• Home »
  • ติดอันดับ »
  • เหตุการณ์ไฟฟ้าดับกระตุ้นให้อินโดนีเซียเพิ่มการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์
เหตุการณ์ไฟฟ้าดับกระตุ้นให้อินโดนีเซียเพิ่มการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์

เหตุการณ์ไฟฟ้าดับกระตุ้นให้อินโดนีเซียเพิ่มการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์

ในช่วงระยะเวลาสองวันของต้นเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 ชาวอินโดนีเซียนับล้านคนต่างโหยหาเงินสด เมื่อเหตุการณ์ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ทำให้เครื่องเอทีเอ็มและบริการธนาคารดิจิทัลอื่น ๆ ใช้งานไม่ได้ในกรุงจาการ์ตาอันเป็นเมืองหลวงและเมืองใกล้เคียงอื่น ๆ ขณะที่การให้บริการด้านพลังงานและธนาคาร รวมทั้งสัญญาณจราจร ระบบขนส่งสาธารณะ และการโทรคมนาคมกู้คืนมาได้อย่างสมบูรณ์ในวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สมาชิกสภานิติบัญญัติเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ระบบดิจิทัลยังคงทำงานได้และมีความปลอดภัย

นายฮินซา ซิบูเรียน หัวหน้าหน่วยงานไซเบอร์และการสร้างรหัสลับแห่งชาติของอินโดนีเซีย ได้เรียกร้องให้ดำเนินการในปีพ.ศ. 2562 โดยกล่าวในการอภิปรายสาธารณะเกี่ยวกับกฎหมายไซเบอร์ที่ได้มีการเสนอหนึ่งสัปดาห์หลังจากเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ “อินโดนีเซียต้องไม่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง และต้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างความมั่นคงและการฟื้นตัวของอาณาจักรไซเบอร์” นายฮินซากล่าว “อำนาจอธิปไตยไม่ได้เป็นเพียงเรื่องทางวัตถุ แต่ยังเป็นเรื่องทางใจด้วย”

(ภาพ: ไฟฟ้าดับในกรุงจาการ์ตาทำให้อาคารในใจกลางเมืองหลายแห่งมืดมิดสนิท)

ภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากทั้งผู้กระทำที่เป็นรัฐและไม่ใช่รัฐ ทำให้กฎหมายความมั่นคงและการฟื้นตัวทางไซเบอร์ที่เสนอเป็นสิ่งจำเป็น นางสาวคูรี มหารานีและนางสาวเรนี ปริฮันโดโก ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ คณะทำงานด้านการป้องกันและรักษาความมั่นคงทางไซเบอร์พกจา เอท กล่าวกับ ฟอรัม“รัฐบาลจำเป็นต้องมีกลยุทธ์และนโยบายด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ที่เข้มงวดทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงขั้นตอนที่ครอบคลุม เช่น มาตรการตอบโต้การโจมตีทางไซเบอร์ พร้อมทั้งการประเมินระดับและการเพิ่มขึ้นของภัยคุกคาม”

หัวหน้าหน่วยงานไซเบอร์และการสร้างรหัสลับแห่งชาติรายงานว่า อินโดนีเซียประสบกับการโจมตีทางไซเบอร์กว่า 12.9 ล้านครั้งใน พ.ศ. 2561 โดยส่วนใหญ่มาจากมัลแวร์ รวมไปถึงฟิชชิ่งและการปฏิเสธการให้บริการแบบกระจายและอื่น ๆ ด้วยจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 171 ล้านคนในประเทศ จึงเป็นเป้าหมายที่ผู้โจมตีทางไซเบอร์ชื่นชอบ นายฮินสากล่าว

กฎหมายความมั่นคงและการฟื้นตัวทางไซเบอร์ฉบับร่างปัจจุบัน มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อเศรษฐกิจดิจิทัลและการกำกับดูแลทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวแจกแจงรายละเอียดของหน่วยงานได้ชื่อว่าเป็น “ผลประโยชน์ทางไซเบอร์ระดับชาติ” และอธิบายถึงภัยคุกคามเฉพาะตามประเภทและขอบเขต นอกจากนี้ยังระบุวิธีการป้องกันและบรรเทาภัยคุกคาม นอกจากนี้ ยังสัญญาว่าจะ “เสริมสร้างระบบนิเวศการกำกับดูแลทางไซเบอร์” โดยเป็นส่วนเติมเต็มกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการสื่อสารโทรคมนาคม รวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และธุรกรรมในปัจจุบัน

กฎหมายที่เสนอนี้กำหนดความรับผิดชอบในการบังคับใช้ความมั่นคงทางไซเบอร์ในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ พร้อมระบุบทบาทของหน่วยงานไซเบอร์และการสร้างรหัสลับแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานชั้นนำด้านไซเบอร์ของรัฐบาลอินโดนีเซีย เพื่อสนับสนุนตำรวจแห่งชาติในการบังคับใช้กฎหมาย กฎหมายความมั่นคงและการฟื้นตัวทางไซเบอร์ดังกล่าวได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐอื่น ๆ อีกหกแห่งช่วยเหลือหน่วยงานไซเบอร์และการสร้างรหัสลับแห่งชาติในด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ รวมถึงกระทรวงกลาโหม การสื่อสาร กิจการต่างประเทศ ตำรวจแห่งชาติ หน่วยข่าวกรองแห่งชาติ และสำนักงานอัยการสูงสุด

รัฐบาลจาการ์ตากำลังขอคำแนะนำจากเหล่าผู้นำอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเนื้อหาของกฎหมายที่ได้เสนอ ในขณะที่รับข้อมูลจากต่างประเทศ

“อินโดนีเซียได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงและบันทึกความเข้าใจ สำหรับความร่วมมือด้านความมั่นคงทางไซเบอร์กับสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย” นางสาวคิวรีและนางสาวเรนีกล่าว “มีความร่วมมือหลายช่องทาง เช่น การประชุมอย่างสม่ำเสมอในด้านนโยบายไซเบอร์และการพัฒนากลยุทธ์ การส่งเสริมความตระหนักด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ การสร้างศักยภาพและโอกาสการฝึกอบรมความสามารถในการจัดการเหตุการณ์และอาชญากรรมทางไซเบอร์ระดับประเทศ (นิติวิทยาศาสตร์และการสืบสวน) รวมทั้งความร่วมมือในภาคเศรษฐกิจดิจิทัลและความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย”

นายทอม แอบกี เป็นผู้สื่อข่าวสมทบของฟอรัม รายงานจากประเทศสิงคโปร์

หุ้น