• Home »
  • ติดอันดับ »
  • หัวเว่ยขยายการรณรงค์โฆษณาชวนเชื่อท่ามกลางข้อกล่าวหาในคดีอาญา
หัวเว่ยขยายการรณรงค์โฆษณาชวนเชื่อท่ามกลางข้อกล่าวหาในคดีอาญา

หัวเว่ยขยายการรณรงค์โฆษณาชวนเชื่อท่ามกลางข้อกล่าวหาในคดีอาญา

หัวเว่ย บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมซึ่งควบคุมโดยสาธารณรัฐประชาชนจีน ยกระดับการรณรงค์โฆษณาชวนเชื่อ เพื่อปกป้องตนเองจากการถูกกล่าวหาในคดีอาญาหลายคดีโดยรัฐบาลสหรัฐฯ ฐานช่วยเหลือจีนสอดแนมสหรัฐอเมริกา

ความพยายามด้านสื่อและการวิ่งเต้นอย่างจริงจังของหัวเว่ยที่เพิ่มมากขึ้น อาจเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ของบริษัทซึ่งมีส่วนเชื่อมโยงกับจีน ตระหนักว่าการต่อสู้ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะยืดเยื้อและอาจไม่ชนะ ตามที่นักวิเคราะห์กล่าวในเดือนกันยายน พ.ศ. 2562

เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2562 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยข้อกล่าวหาในคดีอาญามากกว่า 20 คดีต่อหัวเว่ย ต่อนายเมิ่ง หว่านโจว ผู้บริหารฝ่ายการเงินของหัวเว่ย และต่อบริษัทในเครือ ซึ่งข้อกล่าวหารวมถึงการโจรกรรมความลับทางการค้า 10 ครั้ง การฉ้อโกงโดยใช้โทรศัพท์ การขัดขวางกระบวนการยุติธรรม และการฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ซีบีเอสนิวส์รายงาน คณะกรรมการข่าวกรองแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ยื่นเรื่องฟ้องร้องหัวเว่ยข้อหาสอดแนมครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2555 ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ เดอะนิวยอร์กไทมส์รายงานจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อ พ.ศ. 2552 และรายงานจากแรนด์ คอร์ป เมื่อ พ.ศ. 2548 ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่สำคัญของหัวเว่ยกับกองทัพของจีน

หัวเว่ยดำเนินการแคมเปญทางทวิตเตอร์ชื่อว่า @HuaweiFacts เพื่อปกป้องตนเองจากข้อกล่าวหาว่ามีส่วนในความพยายามสอดแนมของจีน ตามรายงานในจดหมายข่าวที่ตีพิมพ์โดยหนังสือพิมพ์ เดอะวอชิงตันโพสต์ในหลายบทความของเดือนกันยายน พ.ศ. 2562ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หัวเว่ยได้ติดต่อกับบริษัทต่าง ๆ ของสหรัฐฯ โดยตรง และพยายามโน้มน้าวว่าหัวเว่ยจะปกป้องบริษัทเหล่านั้นจากการสอดแนมของจีน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของหัวเว่ยยังเข้าร่วมการประชุมเพื่อชี้แจงจุดยืนของบริษัทต่อภาคธุรกิจ ตามรายงานของเดอะไซเบอร์ซีเคียวริตี้ 202 ซึ่งเป็นจดหมายข่าวทางอีเมลของหนังสือพิมพ์ โพสต์ด้านข่าวนโยบายความมั่นคงทางไซเบอร์

แคมเปญประชาสัมพันธ์ของหัวเว่ยไม่เพียงมุ่งไปที่สหรัฐฯ แต่ยังมุ่งไปที่ตลาดโลก เพื่อพยายามฟื้นฟูชื่อเสียงของหัวเว่ย จดหมายข่าวดังกล่าวระบุ (ภาพ: หัวเว่ยเข้าร่วมในงานมหกรรมเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภค หรือ อีฟา ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2562)

ในช่วงต้นเดือนกันยายน พ.ศ. 2562 การโจมตีด้วยเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของหัวเว่ยยังดำเนินต่อไป โดยสร้างคำกล่าวอ้างจอมปลอมในข่าวประชาสัมพันธ์ ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ “ดำเนินการโจมตีทางไซเบอร์เพื่อแทรกแซงระบบอินทราเน็ตและสารสนเทศระหว่างประเทศของหัวเว่ย” รวมถึงผลักดันให้พนักงาน “ต่อต้านบริษัทหัวเว่ย” ตามรายงานจากจดหมายข่าว แม้ว่าบริษัทไม่มีหลักฐานสนับสนุนการกล่าวอ้างดังกล่าว

