• Home »
  • ติดอันดับ »
  • เอกสารมุมมองของอาเซียนระบุว่า อาเซียนจะเป็นแกนกลางด้านแนวคิดและความร่วมมือในอินโดแปซิฟิก
เอกสารมุมมองของอาเซียนระบุว่า อาเซียนจะเป็นแกนกลางด้านแนวคิดและความร่วมมือในอินโดแปซิฟิก

เอกสารมุมมองของอาเซียนระบุว่า อาเซียนจะเป็นแกนกลางด้านแนวคิดและความร่วมมือในอินโดแปซิฟิก

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เผยแนวคิดที่มีต่ออินโดแปซิฟิก ณ การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 34 เมื่อปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2562 ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย

วิสัยทัศน์ของอาเซียนเรียกร้องให้มี “กรอบการดำเนินงานที่ตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์” ซึ่งทุกฝ่ายมีส่วนร่วม เพื่อ “ช่วยสร้างแรงผลักดันสู่ความเชื่อมั่นเชิงยุทธศาสตร์และความร่วมมือที่เอื้อประโยชน์ต่อทุกฝ่ายในภูมิภาค” ตามที่ระบุในเอกสารซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย

อินโดแปซิฟิกควรเป็นภูมิภาคแห่ง “การพูดคุยและความร่วมมือ แทนที่จะเป็นศัตรูกัน” โดยที่ “ทุกฝ่ายมีการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรือง” อ้างอิงจากเอกสารอย่างเป็นทางการที่ชื่อ “มุมมองอาเซียนต่ออินโดแปซิฟิก” ซึ่งใช้ในการประชุมสุดยอดที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เอกสารดังกล่าวระบุว่าอาเซียนจะรับ “บทบาทเชิงศูนย์กลางและยุทธศาสตร์” ในการเชื่อมสัมพันธ์กับฝ่ายที่มีผลประโยชน์ร่วมกันในภูมิภาค

โดยเอกสารมุมมองอาเซียนฉบับนี้ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต จัดทำขึ้นเพื่อ “ส่งเสริมการรักษาสันติภาพ อิสรภาพ และความเจริญรุ่งเรือง” อาเซียนจะ “เป็นตัวกลางการเชื่อมสัมพันธ์ที่ซื่อตรง ในสภาพแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ซึ่งมีผลประโยชน์ทับซ้อนกัน” ตามที่เอกสารระบุ

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย (ภาพ) ซึ่งทำหน้าที่ประธานของการประชุมสุดยอด พ.ศ. 2562 กล่าวกับสื่อมวลชนว่า “อาเซียนเชื่อว่าความร่วมมือภายใต้แนวคิดอินโดแปซิฟิกควร… เป็นส่วนเติมเต็มกรอบการดำเนินงานปัจจุบันของความร่วมมือในระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาค รวมทั้งสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนในภูมิภาค”

โดยเอกสารมุมมองดังกล่าว “ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะสร้างกลไกใหม่หรือแทนที่กลไกเดิม แต่เป็นมุมมองที่มีเพื่อยกระดับกระบวนการสร้างประชาคม รวมถึงเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและสร้างแรงผลักดันใหม่ให้กับกลไกที่นำโดยอาเซียนในปัจจุบัน เพื่อให้รับมือกับความท้าทายได้ดีขึ้นและรับโอกาสที่เกิดจากสภาวการณ์ของโลกและของภูมิภาคในปัจจุบันและในอนาคต

นายลี เซียน หลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ระบุว่ามุมมองดังกล่าว “ย้ำถึงพันธสัญญาในการเป็นศูนย์กลางและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอาเซียน” ซึ่งช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและระเบียบโลกที่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ โดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ” ตามการรายงานของหนังสือพิมพ์ เดอะสเตรตส์ไทมส์

เอกสารมุมมองดังกล่าวระบุถึงขอบเขตสำคัญที่อาจเป็นไปได้สำหรับการทำงานร่วมกัน ซึ่งได้แก่ความร่วมมือทางทะเล ด้านการเชื่อมโยง ด้านความยั่งยืน และด้านเศรษฐกิจ สำหรับความร่วมมือทางทะเล เอกสารเจาะจงระบุถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล และ “เสรีภาพในการเดินเรือและการบินผ่านน่านฟ้า”

“การสนับสนุนอย่างแข็งขันของอาเซียน เป็นสิ่งที่ทำให้อาเซียนกลายเป็นผู้ผลักดัน ‘การสร้างอินโดแปซิฟิก’ ของภูมิภาคนิยมเอเชียเมื่อเวลาผ่านไป เพื่อตระหนักถึงการมีส่วนร่วมที่มากขึ้นของประเทศมหาอำนาจเข้าไว้ด้วย ผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก” ดร. ประชันต์ ปรเมศวรัน บรรณาธิการอาวุโส เขียนในนิตยสารข่าวออนไลน์ เดอะดิโพลแมต “หากจะให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ในแง่ของนโยบาย นายมาร์ตี นาตาเลกาวา อดีตรัฐมนตรีว่าการประทรวงต่างประเทศอินโดนีเซีย ยังได้เสนอสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือแห่งอินโดแปซิฟิกในช่วงทศวรรษ 2010 (พ.ศ. 2553-2562) แม้จะไม่เคยประสบผลสำเร็จในบริบททั่วอาเซียน”

“คุณค่าของเอกสารมุมมองต่อแนวคิดอินโดแปซิฟิกของอาเซียน อยู่ที่การย้ำเตือนว่าทุกฝ่ายจะยังคงเป็นผู้เล่นที่ขาดไปเสียไม่ได้ในภูมิยุทธศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ของภูมิภาค”ดร. ถัง ซิว มั่น หัวหน้าฝ่ายอาเซียนศึกษาที่สถาบันไอซีส์-ยูซอฟ อิสฮัก เขียนในหนังสือพิมพ์ เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์

“สำหรับความต้องการในการทำหน้าที่เป็นฐานสำหรับกฎระเบียบภูมิภาคที่ใหญ่ขึ้น อาเซียนจะมีโอกาสประสบความสำเร็จน้อยหากประเทศมหาอำนาจไม่อาจมารวมกันได้ แต่โอกาสความเป็นไปได้ของสถาปัตยกรรมภูมิภาคใหม่ที่ส่งเสริมสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศต่าง ๆ ในอินโดแปซิฟิก จะยังคงต้องรอต่อไปอีกนาน หากอาเซียนไม่เข้าไปสนับสนุนหรือมีส่วนร่วม

นักวิเคราะห์ต่างเห็นด้วยว่าน่าจะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่งยวดกว่าที่เคย ที่อาเซียนต้องพัฒนาแนวทางอินโดแปซิฟิกให้เป็นที่น่าเชื่อถือในทั่วโลก “การทำเช่นนั้นนอกจากจะต้องเพิ่มมุมมองของอาเซียนในการพูดคุยแล้ว ยังต้องกล่าวได้อย่างชัดเจนอีกด้วยว่าการเป็นแกนกลางในสถาปัตยกรรมของภูมิภาคตามที่ให้ความสำคัญนั้น สามารถนำมาใช้เพื่อพัฒนากรอบความคิดต่าง ๆ โดยผู้มีบทบาทในภูมิภาค ในรูปแบบที่ไม่เพียงประกาศถึงมูลค่าที่เพิ่มขึ้นมาของอาเซียน แต่ยังต้องแสดงถึงผลประโยชน์ร่วมกันด้วย”ดร. ปรเมศวรันระบุ

หุ้น