• Home »
  • ติดอันดับ »
  • อินโดนีเซียและสหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะกระชับความสัมพันธ์ด้านกลาโหม
อินโดนีเซียและสหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะกระชับความสัมพันธ์ด้านกลาโหม

อินโดนีเซียและสหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะกระชับความสัมพันธ์ด้านกลาโหม

ทอม แอบกี

อินโดนีเซียและสหรัฐอเมริกาให้คำมั่นว่าจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันภัยคุกคามต่าง ๆ ในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก และเพื่อรับรองเสรีภาพในการเดินเรือในทะเลจีนใต้ โดยคำมั่นนี้เกิดขึ้นหลังจากการประชุมด้านกลาโหมในระดับสูงหลายครั้งเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2561 ที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

“ความร่วมมือด้านกลาโหมและการทหารระหว่างอินโดนีเซียและสหรัฐฯ ต้องมีความแข็งแกร่งมากกว่านี้ ต้องเป็นไปในเชิงรุกและมียุทธศาสตร์ในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของภัยคุกคามต่าง ๆ ในภูมิภาค” นายรามิชาร์ด ราชูดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย กล่าวในแถลงการณ์ที่เตรียมไว้หลังจากการประชุมกับนายเจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และกล่าวเพิ่มเติมว่าอินโดนีเซียกับสหรัฐฯ “มีมุมมองเรื่องสันติภาพในภูมิภาคไปในทิศทางเดียวกัน”

นายแมตทิสกล่าวแสดงความเห็นด้วย “สำหรับเรา อินโดนีเซียเป็นมิตรที่ดีที่สุด เราเห็นคุณค่าและต้องการกระชับความสัมพันธ์นี้” นายแมตทิสกล่าว (ภาพ: นายเจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ต้อนรับนายรามิชาร์ด ราชูดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย ที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทั้งสองกล่าวอย่างเป็นมิตรถึงปฏิสัมพันธ์แบบทวิภาคีทางทหาร ซึ่งรวมถึงการฝึกผสมความร่วมมือและความพร้อมทางเรือที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อไม่นานมานี้ในอินโดนีเซีย

แถลงการณ์จากกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียระบุว่า “ความร่วมมือดังกล่าวสามารถดำรงต่อไปและมีการพัฒนาในด้านของการสร้างเสริมศักยภาพและขีดความสามารถ ทั้งผ่านโครงการแลกเปลี่ยนหรือการเยี่ยมเยือน การศึกษา การแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ และโอกาสต่าง ๆ สำหรับความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมกลาโหม”

ปฏิบัติการเสรีภาพในการเดินเรือในน่านน้ำของภูมิภาคอินโดแปซิฟิกได้รับการระบุว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพในภูมิภาค “มีกฎเกณฑ์หลายข้อที่ต้องนำมาพูดคุยกัน” พล.ต. มูฮัมหมัด นาคีร์ อธิบดีกรมยุทธศาสตร์กลาโหมของรัฐบาลอินโดนีเซีย กล่าวต่อ ฟอรัม เกี่ยวกับข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ และรัฐบาลอินโดนีเซียด้านการเดินเรือในอินโดแปซิฟิก “แต่สิ่งที่เราต้องรู้คือรูปแบบโดยรวมได้มีการสรุปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้จะต้องมีการตกลงกันในรายละเอียดทางเทคนิคของความร่วมมือ”

พล.ต. นาคีร์กล่าวว่า การให้ประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) มีส่วนร่วมในมติต่าง ๆ เกี่ยวกับการเดินเรือโดยเฉพาะในทะเลจีนใต้ เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับรัฐบาลอินโดนีเซีย

นายแมตทิสสนับสนุนการทำงานร่วมกับอาเซียนเช่นกัน

“สหรัฐฯ สนับสนุนความเป็นผู้นำของท่านในการกำหนดหลักปฏิบัติที่หนักแน่นสำหรับอาเซียนและทะเลจีนใต้” นายแมตทิสกล่าว “เราต้องการความชัดเจนในเรื่องนี้ เพราะเรามองว่าความแข็งแกร่งของอินโดนีเซียประกอบกับความเป็นศูนย์กลางของอาเซียนเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานสำหรับสันติภาพ ความรุ่งเรือง และอำนาจอธิปไตยของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคแปซิฟิกทุกประเทศ”

นายราชูดูกล่าวย้ำว่าภัยคุกคามจากการก่อการร้ายยังคงมีอยู่อย่างแน่นอน “สรุปคือเราต้องพัฒนาระดับความร่วมมือเพื่อที่จะปราบปรามหรือเผชิญหน้ากับการขยายตัวของกลุ่มหัวรุนแรงรัฐอิสลามอิรักและซีเรีย (ไอซิส) ในภูมิภาคของเรา” นายราชูดูกล่าว โดยเสริมว่าตนกังวลเกี่ยวกับนักรบหัวรุนแรงมากประสบการณ์ที่กำลังเดินทางกลับมายังภูมิภาคจากอิรักและซีเรีย

พล.ต. นาคีร์อธิบายถึงการประชุมระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศว่าเป็น “การหารือทางยุทธศาสตร์ที่ดี” โดยกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้น่าจะเป็นการเปิดโอกาสใหม่ ๆ และจะตามมาด้วยการสื่อสารเพิ่มมากขึ้นในเชิงเทคนิคและปฏิบัติการ ความร่วมมือดังกล่าวอาจรวมถึงการศึกษาของนายทหารชั้นสัญญาบัตร การฝึกทางทหาร และการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง

“แต่หากเรากล่าวถึงความร่วมมือด้านกลาโหมกับสหรัฐฯ ผมคิดว่าระบบอาวุธยังเป็นสิ่งที่เราต้องการมากที่สุด” พล.ต. นาคีร์กล่าว

นายทอม แอบกี เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม รายงานจากสิงคโปร์

หุ้น