• Home »
  • ติดอันดับ »
  • รัฐบาลเกาหลีเหนือเป็นผู้ที่น่าสงสัยที่สุดในการโจรกรรมบิตคอยน์
รัฐบาลเกาหลีเหนือเป็นผู้ที่น่าสงสัยที่สุดในการโจรกรรมบิตคอยน์

รัฐบาลเกาหลีเหนือเป็นผู้ที่น่าสงสัยที่สุดในการโจรกรรมบิตคอยน์

เจ้าหน้าที่ฟอรัม

พนักงานสืบสวนเกาหลีใต้ได้พบ “สัญญาณบ่งบอก” ว่าเกาหลีเหนือเจาะเข้าระบบของผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนบิตคอยน์ในกรุงโซล ซึ่งได้ประกาศล้มละลายในเวลาต่อมาเมื่อกลางเดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 จากการรายงานของหนังสือพิมพ์ เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล

พนักงานสืบสวนระบุว่า รัฐบาลของนายคิม จ็อง อึน อาจหันไปใช้กลุ่มแฮกเกอร์ประมาณ 7,000 คนของตนมากขึ้นในการขโมยเงินเพื่อหาเงินทุนให้กับโครงการอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธในช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากการคว่ำบาตรที่เพิ่มขึ้นกำลังตัดรายได้จากแหล่งรายได้อื่น ๆ ซึ่งหลาย ๆ แห่งก็เป็นลู่ทางการค้าที่ผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน

พนักงานสืบสวนได้เชื่อมโยงจำนวนการโจมตีทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นเข้ากับแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ รวมถึงสิ่งที่เรียกว่าเหตุการณ์ ‘วันนาคราย’ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่โรงพยาบาลและธนาคารต่าง ๆ ทั่วโลก การโจรกรรมทางไซเบอร์ต่าง ๆ ได้แก่ การโจรกรรมเงิน 81 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.67 พันล้านบาท) จากธนาคารกลางบังกลาเทศเมื่อปี พ.ศ. 2559 และการโจรกรรมเงิน 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.98 พันล้านบาท) จากธนาคารในไต้หวันเมื่อปี พ.ศ. 2560

แฮกเกอร์มุ่งเป้าไปที่ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลของเกาหลีใต้ที่รู้จักกันในชื่อ ยูบิต จำนวนสองครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2560 บริษัทดังกล่าวประกาศบนเว็บไซต์ของตนเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ว่า บริษัทได้สูญเสียร้อยละ 17 ของทรัพย์สินบริษัทให้กับแฮกเกอร์ และจะหยุดทำการซื้อขายและได้ยื่นคำร้องขอล้มละลาย พนักงานสืบสวนเกาหลีใต้ได้เชื่อมโยงการโจรกรรมบิตคอยน์ 4,000 เหรียญจากยูบิตเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2560 ซึ่งในขณะนั้นมีมูลค่าประมาณ 72 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.37 พันล้านบาท) เข้ากับแฮกเกอร์ชาวเกาหลีเหนือ รอยเตอร์รายงาน ในช่วงเวลานั้น ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลดังกล่าวดำเนินการภายใต้ชื่อ ยาปิซอน

 นักวิจัยที่ศูนย์ข่าวกรองการสงครามทางไซเบอร์ในเกาหลีใต้กล่าวเมื่อต้นปี พ.ศ.2560 ว่า เกาหลีเหนืออาจกำลังมุ่งเป้าไปที่สกุลเงินเสมือนจริงเพื่อตอบโต้ต่อการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่เข้มข้นมากขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติและประเทศต่าง ๆ

นักวิจัยที่ศูนย์ข่าวกรองการสงครามทางไซเบอร์กล่าวกับรอยเตอร์ว่า การโจมตีทางไซเบอร์ต่อผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนสกุลเงินเสมือนจริงในเกาหลีใต้เป็นระลอก เช่น บิตธัม คอยนิส รวมถึงยูบิต มีลายนิ้วมือดิจิทัลของแฮกเกอร์ชาวเกาหลีเหนือซึ่งเชื่อมโยงกับรัฐบาลของนายคิม เช่นเดียวกับจำนวนครั้งที่เพิ่มขึ้นของความพยายามในการโจรกรรมเงินทุนจากผู้ถือสกุลเงินดิจิทัลรายบุคคล

“คนพวกนี้กำลังทดลองด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อหาเงินที่สูญเสียไปจากการคว่ำบาตรกลับคืนมา” นายทรอย สแตงกาโรน ผู้อำนวยการอาวุโสแห่งสถาบันเศรษฐกิจเกาหลีในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวกับ เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล  การแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลของเกาหลีใต้คิดเป็นร้อยละ 15 ถึง 25 ของการซื้อขายบิตคอยน์ของโลก รอยเตอร์รายงาน

การโจรกรรมทางไซเบอร์ดังกล่าวอาจนำไปสู่การปราบปรามบิตคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ตามกฎหมาย นักวิเคราะห์บางส่วนเตือน

“บิตคอยน์อาจเป็นการล่อซื้อระดับโลกครั้งใหญ่ที่สุดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” นายแอนดี้ นอร์ตัน ผู้อำนวยการข่าวกรองด้านภัยคุกคามแห่งลาสต์ไลน์ ซึ่งเป็นบริษัทด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ของสหรัฐฯ กล่าวกับนิตยสาร นิวส์วีก “มันเหมือนหลุมดำที่ดึงดูดคนไม่ดีและเงินสกปรกจากทั่วโลก หากเกาหลีเหนือกำลังใช้บิตคอยน์เพื่อหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตร มันอาจนำไปสู่การตอบโต้ร่วมกันโดยรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ เพื่อหยุดการเข้าถึงเงินทุนเหล่านั้นที่อยู่ในรูปของบิตคอยน์”

ตำรวจเกาหลีใต้และสำนักงานอินเทอร์เน็ตและความมั่นคงของเกาหลีกำลังดูแลการสืบสวนการแฮกยูบิตซึ่ง “ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และการตรวจสอบรหัสมัลแวร์อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์” เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงาน

หุ้น