• Home »
  • ติดอันดับ »
  • สหประชาชาติและอาเซียนพัฒนาความร่วมมือเพื่อสันติภาพในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก
สหประชาชาติและอาเซียนพัฒนาความร่วมมือเพื่อสันติภาพในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก

สหประชาชาติและอาเซียนพัฒนาความร่วมมือเพื่อสันติภาพในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก

ทอม แอบกี

ความร่วมมือระหว่างองค์การสหประชาชาติและประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จำนวน 10 ประเทศกำลังเดินหน้าเพื่อทำตามแผนปฏิบัติการร่วมครั้งแรกในการตอบโต้โครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ข้อพิพาทด้านอาณาเขตในทะเลจีนใต้ และการหลบหนีภัยของชาวมุสลิมโรฮีนจาจากรัฐยะไข่ในพม่า

การประชุมร่วมครั้งล่าสุดได้จัดขึ้นที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2561 และมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากทั้งสององค์กรเข้าร่วมประชุม การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นเรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก และการนำแผนปฏิบัติการอาเซียน-สหประชาชาติฉบับแรก (พ.ศ. 2559-2563) ไปปฏิบัติ

การประชุมรายละเอียดของแผนปฏิบัติการนี้เรียกร้องให้สร้างความร่วมมือด้าน “สันติภาพและความมั่นคง ความท้าทายด้านความมั่นคงทางการเมืองข้ามชาติ การต่อต้านการก่อการร้ายและการป้องกันลัทธิหัวรุนแรง รวมถึงสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาด้านมนุษยธรรม” ตามคำแถลงของสำนักเลขาธิการอาเซียน นายมิโรสลาฟ เจนกา ผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายกิจการทางการเมือง และนายตัน ฮัง เซง เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรของสิงคโปร์ประจำอาเซียนเป็นประธานร่วมในการประชุมครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมได้อภิปรายเกี่ยวกับทะเลจีนใต้ ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี และกลุ่มชาวมุสลิมโรฮีนจาที่หลบหนีจากพม่าหลังจากเกิดเหตุปะทะกับตำรวจและทหาร

การอภิปรายในแต่ละหัวข้อสะท้อนถึงปฏิบัติการของอาเซียนในช่วงไม่นานที่ผ่านมา ได้แก่ คำแถลงร่วมเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2561 เพื่อเรียกร้องให้เกาหลีเหนือยุติโครงการนิวเคลียร์และผลักดันให้ประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติใช้มาตรการคว่ำบาตรเต็มรูปแบบต่อเกาหลีเหนือ ความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะเจรจาระเบียบปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทด้านอาณาเขตในทะเลจีนใต้ และการให้ความช่วยเหลือชาวมุสลิมโรฮีนจาผ่านศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

การประชุมเรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสังคมได้พูดคุยถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนและปัญหาสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความจำเป็นที่จะเพิ่มปฏิบัติการร่วมในสองด้านนี้ ดาโต๊ะ ลิม จ็อก ฮอย เลขาธิการอาเซียน และนายหลิว เจิ้นหมิน รองเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายกิจการทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้นำการประชุมในหัวข้อนี้ การอภิปรายของทั้งสองมุ่งเน้นเรื่องวิสัยทัศน์ของประชาคมอาเซียน พ.ศ. 2568 “เพื่อสร้างอาเซียนที่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทางการเมือง มีการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ มีความรับผิดชอบต่อสังคม และอาเซียนที่มีผู้คนเป็นศูนย์กลางและอิงกฎเกณฑ์อย่างแท้จริง” และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2573 ของสหประชาชาติ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อขจัดความยากจน (ภาพ: ดาโต๊ะ ลิม จ็อก ฮอย เลขาธิการอาเซียน (ขวา) พูดคุยกับนายมิโรสลาฟ เจนกา ผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายกิจการทางการเมืองในที่ประชุม ณ กรุงจากร์ตา ประเทศอินโดนีเซีย)

การทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้สูงเหล่านี้ให้สำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างองค์กรในหลายภาคส่วน นายโจเอล อึ้ง ผู้ช่วยนักวิจัยแห่งวิทยาลัยนานาชาติศึกษา เอส ราชารัตนัม ในสิงคโปร์กล่าว

“ความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้แต่เพียงฝ่ายเดียวไม่น่าได้ผลดี อีกทั้งอาจทำให้ประเทศสมาชิกอื่น ๆ เกิดความระแวงสงสัยได้” นายอึ้งกล่าวต่อ ฟอรัม “ประเทศสมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศควรจะช่วยเหลือสหประชาชาติ เพราะสหประชาชาติเป็นผู้กำหนดกรอบการทำงานระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหารอบโลกหรือปัญหาข้ามชาติส่วนใหญ่ อาเซียนเป็นผู้จัดการประชุมเพื่ออภิปรายในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ในขณะที่สหประชาชาติจะทำงานผ่านหน่วยงานย่อยต่าง ๆ เช่น โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เป็นต้น”

ความร่วมมือระหว่างสหประชาชาติและอาเซียนสืบเนื่องมาตั้งแต่การประชุมสุดยอดที่จัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2543 โดยได้มีการประชุมร่วมกันบ่อยครั้งมากขึ้นในปีต่อ ๆ มา มีการจัดประชุมร่วมทั้งหมดหกครั้งตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2560 ซึ่งรวมถึงการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหประชาชาติ ครั้งที่ 9 ที่จัดขึ้นที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ในคำปราศรัยที่กล่าวต่อที่ประชุมสุดยอด ณ กรุงมะนิลา นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติได้เรียกร้องให้มี “การก้าวกระโดด” ในความร่วมมือ โดยเน้นย้ำถึงภัยคุกคามในภูมิภาค “ระบบพหุภาคีและความร่วมมือในภูมิภาคจะเป็นสิ่งสำคัญต่ออนาคตที่สงบสุขและเจริญรุ่งเรือง” นายกูแตร์เรสกล่าว “สหประชาชาติพร้อมให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคกับอาเซียนและประเทศสมาชิกในความพยายามที่จะต่อต้านการก่อการร้ายและลัทธิหัวรุนแรง และต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งรวมถึงการลักลอบค้ายาเสพติดและการค้ามนุษย์ โดยมีนโยบายที่สามารถปกป้องประชาชนของประเทศผ่านการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและความเคารพในสิทธิมนุษยชน”

นายทอม แอบกี เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม รายงานจากสิงคโปร์

หุ้น