• Home »
  • ติดอันดับ »
  • น้ำในแม่น้ำโขงที่แห้งเหือดลงทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับจีน
น้ำในแม่น้ำโขงที่แห้งเหือดลงทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับจีน

น้ำในแม่น้ำโขงที่แห้งเหือดลงทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับจีน

ในช่วงเวลานี้ของปี แม่น้ำโขงควรมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากอิทธิพลของฝนช่วงมรสุม และมีปลาตัวโตจำนวนมากให้ชาวประมงจับ

แต่แม่น้ำโขงในประเทศไทยกลับแห้งขอดจนไม่เหลือเค้าเดิมให้จำได้ และปลาที่เหลืออยู่ก็ตัวเล็ก

นักวิทยาศาสตร์และผู้คนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำต่างกลัวว่าผลกระทบของภัยแล้งที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายปีจะยิ่งเลวร้ายลง เพราะเขื่อนที่อยู่ทางต้นน้ำอาจทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจย้อนกลับแก่แม่น้ำสายนี้ ซึ่งคอยค้ำจุนภูมิภาคที่มีการปลูกข้าวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คำสัญญาจากสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าจะปล่อยน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นเพื่อบรรเทาวิกฤตภัยแล้งมีแต่จะทำให้เกิดความกังวลเพิ่มขึ้น จนถึงขั้นที่ว่าวัฏจักรตามธรรมชาติของแม่น้ำและชุมชนที่พึ่งพาอาศัยแม่น้ำสายนี้มาหลายชั่วอายุคนจะถูกรบกวนไปตลอดกาล

“ตอนนี้ จีนเป็นผู้ควบคุมแม่น้ำอย่างสมบูรณ์แล้ว” นางสาวเปรมฤดี ดาวเรือง แห่งกลุ่มจับตามองการลงทุนในเขื่อนลาวซึ่งเป็นกลุ่มด้านสิ่งแวดล้อมกล่าว “จากนี้ไป เรื่องที่กังวลคือน้ำจะถูกควบคุมโดยผู้ที่สร้างเขื่อน”

จังหวัดนครพนมทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ซึ่งมีแม่น้ำโขงที่ตอนนี้ไหลเอื่อย ๆ เป็นพรมแดนกั้นระหว่างลาว โดยความลึกของแม่น้ำที่วัดได้ลดต่ำลงกว่า 1.5 เมตรเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนี้ของปี แม่น้ำโขงต้องมีความลึกโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 8 เมตร (ภาพ: ชาวประมงรายหนึ่งวิดน้ำออกจากเรือที่อยู่ในแม่น้ำโขง จังหวัดนครพนม ประเทศไทย เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562)

“สิ่งที่ผมได้เห็นปีนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” นายสัน พรมภักดี จากบ้านหนองจันทร์ซึ่งเป็นชาวประมงมาเกือบ 60 ปีกล่าว “ตอนนี้เราหาได้แต่ปลาตัวเล็ก ๆ ไม่มีปลาตัวโตหรอกถ้าระดับน้ำต่ำขนาดนี้”

ระดับน้ำที่ลดลงส่วนหนึ่งเกิดจากภัยแล้ง โดยปริมาณน้ำฝนในช่วง 60 วันที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติในช่วงเวลานี้ของปีมากกว่าร้อยละ 40

นอกจากนี้ยังเป็นเพราะเขื่อนที่ต้นน้ำกักน้ำเอาไว้ในช่วงที่มีความจำเป็นมากที่สุดพอดี เจ้าหน้าที่สถานีไฟฟ้าพลังน้ำจิ่งหงของจีนกล่าวเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562 ว่ามีการลดปริมาณการระบายน้ำของแม่น้ำที่จีนเรียกว่าหลานชางลงมากกว่าครึ่งหนึ่งเพื่อ “การบำรุงรักษาโครงข่ายไฟฟ้า”

อีกทั้งเขื่อนไซยะบุรีแห่งใหม่ที่บริษัทไทยเป็นผู้ก่อสร้างในประเทศลาวเพื่อผลิตไฟฟ้าให้ประเทศไทย ก็เริ่มทดสอบการใช้งานเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม

ดั่งฝันร้ายแบบที่ประเทศปลายน้ำหวาดกลัว ทั้งไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งผู้คนหลายสิบล้านต้องพึ่งพาแม่น้ำที่เคยทำให้อาณาจักรโบราณในภูมิภาคแห่งนี้เจริญรุ่งเรือง

เมื่อเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำทั้งในเมืองและในภาคการเกษตร ประเทศไทยจึงสั่งให้เกษตรกรหยุดทำนาเพิ่ม

