• Home »
  • ติดอันดับ »
  • ผู้นำเกาหลีประกาศความตั้งใจที่จะยุติสงครามและปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี
ผู้นำเกาหลีประกาศความตั้งใจที่จะยุติสงครามและปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี

ผู้นำเกาหลีประกาศความตั้งใจที่จะยุติสงครามและปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

การประชุมสุดยอดที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ทำให้เกิดสัญญาร่วมที่จะดำเนินการเพื่อการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีและการยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ ซึ่งสิ้นสุดเมื่อ พ.ศ. 2496 ด้วยการสงบศึกแทนการทำสัญญาสันติภาพ

ในขณะที่คำประกาศของนายมุน แจ-อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้และนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้เพิ่มความหวังสำหรับสันติภาพ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะยังคงสร้างความกดดันทางเศรษฐกิจต่อเกาหลีเหนือจนกว่านายคิมจะเริ่มดำเนินการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างจริงจัง

“เราจะไม่กระทำผิดซ้ำรอยรัฐบาลต่าง ๆ ที่ผ่านมา” นายทรัมป์กล่าว รอยเตอร์รายงาน “ความกดดันสูงสุดจะดำเนินต่อไปจนกว่าการปลดอาวุธนิวเคลียร์จะเกิดขึ้น”

แถลงการณ์ร่วมของผู้นำเกาหลีทั้งสองได้ออกมาหนึ่งวันหลังจากที่ได้มีการเจรจาที่ด่านชายแดนของหมู่บ้านปันมุนจอม ประเทศเกาหลีใต้ แม้ว่าคำแถลงนั้นจะไม่มีผลตามกฎหมาย แต่ก็อาจเป็นสัญญาณของยุคใหม่แห่งความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น ผู้สังเกตการณ์กล่าว

“ผมสังเกตเห็นความเป็นธรรมชาติในลักษณะที่อาจเรียกได้ว่าเป็นการสนทนาที่จริงใจระหว่างผู้นำทั้งสอง” นายจอห์น เดลูรี ผู้ช่วยศาสตรจารย์แห่งมหาวิทยาลัยยอนเซ ในกรุงโซลกล่าว ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ เดอะลอสแองเจลีส ไทมส์ “ผู้นำทั้งสองแบกภาระอันใหญ่หลวงภายใต้สถานการณ์ที่หลายคนคาดการณ์ว่ากำลังจะดำเนินไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารอย่างจริงจัง”

แถลงการณ์ร่วมมุ่งที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ ลดความกดดันทางทหาร และดำเนินการเพื่อนำไปสู่คาบสมุทรเกาหลีที่ไร้อาวุธนิวเคลียร์ เดอะลอสแองเจลีส ไทมส์ รายงาน อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าเกาหลีเหนือมีแผนการที่จะยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ของตนอย่างไร นายเดลูรีกล่าวว่า แถลงการณ์ร่วมที่ไม่ชัดเจนนี้แสดงถึงความรอบคอบก่อนที่จะมีการนัดพบกันระหว่างนายคิมและนายทรัมป์ในหลายสัปดาห์ที่กำลังจะถึงนี้

“ผมคิดว่าแถลงการณ์นี้มีความรอบคอบและจงใจที่จะแสดงถึงความคืบหน้าอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็คงไว้ซึ่งความต้องการที่จะชะลอกระบวนการนี้” นายเดลูรีกล่าว

แถลงการณ์ร่วมสัญญาว่าจะมีการดำเนินการปลดอาวุธเป็นระยะ งดการกระทำที่แสดงความเป็นปรปักษ์ และเปลี่ยนแปลงชายแดนให้เป็นเขตสันติภาพ รอยเตอร์รายงาน

“ผู้นำทั้งสองประกาศต่อหน้าประชาชนของเราจำนวนแปดสิบล้านคนและต่อหน้าคนทั้งโลกว่า จะไม่มีสงครามในคาบสมุทรเกาหลีอีกต่อไป และยุคแห่งสันติภาพใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว” คำประกาศระบุ

(ภาพ: นายคิม จองอึน (ซ้าย) ผู้นำเกาหลีเหนือ และนายมุน แจ-อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ชูมือหลังการลงชื่อในแถลงการณ์ร่วม)

ผู้นำทั้งสองได้เริ่มดำเนินการเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อลดความตึงเครียดแล้ว โดยเกาหลีใต้สัญญาที่จะปลดลำโพงที่กระหึ่มเนื้อหาโฆษณาชวนเชื่อข้ามชายแดนออก ส่วนเกาหลีเหนือตกลงที่จะปรับนาฬิกาให้ย้อนไป 30 นาทีเพื่อให้ตรงกับเขตเวลาของเกาหลีใต้ เขตเวลาของเกาหลีเหนือเป็นเขตเวลาที่ตั้งขึ้นใหม่เมื่อสามปีที่แล้วเพื่อฉลองการครบรอบ 70 ปีแห่งอิสรภาพของเกาหลีจากการปกครองของญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ความเป็นไปได้ของการเจรจาสองฝ่ายระหว่างรัฐบาลเกาหลีเหนือและญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีการกล่าวถึงในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ นายคิมกล่าวต่อนายมุนว่า ตนยินดีที่จะจัดการเจรจากับนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งนายอาเบะก็ได้กล่าวว่าตนยินดีที่จะรับไว้พิจารณา ตามรายงานของเกียวโด นิวส์

ความคืบหน้าเหล่านี้ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีในเกาหลีใต้ ที่ซึ่งความเชื่อใจเป็นเรื่องที่มีได้ยากหลังจากที่ต้องประสบกับการทดสอบขีปนาวุธทิ้งตัวและอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเป็นเวลาหลายปี การสำรวจที่จัดขึ้นไม่นานหลังจากการประชุมสุดยอดครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ชาวเกาหลีใต้ร้อยละ 64.7 เชื่อว่าเกาหลีเหนือจะปลดอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดครั้งนี้ตัวเลขนี้อยู่เพียงที่ร้อยละ 14.7 เท่านั้น ตามรายงานของสำนักงานวิจัยรีลมิเตอร์ ซึ่งได้สำรวจความเห็นของประชาชนที่มีอายุ 19 ปีขึ้นไปกว่า 500 คน

หุ้น