• Home »
  • ติดอันดับ »
  • ออสเตรเลียปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในแปซิฟิกท่ามกลางการขยายอิทธิพลของจีน
ออสเตรเลียปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในแปซิฟิกท่ามกลางการขยายอิทธิพลของจีน

ออสเตรเลียปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในแปซิฟิกท่ามกลางการขยายอิทธิพลของจีน

เอเจนซ์ ฟรานซ์-เพรส

ขณะที่จับตามองการเพิ่มบทบาทของสาธารณรัฐประชาชนจีนในภูมิภาคแปซิฟิก ออสเตรเลียได้ประกาศเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ว่าจะใช้เงินลงทุน 3 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 7.22 หมื่นล้านบาท) เพื่อยกระดับบทบาทของออสเตรเลียในภูมิภาค โดยจะควบคู่ไปกับการดำเนินการโครงการทางความมั่นคงและการเมืองหลายโครงการ

จีนกำลังทุ่มเงินลงทุนจำนวนมากในภูมิภาคแปซิฟิกโดยการส่งเรือประมงจำนวนมากขึ้นเข้าไปยังน่านน้ำของภูมิภาคที่ห่างไกลยิ่งขึ้น อีกทั้งมีรายงานว่าจีนกำลังพิจารณาว่าจะสร้างฐานทัพในวานูอาตู

เมื่อต้องเผชิญกับอิทธิพลที่แผ่ขยายมากขึ้นของจีน นายสก็อตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย (ภาพ) ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มบทบาทของออสเตรเลีย “ไปสู่ระดับใหม่”

“เราต้องการทำงานร่วมกับหุ้นส่วนของเราในหมู่เกาะแปซิฟิกเพื่อสร้างเสริมภูมิภาคแปซิฟิกที่มีความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และอธิปไตยทางการเมือง” นายมอร์ริสันกล่าว

นายมอร์ริสันกล่าวเน้นถึงโครงการด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และการทูตหลายโครงการ ซึ่งรวมถึงการบริจาคเรือลาดตระเวนและการพัฒนาฐานทัพร่วมในปาปัวนิวกินี

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือเงินสดซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับประเทศในภูมิภาคที่ประสบปัญหาความยากจน โดยนายมอร์ริสันได้ประกาศว่าจะใช้เงินจำนวน 2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท) เพื่อ “เพิ่มระดับการสนับสนุนของออสเตรเลียต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในภูมิภาคแปซิฟิกและติมอร์-เลสเต”

นอกจากนี้ นายมอร์ริสันยังให้คำมั่นว่าจะเพิ่มเงินอีก 1 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท) สำหรับการส่งออกความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อสนับสนุนการลงทุนในภูมิภาค

ที่ผ่านมา รัฐบาลของนายมอร์ริสันต้องวุ่นวายกับการจัดการปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศ และได้ใช้ข้อกังขาในประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศมาเป็นสิ่งเบี่ยงเบนทิศทางทางการเมืองจากประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกซึ่งกำลังตกอยู่ในอันตรายเนื่องจากปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ออสเตรเลียเป็นผู้มีบทบาททางการเมืองที่สำคัญในแปซิฟิกใต้และแปซิฟิกตะวันตกมาเป็นเวลานาน แต่ได้สูญเสียอิทธิพลให้กับจีนที่ทุ่มลงทุนเงินจำนวนมากในภูมิภาคผ่านโครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง”

แม้ว่าหมู่เกาะแปซิฟิกจะมีขนาดเล็กและเป็นน่านน้ำที่มีความสำคัญทางการค้าน้อยกว่าทะเลจีนใต้ที่เป็นข้อพิพาท แต่เขตเศรษฐกิจจำเพาะของหมู่เกาะแปซิฟิกเป็นสัดส่วนที่ใหญ่มากของทรัพยากรทางทะเลของโลก

ภูมิภาคนี้ทวีความสำคัญยิ่งขึ้นเมื่อจีนได้ส่งสัญญาณความตั้งใจที่จะพัฒนากองทัพเรือ “น้ำลึก” ซึ่งจะสามารถแสดงแสนยานุภาพของจีนไปไกลเกินกว่าน่านน้ำชายฝั่งของจีนมาก

เจ้าหน้าที่จีนมีความกระตือรือร้นที่จะใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ตั้งแต่ไม้เนื้อแข็งไปจนถึงนิกเกิล อีกทั้งยังได้พยายามชักชวนประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคให้ยกเลิกการยอมรับสถานะของไต้หวันเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศคู่อริอย่างไต้หวันได้รับความช่วยเหลือจากประเทศใด ซึ่งนับว่าได้รับความสำเร็จอย่างสูง

นอกจากนี้จำนวนเรือประมงจีนที่ปฏิบัติการอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลาทูน่าได้เพิ่มจำนวนขึ้นจาก 244 ลำเมื่อ พ.ศ. 2553 จนตอนนี้มีเกินกว่า 600 ลำ ตามข้อมูลจากคณะกรรมการการประมงแห่งแปซิฟิกตะวันตกและแปซิฟิกกลาง

หุ้น