• Home »
  • ติดอันดับ »
  • นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เรียกร้องให้อาเซียนยืนหยัดร่วมกันเพื่อสร้างความก้าวหน้าด้านผลประโยชน์ส่วนรวม
นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เรียกร้องให้อาเซียนยืนหยัดร่วมกันเพื่อสร้างความก้าวหน้าด้านผลประโยชน์ส่วนรวม

นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เรียกร้องให้อาเซียนยืนหยัดร่วมกันเพื่อสร้างความก้าวหน้าด้านผลประโยชน์ส่วนรวม

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

นายลี เซียน หลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ กล่าวว่าประเทศสมาชิก 10 ประเทศซึ่งรวมตัวกันเป็นสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน มีขนาดและทรัพยากรที่น้อยกว่าประเทศต่าง ๆ เช่น สหรัฐฯ จีน และอินเดีย ซึ่งเข้ามาดำเนินงานในภูมิภาคนี้ แต่จุดแข็งของอาเซียนมาจากการรวมตัวกันเพื่อความต้องการและทิศทางที่เป็นหนึ่งเดียวในด้านผลประโยชน์ส่วนรวม

นายลียกการเรียกร้องความสามัคคีระหว่างกลุ่มประเทศในภูมิภาคขึ้นมาอีกครั้ง ระหว่างการแถลงในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 34 ที่กรุงเทพฯ เมื่อปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2562

“ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเราเป็น 10 ประเทศที่ไม่เหมือนกัน โดยมีกองกำลังทางยุทธศาสตร์ที่ดึงเราไปในทิศทางที่แตกต่างกัน” นายลีกล่าว ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ เดอะสเตรตส์ไทมส์“แต่เราต้องหาหลักความเห็นร่วมที่ผลประโยชน์ของเราจะสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน”

อาเซียนได้รับรองกรอบความร่วมมือทั่วอินโดแปซิฟิกมาชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งกระตุ้นให้ประเทศสมาชิกมองไปที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดียในฐานะภูมิภาคที่มีการผสมผสานอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่เพียงพื้นที่ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกัน เดอะสเตรตส์ไทมส์รายงาน อีกทั้งอาเซียนมีบทบาทเชิงแกนกลางและในเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาคนี้ (ภาพ: จากซ้าย นางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐพม่า นายโรดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ นายลี เซียน หลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย และนายเหงียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ร่วมถ่ายภาพในท่าจับมือระหว่างพิธีเปิดการประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งที่ 34 ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2562)

ในการเน้นกรอบความร่วมมือของอาเซียน นายลีได้ตั้งข้อสังเกตถึงความตึงเครียดในภูมิภาคนี้ท่ามกลางผู้มีบทบาทซึ่งมีอำนาจกว้างขวางอย่างสหรัฐฯ และจีน ปัจจัยด้านอำนาจของทั้งสองประเทศส่งผลกระทบต่อสมาชิกอาเซียน แต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เคยชินกับการขึ้น ๆ ลง ๆ ของปัจจัยดังกล่าวแล้ว “ไม่ว่าจะผ่านปฏิบัติการสร้างอิทธิพล การแบ่งภูมิภาคออกเป็นฝักฝ่าย หรือแม้กระทั่งการยึดครองอย่างเต็มรูปแบบและการทำสงคราม” นายลีกล่าว

“นอกจากนี้ เรายังได้เห็นประโยชน์ของความร่วมมือที่ดีระหว่างประเทศมหาอำนาจ อันสามารถนำมาซึ่งการเติบโตและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้” นายลีกล่าวเสริม ตามการรายงานของ เดอะสเตรตส์ไทมส์“ดังนั้น เราหวังว่าสหรัฐฯ และจีนจะหาทางออกให้กับความขัดแย้งของทั้งคู่อย่างสันติ”

นายลียังกล่าวยกย่องอาเซียนในแถลงการณ์ของตน สำหรับความก้าวหน้าในด้านแนวหน้าทางเศรษฐกิจ โดยกล่าวว่าอาเซียนมีความก้าวหน้าจากการขจัดพิกัดอัตราศุลกากร การเปิดเสรีการลงทุน และส่งเสริมการเชื่อมสัมพันธภาพ

“เราควรมุ่งมั่นต่อไปในการจัดการการค้าในภูมิภาค เพื่อสร้างการสนับสนุนให้อุปสรรคทางการค้าลดต่ำลงและมีมาตรฐานสูงขึ้นเรื่อย ๆ” นายลีกล่าว โดยสนับสนุนให้อาเซียนค้นหาโอกาสใหม่ ๆ ที่ต่างจากเดิม สู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่มากยิ่งขึ้น

“ผมหวังว่าสมาชิกของอาเซียนจะใช้ภูมิปัญญาและความกล้าหาญเพื่อร่วมมือกันต่อไป โดยเลือกการเปิดกว้างและการมีส่วนร่วม เพื่ออนุรักษ์และขยายความคืบหน้าที่เราร่วมกันสร้าง” นายลีกล่าว

หุ้น