรวจสอบ ควบคุมตัว และส่งตัวนักรบต่างชาติเหล่านี้กลับไปยังประเทศต้นทาง ตามรายงานเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2561 ของเว็บไซต์ themalaymailonline.com “เราต้องแบ่งปันข่าวกรองร่วมกัน มิเช่นนั้น เราจะตรวจจับผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายได้อย่างไร” นายอัยยุบข่านกล่าวถาม

“เรากังวลเพราะหากไม่มีข้อมูลข่าวกรอง เราคงไม่สามารถตรวจจับและเอาชนะการโจมตีของไอซิสได้แน่นอน” นายอัยยุบข่านกล่าวกับเบอร์นามา

แนวทางที่สร้างสรรค์

มาเลเซียพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นประเทศผู้บุกเบิกในการนำมาตรการต่อต้านการก่อการร้ายไปใช้ มาเลเซียเป็นประเทศแนวหน้าด้านการต่อต้านการก่อการร้ายมาเป็นเวลานาน ได้ปรับใช้แนวทางหลายแง่มุมที่ประกอบด้วยกลยุทธ์ หลากหลายรูปแบบ

มาเลเซียเชื่อมั่นมาอย่างยาวนานว่า การต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายจำเป็นต้องอาศัยแนวทางของสังคมที่ดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน นอกเหนือจากวิธีการแก้ไขภัยคุกคามของหน่วยงานทหารและตำรวจ ก่อนที่จะมีการโจมตีของไอซิส มาเลเซียได้ปรับใช้แนวทางริเริ่มต่าง ๆ เพื่อลบล้างแนวคิดหัวรุนแรงของบุคคลเพื่อให้โอกาสกลับเข้าสู่สังคมอีกครั้ง โครงการต่าง ๆ ของแนวทางนี้ดำเนินการโดยกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทั้งอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานทัณฑสถานและสถาบันสอนศาสนาต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จเป็นอันดับต้น ๆ ข้อมูลสถิติที่มีอยู่ระบุ ในระหว่าง พ.ศ. 2544 ถึง พ.ศ. 2555 มาเลเซียบำบัดผู้ต้องสงสัยคดีก่อการร้าย 229 คนในโครงการต่าง ๆ และพบว่า 7 คนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการก่อการร้ายในเวลาต่อมา ทางการมาเลเซียวางแผนนำชาวมาเลเซียที่ถูกไอซิสปลูกฝังแนวคิดหัวรุนแรงเข้ารับการบำบัดในโครงการที่คล้ายกับโครงการที่ช่วยบำบัดพลเรือนที่ถูกกลุ่มญะมาอะห์ อิสลามียะห์ ปลูกฝังแนวคิดหัวรุนแรง

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า การรณรงค์ข่าวสารสาธารณะและโครงการเพื่อการศึกษาต่าง ๆ อาจช่วยหยุดยั้งไม่ให้ผู้คนถูกปลูกฝังแนวคิดหัวรุนแรง “เราต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานทางศาสนาเพื่ออธิบายให้สาธารณชนทราบเกี่ยวกับการบิดเบือนและการตัดทอนเนื้อหาในคำสอนบางอย่างของคัมภีร์อัลกุรอาน” นายอัยยุบข่านกล่าวกับเว็บไซต์ฟรีมาเลเซียทูเดย์ และกล่าวว่าสถานศึกษาอาจต้องเพิ่มวิชาต่าง ๆ ในหลักสูตรเพื่อแก้ไขภัยคุกความของแนวคิดสุดโต่ง

ในทำนองเดียวกัน ก่อนที่ไอซิสจะปรากฏตัวเมื่อ พ.ศ. 2557 สภานิติบัญญัติของมาเลเซียได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับการต่อต้านการก่อการร้ายที่ปรับให้ทันสมัยภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดด้านความมั่นคงและมาตรการพิเศษ โดยกฎหมายฉบับนี้จะเพิ่มข้อกำหนดสำหรับการกระทำผิดและอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายลงในประมวลกฎหมายอาญาของประเทศ เช่น พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดด้านความมั่นคงและมาตรการพิเศษกำหนดบทลงโทษสำหรับการกระทำที่เป็นการสนับสนุนผู้ก่อการร้าย การช่วยเหลือผู้ก่อการร้าย และการสนับสนุนเงินให้กับการก่อการร้าย โดยจะมีโทษสถานหนัก ซึ่งรวมถึงโทษประหารชีวิตในบางกรณีสำหรับผู้ที่กระทำความผิดดังกล่าว