คำกล่าวของบริษัทน่าจะเกิดขึ้นในช่วงก่อนการดำเนินการในชั้นศาลเกิดการโต้แย้งขึ้นในศาลแขวงสหรัฐฯ ในรัฐเท็กซัสเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2562 โดยหัวเว่ยยื่นฟ้องเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 ด้วยข้อกล่าวหาว่าส่วนต่าง ๆ ของพระราชบัญญัติการให้อำนาจด้านกลาโหมแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล

“ความรู้สึกของผมคือหัวเว่ยไม่เคยคิดเลยหรอกว่าจะชนะคดีนี้ แต่การกระทำเช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งอาจมุ่งเน้นทั้งภายในจีนและไปยังพันธมิตรที่เป็นไปได้ของหัวเว่ยในยุโรป ละตินอเมริกา และประเทศอื่น ๆ” นายอดัม ซีกัล ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางไซเบอร์และนโยบายของจีนแห่งคณะกรรมการวิเทศสัมพันธ์ กล่าวกับเดอะไซเบอร์ซีเคียวริตี้ 202 เมื่อกลางเดือนกันยายน พ.ศ. 2562 “โดยต้องการวาดภาพว่าสหรัฐฯ พยายามบดขยี้หัวเว่ย และหัวเว่ยสู้กลับ”

แคสเปอร์สกี แล็บ บริษัทเทคโนโลยีแอนตี้ไวรัสของรัสเซียที่สหรัฐฯ สั่งห้ามการใช้งานในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของรัฐบาล ประสบความล้มเหลวในการโต้แย้งทางกฎหมายที่คล้ายคลึงกันเมื่อ พ.ศ. 2561 ตามรายงานของบลูมเบิร์กนิวส์

อัยการกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ แย้งว่ารัฐสภาสหรัฐฯ มีเหตุผลด้านความมั่นคงระดับประเทศมากเพียงพอต่อการออกกฎหมายดังกล่าว ซึ่งจำกัดไม่ให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางและผู้รับเหมาใช้เราเตอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ผลิตจากบริษัทหัวเว่ยและบริษัทซีทีอี คอร์ป ของจีน นางเอมิลี นิวตัน อัยการ กล่าวต่อศาลว่าจีนสามารถใช้ประโยชน์จากหัวเว่ยซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายจีนและมีส่วนเชื่อมโยงกับจีนได้อย่างง่ายดาย จากการลดหย่อนภาษีและการสนับสนุนการวิจัย เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงาน อัยการสหรัฐฯ ผลักดันให้ยกเลิกการยื่นฟ้องร้อง

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ โต้แย้งกันมายาวนานว่าเทคโนโลยีต่าง ๆ ของหัวเว่ยอาจใช้เพื่อการเฝ้าระวังอย่างผิดกฎหมายจากจีน คดีนี้เป็นเพียงการกล่าวถึงข้อเท็จจริงตามรัฐธรรมนูญของการกระทำดังกล่าวโดยรัฐสภาสหรัฐฯ เท่านั้น โดยคดีอาญาต่าง ๆ ที่หัวเว่ยถูกกล่าวหายังอยู่ระหว่างการดำเนินการ

ในระหว่างนี้ สหรัฐฯ ได้ดำเนินมาตราการอื่น ๆ เพื่อปกป้องตัวเอง โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ บรรจุหัวเว่ยใน “บัญชีดำ” เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562 เพื่อจำกัดความสามารถของบริษัทในการซื้อส่วนประกอบและซอฟต์แวร์ของสหรัฐฯ นอกจากนี้ รัฐบาลของนายทรัมป์ยังสั่งห้ามบริษัทของสหรัฐฯ ไม่ให้ใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมที่ผลิตจากบริษัทหัวเว่ยซึ่งถูกมองว่าเป็น “ศัตรูต่างชาติ” บลูมเบิร์กรายงาน

เช่นเดียวกับสหรัฐฯ ออสเตรเลียและโปแลนด์ก็สั่งห้ามหัวเว่ยจากการให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน 5จี ในประเทศของตนเอง ประเทศอื่น ๆ หลายแห่งในเอเชีย ยุโรป และละตินอเมริกา จำกัดการใช้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยในเครือข่ายหลัก และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันการลักลอบใช้ระบบของหัวเว่ย ตามรายงานของสื่อต่าง ๆ

หุ้น