• Home »
  • ติดอันดับ »
  • อินโดนีเซียวางแผนปรับปรุงนาวิกโยธินให้ทันต่อสภาวการณ์
อินโดนีเซียวางแผนปรับปรุงนาวิกโยธินให้ทันต่อสภาวการณ์

อินโดนีเซียวางแผนปรับปรุงนาวิกโยธินให้ทันต่อสภาวการณ์

ทอม แอบกี

อินโดนีเซียมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงความสามารถของหน่วยนาวิกโยธินให้ทันต่อสภาวการณ์ปัจจุบันเพื่อต่อสู้กับ “ภัยคุกคามที่ซับซ้อนและไม่แน่นอน” โดยจัดหายุทโธปกรณ์ใหม่ เพิ่มกองบัญชาการใหม่สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศ และเข้าร่วมกับกองกำลังผสมบนหมู่เกาะนาตูนาทางตอนเหนือ ตามการรายงานของเจ้าหน้าที่กลาโหม

แผนการครอบคลุมในการปรับปรุงนาวิกโยธินของอินโดนีเซียรวมการปรับปรุงระบบอาวุธที่สำคัญซึ่งเรียกว่า อลัตสิสตา พร้อมกับ “การฝึกซ้อม การมอบหมายหน้าที่ และการตรวจสอบองค์กร เพื่อเพิ่มบทบาทของนาวิกโยธินในพื้นที่ปฏิบัติการ” พล.ร.อ. สิวี สุขมา อัดจี ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวในระหว่างพิธีต้อนรับผู้บัญชาการนาวิกโยธินคนใหม่ของอินโดนีเซีย ณ กรุงจาร์กาตา ในช่วงปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2561

กองบริการสารสนเทศของกองทัพเรืออินโดนีเซียรายงานว่า พล.ร.ต. ซูฮาร์โตโน แห่งหน่วยนาวิกโยธิน เป็นผู้บัญชาการคนใหม่ในวัย 34 ปี เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนนายเรืออินโดนีเซีย และเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้บัญชาการกองกำลังอารักขาประธานาธิบดี โดย พล.ร.ต. ซูฮาร์โตโนได้รับมอบหมายหน้าที่บัญชาการหน่วยนาวิกโยธินจำนวน 20,000 นายที่ขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ โดยมี 3,000 นายที่เข้าร่วมในพิธีส่งมอบตำแหน่ง (ภาพ: พล.ร.อ. สิวี สุขมา อัดจี ผู้บัญชาการทหารเรือ จับมือกับ พล.ร.ต. ซูฮาร์โตโน ผู้บัญชาการนาวิกโยธินอินโดนีเซีย (ขวา) หลังจากเข้ารับตำแหน่งต่อจาก พล.ร.ต. บัมบัง สุสวันโตโน (กลาง) ในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2561)
พล.ร.อ. สิวีระบุว่าการก่อการร้าย ลัทธิหัวรุนแรง การปล้นสะดมทางทะเล การเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย การลักลอบค้ายาเสพติด ความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม และภัยพิบัติทางธรรมชาติ ล้วนเป็นภัยคุกคามต่ออินโดนีเซียและกองทัพของประเทศ รวมทั้งหน่วยนาวิกโยธินซึ่งได้รับการคาดหวังให้เป็นกองกำลังอเนกประสงค์

พล.ร.อ. สิวีกล่าวว่ามีการจัดตั้งกองบัญชาการนาวิกโยธินสูงสุดชุดใหม่สำหรับอินโดนีเซียตะวันออก ซึ่งรู้จักกันในชื่อ พาสมาร์ 3 เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 พาสมาร์ 3 จะทำหน้าที่เป็นหน่วยยกพลขึ้นบกของกองทัพเรือ ซึ่งเป็นการเพิ่ม “ความสามารถ ความแข็งแกร่ง และการเตรียมความพร้อมปฏิบัติงาน” ให้กับวิสัยทัศน์ของกองกำลังสะเทินน้ำสะเทินบกและปฏิบัติการป้องกันชายฝั่งบนหมู่เกาะยุทธศาสตร์ ตามคำแถลงของกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย

