• Home »
  • ติดอันดับ »
  • อินโดนีเซียและไทยขัดเกลาทักษะเพื่อต่อต้านกลุ่มหัวรุนแรงและเหตุการณ์ทางธรรมชาติ
อินโดนีเซียและไทยขัดเกลาทักษะเพื่อต่อต้านกลุ่มหัวรุนแรงและเหตุการณ์ทางธรรมชาติ

อินโดนีเซียและไทยขัดเกลาทักษะเพื่อต่อต้านกลุ่มหัวรุนแรงและเหตุการณ์ทางธรรมชาติ

ทอม แอบกี

อินโดนีเซียและไทยให้คำมั่นว่าจะเพิ่มความร่วมมือด้านกลาโหมและดำเนินกิจกรรมฝึกซ้อมร่วมมากขึ้น เพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามจากกลุ่มหัวรุนแรงและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีเหมือนกัน

นายรามิซาร์ด ราชูดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียพบปะกับ พล.อ. พรพิพัฒน์ เบญญศรี เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2562 ที่กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียในกรุงจาการ์ตา การพบปะของทั้งสองมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมความร่วมมือและกิจกรรมการฝึกซ้อมร่วม ในการจัดการกับภัยพิบัติทางธรรมชาติและการต่อต้านการก่อการร้าย

“ภัยคุกคามทั้งสองรูปแบบนี้จะยังคงเป็นภัยคุกคามที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด และเป็นภัยคุกคามแท้จริงที่จะต้องเผชิญร่วมกัน” นายรามิซาร์ดกล่าวในข่าวประชาสัมพันธ์ “ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองประเทศจึงต้องพัฒนาความพร้อมอยู่เสมอ”

ข่าวประชาสัมพันธ์ยังระบุว่า พล.อ. พรพิพัฒน์เห็นพ้องกับข้อคิดเห็นของนายรามิซาร์ด โดยเน้นย้ำว่าไทยต้องการให้ “ความสัมพันธ์มีความแน่นแฟ้น” มากขึ้น รวมทั้งมีการเดินทางเยือนระหว่างกระทรวงกลาโหมและเจ้าหน้าที่ทหารจากทั้งสองประเทศบ่อยครั้งขึ้น (ภาพ: พล.อ. พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทย (ซ้าย) เข้าพบนายรามิซาร์ด ราชูดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียที่กรุงจาการ์ตา)

เจ้าหน้าที่ทั้งสองหารือกันถึงความจำเป็นในการเพิ่มการฝึกซ้อมร่วมของกองทัพทั้งสองประเทศ ในด้านปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการบรรเทาภัยพิบัติ ความรุนแรงสุดโต่งและภัยธรรมชาติคุกคามทั้งสองประเทศในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

อินโดนีเซียเคยประสบกับการโจมตีอย่างรุนแรงนับสิบครั้งจากกลุ่มหัวรุนแรงตั้งแต่ พ.ศ. 2555 ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น เหตุระเบิดหลายครั้งในสุราบายาเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่ายี่สิบสี่ราย ซึ่งมีทั้งพลเรือน ตำรวจ และผู้ก่อเหตุ ไทยก็ได้รับความเดือดร้อนจากการโจมตีของกลุ่มหัวรุนแรงหลายครั้งในช่วงเวลาเดียวกัน รวมถึงเหตุระเบิดที่ศาลพระพรหม เอราวัณ ในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 รายและบาดเจ็บ 125 ราย

แผ่นดินไหว สึนามิ และเหตุการณ์ทางธรรมชาติอื่น ๆ ยังคร่าชีวิตผู้คนในไทยไปกว่า 6,000 คนในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ภัยพิบัติสร้างความหายนะให้อินโดนีเซียมากยิ่งกว่า เฉพาะในพ.ศ. 2561 ได้คร่าชีวิตผู้คน 4,000 คนและทำให้อีก 3 ล้านคนพลัดถิ่น ตามที่สำนักบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซียระบุ

การเรียกร้องความสัมพันธ์ทางกลาโหมที่แน่นแฟ้นขึ้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างสิ่งที่ พล.อ. พรพิพัฒน์อธิบายว่าเป็น 69 ปีแห่งความร่วมมือ “โดยไม่มีปัญหาแม้แต่น้อย” ตามรายงานของกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย (ที่รู้จักกันในนาม เคมฮาน) ทั้งสองประเทศลงนามใน “ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในภาคกลาโหม” เมื่อ พ.ศ. 2558 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับความร่วมมือในการตอบสนองความท้าทายด้านความมั่นคงที่มีเหมือนกัน อินโดนีเซียและไทยเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของโครงการอาวร์อายส์ และเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองซึ่งเริ่มดำเนินการใน พ.ศ. 2561 เพื่อปฏิบัติการต่อต้านภัยคุกคามจากลัทธิสุดโต่งในอินโดแปซิฟิก

กองทัพของทั้งสองประเทศเข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์ ซึ่งเป็นการฝึกทางทหารแบบพหุภาคีที่มีหลายประเทศทั่วอินโดแปซิฟิกเข้าร่วม โดยมีไทยและสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพ ซึ่งการฝึกซ้อมครั้งที่ 38 จัดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ซึ่งมีปฏิบัติการทางไซเบอร์ร่วมกันเป็นครั้งแรก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาและปกป้องข้อมูลสำคัญในกรณีที่มีการโจมตีทางไซเบอร์ หนังสือพิมพ์ เดอะจาการ์ตาโพสต์รายงาน

นอกจากนี้ กองทัพอากาศของอินโดนีเซียและไทยยังจัดการฝึกซ้อมร่วม 18 ครั้งตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยการฝึกครั้งล่าสุด ใช้ชื่อรหัสว่า อีลัง ไทยนีเซีย ครั้งที่ 18 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2560 ที่อินโดนีเซีย และมีกองกำลังผสม 300 นาย รวมทั้งเครื่องบินขับไล่เอฟ-16 เจ็ดลำเข้าร่วม

“ในด้านความมั่นคง ความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศมีความกว้างขวางและมีความคึกคัก” สถานทูตไทยประจำกรุงจาการ์ตาระบุในแถลงการณ์ที่เตรียมไว้ “ทั้งสองฝ่ายทำงานอย่างใกล้ชิดในประเด็นที่หลากหลาย เพื่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การต่อต้านการสร้างแนวคิดแบบหัวรุนแรง ตลอดจนการส่งเสริมการพูดคุยระหว่างชาวมุสลิมสายกลางกับศาสนาอื่น ๆ”

นายทอม แอบกี เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัมรายงานจากประเทศสิงคโปร์

หุ้น