• Home »
  • ติดอันดับ »
  • อินเดียนำเข้าสินค้าด้านกลาโหมจากแหล่งที่หลากหลายมากขึ้น โดยพึ่งพิงรัสเซียน้อยลง
อินเดียนำเข้าสินค้าด้านกลาโหมจากแหล่งที่หลากหลายมากขึ้น โดยพึ่งพิงรัสเซียน้อยลง

อินเดียนำเข้าสินค้าด้านกลาโหมจากแหล่งที่หลากหลายมากขึ้น โดยพึ่งพิงรัสเซียน้อยลง

ทอม แอบกี

อินเดียกำลังเดินหน้าแผนการปรับปรุงกองกำลังป้องกันของอินเดียให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยถอยออกห่างจากการยึดรัสเซียเป็นผู้จัดจำหน่ายหลัก

นายนเรนทระ โมที นายกรัฐมนตรีอินเดียคาดการณ์ว่า จะใช้งบประมาณเป็นเงิน 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 8 ล้านล้านบาท) ในการปรับปรุงกองทัพอินเดียตลอดช่วงทศวรรษที่กำลังจะมาถึง บลูมเบิร์กรายงาน ทั้งนี้ รัฐบาลอินเดียได้ทำการสั่งซื้อด้านกลาโหมกับสหรัฐอเมริกาในสองปีที่ผ่านมามากกว่าผู้จัดจำหน่ายรายอื่น ๆ โดยได้ทำสัญญารวมมูลค่า 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 5.4 แสนล้านบาท) อย่างไรก็ตาม รัสเซียก็ยังคงเป็นผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย โดยมียอดนำเข้าสูงกว่าร้อยละ 60 ของยอดนำเข้าด้านกลาโหมทั้งหมด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นพันธมิตรที่สืบเนื่องมาจากยุคสหภาพโซเวียต

“สิ่งที่เราเห็นในสองปีที่ผ่านมาเป็นเพียงความสืบเนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดทศวรรษที่ผ่านมา” นายปราทีก โจชิ นักวิจัยด้านกลาโหมที่มูลนิธินานาชาติวิเวกอนันดา ซึ่งเป็นสถาบันนโยบายที่ตั้งอยู่ในกรุงนิวเดลีกล่าว “แรงผลักดันอย่างจริงจังเริ่มจากข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และอินเดีย พ.ศ. 2548 เมื่ออินเดียได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่าเป็นมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบและสมควรสานต่อความร่วมมือด้วย”

หลังจากที่ได้ทำข้อตกลงนิวเคลียร์เมื่อ พ.ศ. 2548 สหรัฐฯ เริ่มจัดจำหน่ายยุทโธปกรณ์ป้องกันเชิงยุทธศาสตร์เพื่อแทนที่ยุทโธปกรณ์จากยุคสหภาพโซเวียตที่เริ่มโรยรา และยุทโธปกรณ์ที่ตอบสนองความต้องการด้านกลาโหมใหม่ ๆ ให้แก่อินเดีย นายโจชิอธิบาย ซึ่งรวมถึงการนำเข้าอากาศยานลำเลียง ล็อคฮีด ซี-130เจ เฮอร์คิวลิสใน พ.ศ. 2550 หลังการปลดระวางกลุ่มอากาศยานอานโตนอฟรุ่นเก่าซึ่งสร้างโดยสหภาพโซเวียต และการนำเข้าอากาศยานลาดตระเวนทางทะเล โบอิ้ง พี-81 ใน พ.ศ. 2552

ใน พ.ศ. 2560 อินเดียได้สั่งซื้อยุทโธปกรณ์เชิงยุทธศาสตร์อีกชิ้นหนึ่งจากบริษัทสหรัฐฯ นั่นคือ โดรนซีการ์เดียน ซึ่งผลิตโดยบริษัทเจเนรัล อะตอมมิกส์ (ภาพ: นายนเรนทระ โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างการเดินชมสวนกุหลาบที่ทำเนียบขาว)

นายโจชิอธิบายถึงสาเหตุที่เริ่มมีการออกห่างจากการพึ่งพิงการส่งออกด้านกลาโหมจากรัสเซียว่า เกิดจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานเนื่องจากการแตกสลายของสหภาพโซเวียต ปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือ และความต้องการความหลากหลายด้านยุทโธปกรณ์

“สายการประกอบอาวุธยุทโธปกรณ์สมัยสหภาพโซเวียตถูกแบ่งไปตามสาธารณรัฐต่าง ๆ ในสหภาพโซเวียต” นายโจชิกล่าว “เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย ห่วงโซ่อุปทานก็กระจัดกระจายไปด้วย จึงเป็นเรื่องยากสำหรับอินเดียในการรวบรวมส่วนประกอบแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน”

ข้อบกพร่องของเครื่องบินขับไล่ มิก-29 ที่จัดจำหน่ายโดยรัฐบาลรัสเซียเมื่อ พ.ศ. 2547 และ พ.ศ. 2552 ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กองทัพอินเดียกำลังต้องการยุทโธปกรณ์ใหม่มาทดแทนฝูงบินที่มีอายุมากขึ้น ได้กระตุ้นให้รัฐบาลอินเดียมองหาเครื่องบินขับไล่ขั้นสูงจากประเทศอื่น ๆ รวมถึงฝรั่งเศสและสหรัฐฯ “รัสเซียจัดจำหน่ายสินค้าให้จีนหมือนกับที่จัดจำหน่ายให้อินเดีย” นายโจชิกล่าว “ดังนั้น หากวันหนึ่งเราต้องปะทะกับกองทัพจีน เหตุใดเราจึงต้องมียุทโธปกรณ์ที่เหมือนกัน แม้ว่ายุทโธปกรณ์เหล่านั้นจะมีศักยภาพสูงกว่าชุดที่เรามีอยู่ในขณะนี้ แต่ก็เป็นยุทโธปกรณ์ชนิดเดียวกับที่รัสเซียจัดจำหน่ายให้กับจีน”

นายทอม แอบกี เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม รายงานจากสิงคโปร์

หุ้น