• Home »
  • ติดอันดับ »
  • อินเดียและอินโดนีเซียเพิ่มความร่วมมือด้านกลาโหม และวางแผนสร้างท่าเรือเชิงยุทธศาสตร์ในมหาสมุทรอินเดีย
อินเดียและอินโดนีเซียเพิ่มความร่วมมือด้านกลาโหม และวางแผนสร้างท่าเรือเชิงยุทธศาสตร์ในมหาสมุทรอินเดีย

อินเดียและอินโดนีเซียเพิ่มความร่วมมือด้านกลาโหม และวางแผนสร้างท่าเรือเชิงยุทธศาสตร์ในมหาสมุทรอินเดีย

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

อินเดียและอินโดนีเซียตกลงที่จะสร้างท่าเรือของกองทัพเรือที่ปลายเกาะสุมาตราในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์เพื่อตอบโต้การแสดงตนทางทะเลของจีนที่เพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคนี้

นอกจากนี้เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 นายนเรนทระ โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย และนายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซียได้ตกลงว่าจะวางนโยบายทางทะเลของแต่ละประเทศให้สอดคล้องกัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่อินเดียมีวิสัยทัศน์ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) หนังสือพิมพ์ เดอะไทมส์ ออฟ อินเดีย รายงาน (ภาพ: นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย (ขวา) มองนายนเรนทระ โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย ที่กำลังนั่งลเพื่อลงนามในสมุดผู้เยี่ยมชมที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2561)

“ความร่วมมือระหว่างอินเดียและอาเซียนสามารถเป็นกำลังที่จะรับรองสันติภาพและความก้าวหน้าในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกและในที่อื่น ๆ” นายโมทีกล่าว ตามรายงานของรอยเตอร์

ทั้งสองประเทศได้กล่าวย้ำถึง “ความสำคัญของการสร้างภูมิภาคอินโดแปซิฟิกที่อิสระ เปิดกว้าง โปร่งใส อิงกฎเกณฑ์ สงบสุข เจริญรุ่งเรือง และทุกฝ่ายมีส่วนร่วม โดยเป็นภูมิภาคที่มีการเคารพอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน กฎหมายระหว่างประเทศ อิสรภาพในการเดินเรือและการบินข้ามน่านฟ้า การพัฒนาอย่างยั่งยืน และระบบการค้าและการลงทุนที่เปิดกว้าง อิสระ เป็นธรรม และให้ผลประโยชน์ต่อทุกฝ่าย” เดอะไทมส์ ออฟ อินเดีย รายงาน นโยบายทางทะเลในลักษณะนี้แตกต่างจากนโยบายของจีน ซึ่งยังคงพยายามแสดงอำนาจของตนในทะเลจีนใต้และเหนือน่านน้ำและทรัพยากรอื่น ๆ ในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก

การเพิ่มความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างอินเดียและอินโดนีเซียเป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างของปฏิกิริยาจากประเทศต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคที่มีต่อความก้าวร้าวของจีนและมีการดำเนินการเพื่อตอบโต้

ทั้งอินเดียและอินโดนีเซียไม่ได้เป็นหนึ่งในประเทศที่อ้างสิทธิเหนืออาณาเขตที่เป็นข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียมีข้อพิพาทกับจีนเรื่องสิทธิการทำประมงในบริเวณรอบหมู่เกาะนาทูนา และได้เพิ่มบทบาททางทหารในหมู่เกาะนั้น นอกจากนี้อินโดนีเซียยังได้ตั้งชื่อใหม่ให้กับพื้นที่ทางตอนเหนือของเขตเศรษฐกิจจำเพาะเพื่อเน้นย้ำอำนาจอธิปไตยของตน

นอกจากข้อตกลงเกี่ยวกับท่าเรือของกองทัพเรือแล้ว นายโมทีและนายวิโดโดได้พูดคุยถึงความร่วมมือด้านกลาโหมอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงความร่วมมือด้านการค้าและเศรษฐกิจ การพูดคุยเหล่านี้ได้นำไปสู่การลงนามในสัญญาระหว่างรัฐบาลจำนวนเก้าฉบับในภาคส่วนกลาโหม อวกาศ และการรถไฟ ดิ อีโคโนมิค ไทมส์ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษของอินเดียรายงาน สัญญาด้านกลาโหมประกอบด้วยการประชุมทวิภาคีอย่างสม่ำเสมอ และการปรึกษาหารือด้านการป้องกันเชิงยุทธศาสตร์และประเด็นทางทหารที่เป็นผลประโยชน์ร่วม การแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ การศึกษาด้านการทหาร การฝึกอบรมและการซ้อมรบ ความร่วมมือระหว่างกองทัพ ซึ่งรวมถึงกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศและอวกาศ ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การบรรเทาภัยพิบัติ การรักษาสันติภาพ และบริการทางการแพทย์ มีการคาดการณ์ว่าภายใน พ.ศ. 2568 การค้าทวิภาคีจะเพิ่มขึ้นเป็นมูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท) ดิ อีโคโนมิค ไทมส์ รายงาน

หุ้น