สถานทูตจีนไม่ได้ตอบคำถามทันทีเมื่อมีการขอให้แสดงความคิดเห็นในเรื่องการประชุมหรือปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพียงสองสัปดาห์ก่อนเกิดวิกฤตดังกล่าว สถานทูตจีนได้ออกแถลงการณ์ให้สัญญาเกี่ยวกับความห่วงใยของจีนที่มีต่อแม่น้ำซึ่งระบุว่า “เป็นพันธะของการสนับสนุนซึ่งกันและกันทางธรรมชาติ”

ที่กรุงปักกิ่ง นางฮั่ว ชุนหยิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า “ฉันทราบว่าจีนมีเขตแดนติดต่ออย่างใกล้ชิดกับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ ตามที่มีความร่วมมือในแม่น้ำโขง”

ไทยยังได้ขอให้ลาวเปิดเขื่อนไซยะบุรี

ทั้งจีนและลาวต่างเห็นพ้องกันว่าต้องปล่อยน้ำเพื่อแก้ไขการขาดแคลนน้ำอย่างกะทันหัน กระทรวงการต่างประเทศไทยระบุ จากนั้น ระดับน้ำในจังหวัดนครพนมก็เริ่มสูงขึ้น

นักสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า การขาดแคลนน้ำอย่างฉับพลันเป็นสัญญาณเตือนถึงอนาคตของแม่น้ำโขงและพืชพรรณ รวมถึงปลาดุกยักษ์ที่ใกล้สูญพันธ์ุด้วย

เขื่อนในลุ่มแม่น้ำโขง 11 แห่งของจีนซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าสูงกว่า 21,300 เมกกะวัตต์ ทำให้เขื่อนอื่น ๆ ในประเทศเพื่อนบ้านเล็กลงไปถนัดตา

เขื่อนอีกแปดแห่งที่อยู่ในลุ่มน้ำแห่งนี้ ทั้งแม่น้ำสายหลักและแม่น้ำสาขาสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้เกือบ 6,000 เมกกะวัตต์ ตามรายงานของศูนย์สติมสันที่ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน

เขื่อนในลาวมีขนาดเล็กกว่ามาก และเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า 64 แห่งผลิตได้น้อยกว่า 5,700 เมกกะวัตต์ แต่กำลังมีการสร้างเขื่อน 63 แห่งและคาดว่าจะเพิ่มอีกกว่า 300 แห่ง ดังนั้นกำลังการผลิตไฟฟ้าจากส่วนของลาวในลุ่มน้ำโขงจะนำหน้าจีนไป

“นี่เป็นการใช้แม่น้ำเพื่อวัตุประสงค์เพียงอย่างเดียว นั่นคือการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ และผู้ที่ใช้น้ำเพื่อเหตุผลอื่น ๆ กำลังถูกมองข้าม” นางเพียรพร ดีเทศน์แห่งกลุ่มแม่น้ำนานาชาติกล่าว

ความจริงที่จีนกล่าวว่าเขื่อนอาจช่วยควบคุมระดับน้ำในแม่น้ำโขง ทำให้มีน้ำมากขึ้นในฤดูแล้งและกักเก็บเก็บน้ำไว้ในช่วงมรสุม ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลอยู่แล้ว นางเพียรพรกล่าว

วิถีของแม่น้ำได้ปรับเข้ากับช่วงมรสุมน้ำหลากที่พัดพาเอาโคลนมาและช่วยให้ปลาอพยพ กับฤดูแล้งที่ทำให้ผืนดินเปิดโล่งซึ่งนกสามารถขยายพันธ์ุได้ การพยายามจัดการกระแสการไหลของแม่น้ำด้วยการปล่อยน้ำจากเขื่อนตามแผนที่วางไว้อาจนำไปสู่การขึ้น ๆ ลง ๆ ที่คาดเดาไม่ได้ซึ่งกวาดทำลายเรือหรือสัตว์น้ำอย่างกะทันหัน

ชาวประมงในจังหวัดนครพนมเริ่มใช้แหตาข่ายขนาดเล็กลงและสานละเอียดขึ้นเพราะปลามีขนาดเล็กลง พวกเขาออกไปหาปลาน้อยครั้งลงและหาเงินได้น้อยลง

“ผมหวังว่ารูปแบบตามฤดูกาลจะกลับมาเป็นเช่นเดิม เพื่อให้ปลาวางไข่ได้อย่างที่เคย” นายชัย ไหคำศรี ชาวประมงอายุ 47 ปีกล่าว “ผมหวังว่าเขื่อนจะไม่ทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก”

หุ้น