• Home »
  • ติดอันดับ »
  • สหรัฐฯ กล่าวว่าจีนจับชาวมุสลิมอุยกูร์เข้า “ค่ายกักกัน”
สหรัฐฯ กล่าวว่าจีนจับชาวมุสลิมอุยกูร์เข้า “ค่ายกักกัน”

สหรัฐฯ กล่าวว่าจีนจับชาวมุสลิมอุยกูร์เข้า “ค่ายกักกัน”

รอยเตอร์

สหรัฐอเมริกากล่าวหาสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562 ว่าจับชาวมุสลิมชนกลุ่มน้อยมากกว่าล้านคนเข้า “ค่ายกักกัน” ซึ่งเป็นหนึ่งในการวิพากษ์วิจารณ์ที่รุนแรงที่สุดในขณะนี้ถึงสิ่งที่เรียกว่าการกักขังชาวมุสลิมอุยกูร์และกลุ่มมุสลิมอื่น ๆ ครั้งใหญ่ของรัฐบาลจีน  

ความคิดเห็นของนายแรนดัล ชไรเวอร์ ผู้นำนโยบายเอเชียแห่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะเพิ่มความตึงเครียดกับรัฐบาลจีนซึ่งมีความอ่อนไหวต่อการวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ และกล่าวว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นศูนย์อบรมด้านอาชีวศึกษาที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อปิดกั้นภัยคุกคามจากลัทธิอิสลามหัวรุนแรง  

อดีตผู้ถูกคุมขังอธิบายว่ามีการทรมานระหว่างการสอบสวนที่ค่ายดังกล่าว ต้องอาศัยอยู่ในห้องขังที่แออัด และอยู่ภายใต้การปลูกฝังแนวคิดคอมมิวนิสต์ที่โหดร้ายในแต่ละวัน ซึ่งบีบให้บางคนฆ่าตัวตาย  

บางพื้นที่ที่แผ่ขยายของค่ายกักกันถูกล้อมรอบด้วยลวดหนามและหอสังเกตการณ์  

“พรรคคอมมิวนิสต์จีนกำลังใช้กองกำลังรักษาความมั่นคงในการคุมขังชาวมุสลิมจีนจำนวนมากในค่ายกักกัน” นายชไรเวอร์กล่าวสรุปที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในระหว่างการอภิปรายหลายประเด็นเกี่ยวกับกองทัพจีนเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยประมาณการจำนวนชาวมุสลิมที่ถูกคุมขังว่าอาจมี “ประชากรเกือบ 3 ล้านคน”  

นายชไรเวอร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกตัวว่าการใช้คำที่โดยปกติแล้วเกี่ยวข้องกับนาซีเยอรมนี ถือว่ามีความเหมาะสมภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว  

เมื่อถามว่าเหตุใดจึงใช้คำดังกล่าว นายชไรเวอร์กล่าวว่าเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล “เนื่องจากขนาดของการกักขังดังกล่าวตามที่เราเข้าใจนั้น มีประชาชนอย่างน้อยหนึ่งล้านคน แต่มีแนวโน้มจะใกล้เคียงกับ 3 ล้านคนจากประชากรประมาณ 10 ล้านคน” 

“จึงเป็นประชากรในสัดส่วนที่มีความสำคัญมาก เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นที่นั่น เป้าหมายของรัฐบาลจีนและการแสดงความคิดเห็นที่เป็นสาธารณะของรัฐบาลจีนเอง ทำให้ผมคิดว่าการใช้คำดังกล่าวเป็นการอธิบายที่เหมาะสมมาก” นายชไรเวอร์กล่าว  

นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ใช้คำว่าค่ายปรับทัศนคติเพื่ออธิบายสถานที่ดังกล่าว และกล่าวว่ากิจกรรมของจีนนั้น “ทำให้นึกถึงช่วงทศวรรษ 1930 (พ.ศ. 2473-2482)” (ภาพ: คนงานเดินผ่านรั้วรอบนอกของสิ่งที่เรียกอย่างเป็นทางการว่าศูนย์การศึกษาทักษะด้านอาชีวศึกษา ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน)
 

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้พิจารณามาตรการคว่ำบาตรต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนในเมืองซินเจียง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่กว้างใหญ่ติดกับเอเชียกลาง โดยเป็นบ้านของชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยมุสลิมอีกนับล้านคน จีนเตือนว่าจะตอบโต้ “ตามสัดส่วน” ต่อมาตรการคว่ำบาตรใด ๆ ของสหรัฐฯ  

ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 ผู้ว่าการรัฐซินเจียงปฏิเสธโดยตรงถึงการเปรียบเทียบสถานที่ดังกล่าวว่าเป็นค่ายกักกัน โดยระบุว่าสถานที่เหล่านั้น “เหมือนกับโรงเรียนประจำ”  

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่าจีนได้ก่ออาชญากรรมต่อการประกอบกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมหลายด้านในซินเจียง รวมถึงการลงโทษสำหรับการสอนเนื้อหาเกี่ยวกับมุสลิมให้กับเด็ก และการห้ามพ่อแม่ตั้งชื่อภาษาอุยกูร์ให้ลูก  

นักวิชาการและนักข่าวได้บันทึกข้อมูลจุดตรวจของตำรวจในรูปแบบตารางทั่วซินเจียง และการรวบรวมดีเอ็นเอมวลชน ตลอดจนนักรณรงค์สิทธิมนุษยชนต่างประณามเงื่อนไขในรูปกฎอัยการศึกที่นั่น  

หุ้น