• Home »
  • ติดอันดับ »
  • นิวซีแลนด์ทำการจับกุมด้วยข้อหาก่อการร้ายเป็นครั้งแรกในเหตุการณ์กราดยิงมัสยิด
นิวซีแลนด์ทำการจับกุมด้วยข้อหาก่อการร้ายเป็นครั้งแรกในเหตุการณ์กราดยิงมัสยิด

นิวซีแลนด์ทำการจับกุมด้วยข้อหาก่อการร้ายเป็นครั้งแรกในเหตุการณ์กราดยิงมัสยิด

รอยเตอร์

ตำรวจนิวซีแลนด์จับกุมชายที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆาตกรรมในการกราดยิงมัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ชเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 โดยตั้งข้อหามีส่วนร่วมในการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศที่มีการจับกุมด้วยข้อหาดังกล่าว

ในการโจมตีที่มีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก มือปืนบุกเดี่ยวพร้อมอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ กราดยิงชาวมุสลิมซึ่งกำลังเข้าร่วมการละหมาดวันศุกร์ในวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2562 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 51 คนและบาดเจ็บอีกหลายสิบคน

ตำรวจระบุว่านายเบรนตัน ทาร์แรนต์ ถูกจับกุมด้วยข้อหาภายใต้กฎหมายปราบปรามการก่อการร้าย

“ข้อหาดังกล่าวจะยืนยันว่าการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย กระทำขึ้นในเมืองไครสต์เชิร์ช” นายไมค์ บุช ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าว

การจับกุมดังกล่าวเป็นการจับกุมครั้งแรกภายใต้กฎหมายปราบปรามการก่อการร้ายของนิวซีแลนด์ ซึ่งนำมาใช้ใน พ.ศ. 2545 หลังการโจมตีเมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2544 ในสหรัฐอเมริกา

นายทาร์แรนต์ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมอีก 1 ข้อหา และข้อหาพยายามฆ่าอีก 2 ข้อหา โดยชายผิวขาวหัวรุนแรงที่เป็นผู้ต้องสงสัยรายนี้ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมทั้งหมด 51 ข้อหาและพยายามฆ่า 40 ข้อหา (ภาพ: กล้องถ่ายวิดีโอในสนามบินแห่งหนึ่งในเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี จับภาพนายเบรนตัน ทาร์แรนต์ ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุกราดยิงไว้ได้ใน พ.ศ. 2559)

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุว่าการลงโทษใดก็ตามสำหรับข้อหาการมีส่วนร่วมในการก่อการร้ายนั้นไม่มีความแตกต่างมากนักในทางปฏิบัติ เนื่องจากข้อหาฆาตกรรมมีบทลงโทษสูงสุดที่สูงกว่าอยู่แล้ว แต่การเพิ่มข้อหาการก่อการร้ายเข้ามา น่าจะเพื่อเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบทางจิตใจต่อคนอื่นๆ นอกเหนือจากเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย

นายเกรม เอดเจเลอร์ ทนายความและผู้วิจารณ์กฎหมายกล่าวว่า “การจับกุมข้อหากระทำการอันเป็นการก่อการร้าย เป็นเรื่องของการตระหนักถึงอันตรายที่มีต่อชุมชนและต่อบุคคลที่ได้รับอันตรายซึ่งอยู่ในเหตุการณ์แต่ไม่ได้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต”

นายทาร์แรนต์มีกำหนดไปปรากฏตัวที่ศาลครั้งถัดไปในวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2562 หลังถูกควบคุมตัวในเดือนเมษายน พ.ศ. 2562 และได้รับคำสั่งให้รับการประเมินอาการทางจิต เพื่อตัดสินว่าเขามีความสามารถในการต่อสู้คดีหรือไม่

ตำรวจระบุว่าได้แจ้งสมาชิกในครอบครัวของผู้เคราะห์ร้ายจากการโจมตีและผู้รอดชีวิตราว 200 คนเกี่ยวกับข้อหาเพิ่มเติมแล้ว

นายโมฮาเหม็ด ฮุสเซน มอสตาฟา ซึ่งบิดาเสียชีวิตที่มัสยิดอัล นัวร์ กล่าวว่าเขารู้สึกดีที่เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการจัดเป็นการก่อการร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสังคมมุสลิม “ถูกใส่ความ” อยู่บ่อยครั้งจากสื่อและนักการเมืองว่าอาจเป็นผู้กระทำผิดในการใช้ความรุนแรง นับตั้งแต่การโจมตีเมื่อวันที่ 11 กันยายน ในสหรัฐฯ

“เรื่องนี้จะจารึกลงในจิตใจของผู้คนว่าการก่อการร้ายนั้นไม่จำกัดเชื้อชาติหรือศาสนา” เขาบอกกับรอยเตอร์ในข้อความวอทส์แอป “ผมดีใจที่ชายคนนั้นได้แสดงให้เห็นเป็นตัวอย่าง … ความโหดร้ายเช่นนี้จะได้ไม่เกิดขึ้นอีกในประเทศของเรา”

หุ้น