ต่อมาใน พ.ศ. 2558 มาเลเซียออกกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมและกักขังผู้ที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อการร้าย กฎหมายดังกล่าว ได้แก่ พระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันการก่อการร้าย และพระราชบัญญัติว่าด้วยมาตรการพิเศษเพื่อจัดการกับการก่อการร้ายในต่างประเทศ นอกจากนี้ มาเลเซียได้เข้าร่วมคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินระหว่างประเทศเมื่อ พ.ศ. 2559 เพื่อช่วยปราบปรามการสนับสนุนเงินทุนให้กับผู้ก่อการร้าย

นอกจากนี้ มาเลเซียยังประสานงานกับออสเตรเลียและประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อสกัดการสนับสนุนเงินทุนให้กับไอซิสและกลุ่มก่อการร้ายอื่น ๆ คณะกรรมการนี้มีชื่อว่า คณะทำงานแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อการต่อต้านการสนับสนุนเงินให้กับการก่อการร้าย โดยจะ “ค้นหาและกำจัดท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มก่อการร้ายโดยตรง” ด้วยการปิดกั้นระบบการเงินระหว่างประเทศของกลุ่มก่อการร้ายและแหล่งทุนอื่น ๆ นายไมเคิล คีแนน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออสเตรเลีย กล่าวที่กรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ในการประชุมการต่อต้านการสนับสนุนเงินให้กับการก่อการร้ายครั้งที่สาม ตามการรายงานของหนังสือพิมพ์ เดอะสเตรตส์ไทมส์ นายอาห์หมัด ซาฮิด ฮามิดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของมาเลเซียกล่าวว่า “ในการหยุดยั้งเครือข่ายการก่อการร้ายอย่างมีประสิทธิภาพ เราต้องตัดท่อน้ำเลี้ยงทุกรูปแบบ” ตามรายงานของ เดอะสเตรตส์ไทมส์

นอกจากนี้ มาเลเซียยังพัฒนาขีดความสามารถด้านการระงับการก่อการร้ายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2559 นายนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในขณะนั้น ได้ก่อตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษแห่งชาติขึ้น โดยผสานบุคลากรจากกองทัพ ตำรวจ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทางทะเลมาเลเซียเพื่อทำการตอบสนองเชิงประสานงานเกี่ยวกับการก่อการร้าย จากนั้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560 สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซียประกาศแผนการจัดตั้งหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายแห่งสหพันธรัฐใหม่ ตามรายงานของ เดอะสเตรตส์ไทมส์ โดยหน่วยดังกล่าวจะมีเจ้าหน้าที่ 500 นาย หรือมากกว่าสองเท่าของเจ้าหน้าที่ 200 นายที่ถูกดึงตัวมาจากกองกำลังในรัฐต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายที่มีอยู่

“การจัดตั้งหน่วยใหม่นี้เกิดขึ้นอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อภัยคุกคามการก่อการร้ายเกิดในภูมิภาคนี้บ่อยขึ้น มาเลเซียต้องการบุคลากรที่ผ่านการฝึกฝนมากขึ้น เพื่อดูแลประเทศให้ปลอดภัยจากกลุ่มแนวคิดหัวรุนแรงและคตินิยมสุดโต่ง รวมถึงสงครามที่ปะทะกับกลุ่มรัฐอิสลาม” แหล่งข้อมูลกล่าวกับ เดอะสเตรตส์ไทมส์

มาเลเซียยังสนับสนุนสถาบันต่าง ๆ ภายในเขตแดนเพื่อปราบปรามภัยคุกคามดังกล่าว รวมถึงศูนย์กษัตริย์ซัลมานเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศ และศูนย์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อต่อต้านการก่อการร้าย

แนวทางที่ครอบคลุมของมาเลเซียเพื่อต่อต้านการก่อการร้ายทำหน้าที่เป็นแบบอย่างสำหรับภูมิภาคเพื่อการปราบปรามไอซิส กฎหมายที่เข้มงวดของมาเลเซีย การแบ่งปันข่าวกรอง และความพยายามด้านการบังคับใช้กฎหมายอย่างระแวดระวัง ร่วมกับการตอบโต้ข้อความปลุกระดมทางออนไลน์ การศึกษาที่ปรับปรุงใหม่ รวมถึงโครงการกำจัดแนวคิดหัวรุนแรง ล้วนมุ่งแก้ปัญหาการก่อการร้ายจากทุกฝ่าย และช่วยให้เจ้าหน้าที่ควบคุมกิจกรรมดังกล่าวอย่างได้ผล

หุ้น