พล.ร.อ. สิวีกล่าวเสริมว่า หน่วยนาวิกโยธินจะเข้าร่วมกับกองกำลังผสมหน่วยใหม่ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2561 ในหมู่เกาะนาตูนาทางตอนเหนือของอินโดนีเซีย ซึ่งอยู่ในเขตในทะเลจีนใต้ หน่วยดังกล่าวก่อตั้งขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มกองกำลังผสมบริเวณหมู่เกาะรอบนอกตามแผนที่วางไว้ เพื่อป้องกันภัยคุกคามตามแนวชายแดน

 

การขยายตัวของกองทัพนาวิกโยธินจะมาพร้อมกับยุทโธปกรณ์ทางกลาโหมชุดใหม่เช่นกัน

“ระบบอาวุธแบบเก่าต้องได้รับการบูรณะ ปรับปรุงให้ทันต่อสภาวการณ์ และทดแทนด้วยระบบอาวุธใหม่ ๆ” พล.ร.ต. เอกัส เซติอัดจี หัวหน้ากองอำนวยการกลาโหมแห่งกระทรวงกลาโหมของอินโดนีเซียกล่าวกับ ฟอรัม และกล่าวเสริมว่ากองกำลังที่มีการเปลี่ยนแปลงนี้ยังต้องการ “การเพิ่มจำนวนรถถังสะเทินน้ำสะเทินบก ยานพาหนะด้านการรบอื่น ๆ รวมถึงการตอบสนองความต้องการด้านอาวุธประจำกายและอาวุธประจำหมู่”

กองทัพให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับ “ค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน” ในกระบวนการปรับปรุงให้ทันต่อสภาวการณ์ และให้ความสำคัญกับยุทโธปกรณ์ที่ผลิตได้ภายในประเทศ พล.ร.ต. เซติอัดจีอธิบาย

พล.ร.ต. เซติอัดจีกล่าวว่า หากจำเป็นต้องมีการซื้อยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ ก็ต้องดำเนินการโดยใช้แผนการถ่ายโอนเทคโนโลยีของกระทรวงกลาโหม เพื่อให้อินโดนีเซียสามารถนำเทคโนโลยีทางกลาโหมที่มีต้นกำเนิดจากต่างประเทศเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

“อุปกรณ์ทางกลาโหมบางส่วนที่ผลิตในประเทศหมายรวมถึงอากาศยานไร้คนขับ รถถังขนาดกลาง ปืนยาว และปืนสั้น” พล.ร.ต. เซติอัดจีกล่าว

การจัดซื้อในอนาคตของกองทัพเรือสำหรับนาวิกโยธินอินโดนีเซียประกอบไปด้วยเรือดำน้ำ เรือลำเลียงรถถังขึ้นบก เรือฟริเกต เรือลาดตระเวนนอกชายฝั่ง เรดาร์ รถถังสะเทินน้ำสะเทินบก ปืนใหญ่ อาวุธประจำกายและอาวุธประจำหมู่

“ในอนาคต” พล.ร.ต. เซติอัดจีกล่าว “อุตสาหกรรมทางกลาโหมระดับประเทศจะสามารถตอบสนองความต้องการของกองทัพเรา และในเวลาเดียวกันจะเป็นแหล่งรายได้จากต่างประเทศด้วยการขายยุทโธปกรณ์ให้กับประเทศอื่น ๆ ซึ่งผลิตภัณฑ์บางส่วนของอินโดนีเซียเป็นที่ต้องการของชาติพันธมิตร”

พล.ร.ต. เซติอัดจีกล่าวว่า ผลระยะยาวที่ได้จากการปรับปรุงกองทัพให้ทันต่อสภาวการณ์ยังรวมไปถึง “ความสมดุลด้านแสนยานุภาพ” ที่เพิ่มขึ้น และศักยภาพที่ดียิ่งขึ้นของรัฐบาลอินโดนีเซียด้าน “การทูตทางทหาร” ในภูมิภาคเพื่อรักษาเสถียรภาพในระดับภูมิภาค

 

นายทอม แอบกี เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม รายงานจากประเทศสิงคโปร์

หุ้น