• Home »
  • ติดอันดับ »
  • สหรัฐฯ แสดงความกังวลถึงการแทรกแซงของจีนในทะเลจีนใต้
สหรัฐฯ แสดงความกังวลถึงการแทรกแซงของจีนในทะเลจีนใต้

สหรัฐฯ แสดงความกังวลถึงการแทรกแซงของจีนในทะเลจีนใต้

สหรัฐฯ แสดงถึงความกังวลจากรายงานเกี่ยวกับการที่จีนแทรกแซงการดำเนินการของอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ในน่านน้ำที่เป็นข้อพิพาทของทะเลจีนใต้ ซึ่งเวียดนามกล่าวหาว่ารัฐบาลจีนละเมิดอำนาจอธิปไตยของตน

นางมอร์แกน ออร์ทากัส โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่าการกระทำของจีน “ที่เป็นเชิงยั่วยุซ้ำแล้วซ้ำเล่า มุ่งเป้าไปที่การพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซนอกชายฝั่งของประเทศที่อ้างสิทธิ์อื่น ๆ ซึ่งคุกคามความมั่นคงด้านพลังงานของภูมิภาค รวมทั้งบ่อนทำลายตลาดพลังงานในอินโดแปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง”

ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562 เวียดนามยังสั่งให้จีนนำเรือสำรวจออกจากสันดอนแวนการ์ด ซึ่งเวียดนามระบุว่าเรือลำดังกล่าวอยู่ในระยะ 200 ไมล์ทะเลของเขตเศรษฐกิจพิเศษเวียดนาม ทั้งนี้ จีนได้อ้างสิทธิ์เกือบทั้งหมดในทะเลจีนใต้ และสร้างความวิตกกังวลแก่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีขนาดเล็กกว่าโดยการสร้างเกาะเทียม 7 แห่งในน่านน้ำที่เป็นข้อพิพาท รวมถึงสร้างลานบิน สิ่งปลูกสร้างทางทหาร และด่านชั้นนอกบนเกาะเหล่านั้น

นอกจากนี้ยังมีการรายงานว่าพบเรือของกองกำลังรักษาชายฝั่งจีนใกล้แท่นขุดเจาะในบริเวณเดียวกันของสันดอนแวนการ์ด ซึ่งเวียดนามทำสัญญาร่วมกับบริษัทรอสเนฟต์ของรัสเซียให้ทำการขุดเจาะแหล่งก๊าซ (ภาพ: แท่นขุดเจาะก๊าซเลินเต็ย ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทรอสเนฟต์เวียดนาม ตั้งอยู่ในทะเลจีนใต้นอกชายฝั่งหวุงเต่าของเวียดนาม)

“เวียดนามได้ติดต่อจีนผ่านช่องทางต่าง ๆ แล้วหลายครั้ง ส่งหนังสือทางการทูตเพื่อคัดค้านการละเมิดของจีน รวมทั้งออกคำสั่งให้จีนหยุดการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมายทั้งหมด และถอนเรือออกจากน่านน้ำของเวียดนาม” นางเลอ ธิ ธู แฮง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามกล่าว

ก่อนหน้านี้ นายเกิง ชวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเวียดนามเคารพสิทธิอธิปไตยและเขตอำนาจศาลของจีน “และไม่ดำเนินการใดๆ ที่เป็นการสร้างความยุ่งยาก”

เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2557 เรือของจีนและเวียดนามพัวพันในการเผชิญหน้าที่สุ่มเสี่ยง เมื่อบริษัทน้ำมันแห่งชาติของจีนย้ายแท่นขุดเจาะเข้าไปในน่านน้ำซึ่งเวียดนามถือว่าเป็นอาณาเขตของตน

นางออร์ทากัสเรียกร้องให้จีน “หยุดพฤติกรรมกดขี่ข่มเหง และถอนตัวจากการเข้าร่วมกิจกรรมอันเป็นการยั่วยุและทําลายเสถียรภาพเช่นนี้”

หุ้น