• Home »
  • ติดอันดับ »
  • เรือชุดใหม่สำหรับช่วยเหลือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทางทะเลในน่านน้ำมาเลเซีย
เรือชุดใหม่สำหรับช่วยเหลือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทางทะเลในน่านน้ำมาเลเซีย

เรือชุดใหม่สำหรับช่วยเหลือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทางทะเลในน่านน้ำมาเลเซีย

ทอม แอบกี

เร็ว ๆ นี้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทางทะเลของมาเลเซียจะมีเรือลาดตระเวนนอกชายฝั่ง “รุ่นใหม่” ลำแรกจากสามลำ เพื่อช่วยปฏิบัติภารกิจในการปกป้องน่านน้ำมาเลเซีย โดยคาดว่าเรือลาดตระเวนนอกชายฝั่งขนาด 83 เมตร หนัก 1,890 ตันลำนี้จะเข้าประจำการภายในสิ้นปีนี้ เรือลาดตระเวนนี้เป็นผลงานจากความร่วมมือระหว่างประเทศเนเธอร์แลนด์และสิงคโปร์ แต่ดำเนินการสร้างในมาเลเซีย

เรือลาดตระเวนนอกชายฝั่งสามลำซึ่งยังไม่ได้มีการตั้งชื่อ ต่อขึ้นที่อู่ผลิตเครื่องจักรกลปูเลาอินดาห์ใกล้กับเมืองพอร์ตกลัง บริเวณชายฝั่งตะวันออกของมาเลเซีย สำนักข่าวกระทรวงกลาโหมมาเลเซียในกรุงกัวลาลัมเปอร์รายงาน โดยบริษัท ทีเอชเอชอี เดสตินิ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการสร้าง ซึ่งเป็นการร่วมทุนของบริษัทมาเลเซียสองแห่ง คือบริษัท ทีเอช เฮฟวี เอนจิเนียริ่ง จำกัด และบริษัท เดสตินิ จำกัด

“เรือขนาด 83 เมตรจะเป็นเรือลำใหญ่ที่สุดในปัจจุบันในกองเรือของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทางทะเลของมาเลเซีย” ตามที่ระบุในข่าวประชาสัมพันธ์ของบริษัท ทีเอชเอชอี เดสตินิ จำกัด “เรือลาดตระเวนนอกชายฝั่งดังกล่าวสามารถลาดตระเวนชายฝั่งมาเลเซียในทุกสภาพอากาศ นอกจากนี้ เรือที่ทนต่อทุกสภาพอากาศชุดนี้ยังสามารถปฏิบัติการเฝ้าระวังและสกัดกั้นทางทะเล การค้นหาและกู้ภัย การควบคุมดูแลสิ่งแวดล้อมและมลพิษ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ”

การออกแบบซึ่งมีต้นแบบมาจากเรือดาเมน 1800 นี้เป็นผลงานของเครือบริษัทดาเมน ชิปยาร์ด ของเนเธอร์แลนด์ โดยจะมีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ป้อมปืนระยะไกลขนาด 30 มม. ติดตั้งปืนกลหลายกระบอก และบรรทุกลูกเรือได้ประมาณ 50 คน โดยคาดว่าเรือลาดตระเวนนอกชายฝั่งอีกสองลำจะพร้อมใช้งานในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

สัญญาการจัดหา การส่งมอบ การทดสอบ และการเข้าประจำการของเรือลาดตระเวนนอกชายฝั่งทั้งสามลำมีมูลค่าประมาณ 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 5,700 ล้านบาท) ตามข้อมูลของบริษัท ทีเอชเอชอี เดสตินิ จำกัด

เรือลำใหม่ที่สร้างโดยบริษัท ทีเอชเอชอี เดสตินิ จำกัด เป็นเรือลาดตระเวนรุ่นใหม่และลำใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างมาในปัจจุบัน เรือลาดตระเวนนอกชายฝั่งทั้งสามลำต่อขึ้นในมาเลเซีย ภายใต้การอนุญาตของบริษัทดาเมน ชิปยาร์ด แทนการนำเข้า ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างทางกลาโหมของมาเลเซีย

ตามนโยบายดังกล่าว การจัดซื้อจัดจ้างมูลค่าสูงต้อง “เพิ่มการใช้วัสดุท้องถิ่นมากที่สุดเพื่อนำไปสู่การผลิตในประเทศและลดเงินตราไหลออก” และ “สร้างฐานอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีมาเลเซียที่ยั่งยืน ด้วยการพัฒนาความสามารถเชิงกลยุทธ์และการมีส่วนร่วมทางอุตสาหกรรมในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก”

เรือลาดตระเวนนอกชายฝั่งชั้นใหม่นี้จะสมทบกองเรือปัจจุบันที่มีเรือลาดตระเวนนอกชายฝั่งชั้นลังกาวีขนาด 1,300 ตัน ซึ่งส่งมอบให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทางทะเลของมาเลเซียใน พ.ศ. 2549 หลังจาก 19 ปีในกองทัพเรือมาเลเซีย รวมถึงเรือชั้นกาจาห์ที่มีขนาดเท่าๆ กันจำนวนหลายลำ ซึ่งกองกำลังตำรวจน้ำของมาเลเซียจัดหาให้ใน พ.ศ. 2548 และ 2549 หลังจากประจำการเป็นเวลา 26 ปี

นับตั้งแต่การก่อตั้งใน พ.ศ. 2542 หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทางทะเลของมาเลเซียได้สกัดกั้นกลุ่มผู้ลักลอบ โจรสลัด และกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่งหลายกลุ่ม โดยเมื่อไม่นานมานี้ส่วนใหญ่เป็นการจับกุมการประมงที่ผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2562 เรือลาดตระเวนของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทางทะเลของมาเลเซียยึดปลาและปลาหมึกมูลค่ามากกว่า 122,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.8 ล้านบาท) จากชาวประมงเวียดนามที่ถูกจับในน่านน้ำมาเลเซียเป็นระยะทาง 68 ไมล์ทะเลทางตะวันออกเฉียงใต้ของท่าเรือกวนตันของมาเลเซีย ตามข้อมูลของสื่อมวลชนท้องถิ่น ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562 เรือลาดตระเวนของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทางทะเลของมาเลเซียอีกลำได้ยึดอวนที่มีมูลค่าเกือบ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 15.9 ล้านบาท) จากเรือของเวียดนามอีก 2 ลำ ซึ่งบรรทุกปลา 2 ตัน และปลาฉลามที่ยังมีชีวิตสองตัว การปฏิบัติการอีกครั้งเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทางทะเลของมาเลเซียมีส่วนร่วมในการช่วยชีวิตเต่าคุ้มครองหายาก 3,300 ตัว

นายทอม แอบกี เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของ ฟอรัม รายงานจากประเทศสิงคโปร์

หุ้น