• Home »
  • ติดอันดับ »
  • อดีตเจ้าหน้าที่ของฟิลิปปินส์กล่าวหาประธานาธิบดีจีนว่าก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
อดีตเจ้าหน้าที่ของฟิลิปปินส์กล่าวหาประธานาธิบดีจีนว่าก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

อดีตเจ้าหน้าที่ของฟิลิปปินส์กล่าวหาประธานาธิบดีจีนว่าก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

ดิแอสโซซิเอทเต็ด เพรส

อดีตเจ้าหน้าที่ของฟิลิปปินส์สองรายดำเนินการอย่างกล้าหาญด้วยการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ โดยกล่าวหาว่านายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ซึ่งคำกล่าวหาดังกล่าวเน้นถึงการกระทำเชิงรุกรานโดยรัฐบาลของนายสีในทะเลจีนใต้อันเป็นข้อพิพาท ซึ่งอดีตเจ้าหน้าที่ทั้งสองกล่าวว่าลิดรอนความเป็นอยู่ของชาวประมงนับพันและทำลายสิ่งแวดล้อม

นายอัลเบิร์ต เดล โรซาริโอ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ทางซ้ายของภาพ) และนางคอนชิตา คาร์ปิโอ โมราเลส หัวหน้าอัยการต่อต้านการติดสินบน (ทางขวาของภาพ) กล่าวว่าทั้งคู่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อกลางเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 ก่อนการเคลื่อนไหวของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนปัจจุบันที่ให้ประเทศถอนตัวจากศาลดังกล่าวมีผล

เจ้าหน้าที่ทั้งสองกล่าวหาว่าการที่นายสีและเจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนคนอื่น ๆ เปลี่ยนแนวปะการังอันเป็นข้อพิพาท 7 แห่งให้กลายเป็นเกาะด้วยความสามารถทางวิศวกรรมขนาดใหญ่ ก่อให้เกิดความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง และกีดกันชาวประมงจำนวนมากจากพื้นที่ทำประมง ซึ่งรวมถึงชาวฟิลิปปินส์ประมาณ 320,000 คน

“สิ่งนี้ได้ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานของประเทศที่ติดชายฝั่งในทะเลจีนใต้ รวมถึงฟิลิปปินส์” นายเดล โรซาริโอและนางคาร์ปิโอ โมราเลส กล่าวในแถลงการณ์ที่เตรียมไว้

การสร้างเกาะของสาธารณรัฐประชาชนจีนเริ่มขึ้นใน พ.ศ. 2556 โดยมีเป้าหมายที่การสร้างฐานทัพอากาศและฐานทัพเรือในน่านน้ำอันเป็นข้อพิพาท ซึ่งมีการรายงานว่าได้ทำลายแนวปะการังขนาดใหญ่และคุกคามการประมง

“การทำเช่นนั้นแสดงถึงการทำลายล้างหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดจนเกือบจะถาวร และเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ” เจ้าหน้าที่ทั้งสองระบุ

“แม้ว่าจะมีการเผยแพร่อย่างกว้างขวาง แต่การกระทำอันโหดร้ายไร้มนุษยธรรมของเจ้าหน้าที่จีนในทะเลจีนใต้และภายในอาณาเขตของฟิลิปปินส์ยังคงไม่ได้รับโทษ และมีเพียงศาลอาญาระหว่างประเทศเท่านั้นที่สามารถบีบบังคับภาระความรับผิดในนามของชาวฟิลิปปินส์และประชาคมระหว่างประเทศ” เจ้าหน้าที่ทั้งสองระบุเพิ่มเติม

พรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่มีการตอบสนองในทันที

ทางการจีนอ้างสิทธิ์เส้นทางน้ำเกือบทั้งหมดมาเนิ่นนาน ซึ่งเป็นเส้นทางหนึ่งที่หนาแน่นมากที่สุดในโลก โดยมีฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย ไต้หวัน และบรูไนต่อสู้เพื่อสิทธิการครอบครองส่วนต่าง ๆ ของน่านน้ำเชิงยุทธศาสตร์นี้ด้วย ทั้งนี้ ทะเลจีนใต้เป็นเส้นทางการขนส่งที่สำคัญสำหรับสินค้าและน้ำมันของโลกจำนวนมาก ซึ่งกระตุ้นเศรษฐกิจที่คึกคักของเอเชีย

เมื่อครั้งนายเดล โรซาริโอยังเป็นนักการทูตระดับสูงของฟิลิปปินส์ เขาตั้งคำถามต่อรัฐบาลจีนถึงความชอบด้วยกฎหมายในการอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ขนาดใหญ่ และการกระทำอื่น ๆ ในคดีอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศที่สำคัญ ซึ่งฟิลิปปินส์ชนะคดี แต่จีนเพิกเฉยต่อคำตัดสิน

ศาลอนุญาโตตุลาการประกาศในคำตัดสินเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2559 ว่าการอ้างสิทธิ์ของจีนตามมูลเหตุทางประวัติศาสตร์นั้นเป็นโมฆะ และว่ากองกำลังจีนกีดกันชาวประมงฟิลิปปินส์จากแนวปะการังสการ์โบโรห์ที่เป็นข้อพิพาทโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และศาลยังตัดสินอีกว่าจีนละเมิดข้อผูกพันภายใต้สนธิสัญญาสหประชาชาติ พ.ศ. 2525 ว่าด้วยการปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยการสร้างเกาะและยอมให้มีการทำประมงที่ผิดกฎหมายโดยชนชาติจีน

แม้จะมีคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการและข้อตกลงเมื่อพ.ศ. 2545 กับสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรื่องการหยุดการยึดครองและการก่อสร้างในภูมิภาคที่เป็นข้อพิพาท แต่รัฐบาลจีนก็ยังวางแผนอยู่ “เบื้องหลัง” และสร้างหมู่เกาะในอาณาเขตที่เป็นข้อพิพาทหลังจากนั้น คำร้องเรียนระบุ “การทำเช่นนี้ทำให้ทรัพยากรทางธรรมชาติมูลค่าหลายพันล้านเหรียญ รวมถึงปลา เชื้อเพลิงฟอสซิล และเส้นทางเดินเรืออยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลจีน” คำร้องเรียนระบุ

คำร้องเรียนดังกล่าวสรุปการกระทำเชิงรุกรานของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เพิ่มขึ้นตลอดหลายทศวรรษ เริ่มตั้งแต่ใน พ.ศ. 2517 เมื่อจีนบังคับให้กองกำลังของเวียดนามเคลื่อนพลออกจากหมู่เกาะพาราเซล ไปจนถึง พ.ศ. 2538 เมื่อจีนยึดครองแนวปะการังมิสชีฟที่ฟิลิปปินส์อ้างสิทธิ์ และใน พ.ศ. 2556 เมื่อจีนเริ่มสร้างเกาะ

นอกเหนือจากนายสีแล้ว คำร้องเรียนยังระบุชื่อ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และนายเจ้า เจี้ยนหัว เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงมะนิลา เป็น “ผู้กระทำผิด”

หุ้น