สหรัฐฯ เพิ่มกลุ่มที่เชื่อมโยงกับการโจมตีในอินเดีย ลงบัญชีผู้ก่อการร้าย

สหรัฐฯ เพิ่มกลุ่มที่เชื่อมโยงกับการโจมตีในอินเดีย ลงบัญชีผู้ก่อการร้าย

รอยเตอร์
สหรัฐอเมริกาได้เพิ่มชื่อกลุ่มทางการเมืองในปากีสถานที่มีชื่อว่า สหพันธ์มิลลิมุสลิม ลงในบัญชีรายชื่อองค์กรก่อการร้ายต่างประเทศเมื่อต้นเดือนเมษายน พ.ศ. 2561 โดยระบุว่าเป็นเพียงนามแฝงของกลุ่มติดอาวุธที่ถูกกล่าวโทษในเหตุโจมตีนองเลือดเมื่อ พ.ศ. 2551 ในอินเดีย

สหพันธ์มิลลิมุสลิมอยู่ภายใต้การควบคุมของนายฮาฟีซ ซาอีด ผู้นำอิสลามที่มีค่าหัว 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 327 ล้านบาท) กลุ่มนี้โดดเด่นขึ้นมาหลังจากที่ได้ส่งผู้ลงสมัครเลือกตั้งเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2560 เพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจากนายนาวาซ ชาริฟ นายกรัฐมนตรีคนก่อนที่ถูกปลดจากตำแหน่งไป

นายซาอีดเป็นผู้ก่อตั้งกองทัพแห่งความชอบธรรม ซึ่งอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้ายของสหรัฐฯ เช่นกัน อีกทั้งถูกกล่าวโทษโดยสหรัฐฯ และอินเดียว่าเป็นผู้ที่ก่อเหตุโจมตีเป็นเวลาสี่วันที่เมืองมุมไบในอินเดียเมื่อ พ.ศ. 2551 ซึ่งในเหตุการณ์นั้นมีผู้เสียชีวติ 166 ราย นายซาอีดได้ออกมาปฏิเสธหลายครั้งว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการโจมตี

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า นามแฝงสหพันธ์มิลลิมุสลิมได้ถูกเพิ่มลงในบัญชีรายชื่อของกองทัพแห่งความชอบธรรมว่าเป็นองค์กรก่อการร้าย

“การจัดประเภทนี้ มีจุดประสงค์เพื่อกีดกันไม่ให้กองทัพแห่งความชอบธรรมได้รับทรัพยากรที่จำเป็นต่อการวางแผนและปฏิบัติการก่อการร้ายในอนาคตต่อไป” กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ที่เตรียมไว้ “เราต้องไม่หลงเชื่อ ไม่ว่ากองทัพแห่งความชอบธรรมเลือกที่จะเรียกกลุ่มของตนว่าอย่างไร ก็ยังเป็นกลุ่มก่อการร้ายที่มีการใช้ความรุนแรงอยู่ดี สหรัฐฯ สนับสนุนทุกความพยายามที่จะรับรองว่ากองทัพแห่งความชอบธรรมจะไม่สามารถแสดงความคิดเห็นทางการเมืองจนกว่าจะยุติการใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือสร้างอิทธิพล”

กระทรวงการต่างประเทศปากีสถานไม่ได้ให้ข้อคิดเห็นในทันที ทั้งนี้ นายซาอีดถูกกักบริเวณภายในบ้านเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2560 หลังจากที่อาศัยอยู่ในปากีสถานอย่างเป็นอิสระมาเป็นเวลาหลายปี แต่มีคำสั่งศาลให้ปล่อยตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2560

อินเดียยินดีรับการตัดสินใจของสหรัฐฯ โดยระบุว่าปากีสถาน ล้มเหลวในการปราบปรามกลุ่มติดอาวุธ

“ผู้ก่อการร้ายที่เป็นบุคคลและองค์กรสามารถเปลี่ยนชื่อและปฏิบัติการอย่างเป็นอิสระจากอาณาเขตภายใต้อำนาจควบคุมของปากีสถานต่อไป” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินเดียกล่าวในกรุงนิวเดลี “การจัดประเภทนี้เน้นย้ำถึงความล้มเหลวของปากีสถานในการปฏิบัติตามข้อผูกมัดระหว่างประเทศที่จะกำจัดพื้นที่หลบภัยของผู้ก่อการร้ายและขัดขวางการจัดหาเงินให้กับผู้ก่อการร้าย”

ก่อนหน้านี้ปากีสถานได้ปฏิเสธการมีส่วนร่วมทุกรูปแบบในเหตุโจมตีในเมืองมุมไบหรือความเชื่อมโยงกับกองทัพแห่งความชอบธรรมและกลุ่มติดอาวุธอื่น ๆ ปากีสถานได้เพิ่มชื่อกองทัพแห่งความชอบธรรมลงในรายชื่อองค์กรต้องห้ามเมื่อ พ.ศ. 2545 เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2561 คณะกรรมการเลือกตั้งได้กีดกันสหพันธ์มิลลิมุสลิมจากการลงเลือกตั้ง โดยระบุว่ากลุ่มดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มติดอาวุธและไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้

เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 ศาลสูงสุดอิสลามาบาดสั่งให้คณะกรรมการเลือกตั้งขึ้นทะเบียนพรรคดังกล่าว ภายใต้แรงกดดันจากสหรัฐฯ องค์การสหประชาชาติ และสถาบันระหว่างประเทศต่าง ๆ ให้มีการปราบปรามการจัดหาเงินให้กับผู้ก่อการร้าย ปากีสถานได้จัดทำแผนลับเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 เพื่อเข้ายึดองค์กรการกุศลที่มีความเชื่อมโยงกับนายซาอีด ซึ่งนายซาอีดได้ทำการฟ้องร้องการตัดสินใจของรัฐบาลนับจากนั้น

หุ้น