แปซิฟิก โอกาสต่าง ๆ ใน

แปซิฟิก โอกาสต่าง ๆ ใน

หน่วยปฏิบัติการพิเศษสหรัฐฯ มีส่วนร่วมในประเทศต่าง ๆที่เป็นเกาะในแปซิฟิกโดยอาศัยคณะทำงานด้านความมั่นคง

ดร.ดีออน วี. แคนยอน, ดร.พอล ลีเบอร์, นายไมเคิล มอลโลฮาน และ ดร.เอริก ชิบูยะ

หน่วยบัญชาการการปฏิบัติการพิเศษสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก สนับสนุนการประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างประเทศที่กระตุ้นให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มต่าง ๆ ในภูมิภาคและประเด็นความมั่นคงในรูปแบบใหม่ การประชุมเชิงปฏิบัติการของคณะทำงานด้านความมั่นคงในภูมิภาคแปซิฟิกที่จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ทำให้บรรดาผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ ที่เป็นเกาะในแปซิฟิกมีโอกาสในการสร้างเครือข่ายเพื่อความร่วมมือในอนาคต แบ่งปันความรู้เกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงและส่งเสริมความเข้าใจร่วมกัน แนวทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจะมุ่งเน้นวิธีการเชิงยุทธศาสตร์ การดำเนินงานหรือการปฏิบัติมากกว่าจะมุ่งเน้นที่ภัยคุกคามเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้เข้าร่วมประชุมได้เห็นว่าความท้าทายด้านความมั่นคงในแปซิฟิกจำเป็นต้องมีการดำเนินการร่วมกัน และตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของการประชุมเชิงปฏิบัติการของคณะทำงานด้านความมั่นคงในภูมิภาคแปซิฟิกที่ช่วยให้ประเทศต่าง ๆ ในแปซิฟิกรู้เท่าทันสถานการณ์ล่วงหน้าเกี่ยวกับภัยคุกคามในภูมิภาค ปัญหาความมั่นคงที่เกิดขึ้นใหม่และการรักษาสันติภาพ การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ และการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล

การปฏิบัติการแบบพหุภาคี

หน่วยบัญชาการการปฏิบัติการพิเศษสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกดำเนินการปฏิบัติการในยุทธบริเวณอินโดแปซิฟิก และมีปฏิสัมพันธ์ในภูมิภาคนี้โดยการฝึก การแลกเปลี่ยนและการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ หน่วยบัญชาการนี้ดำเนินการฝึกบางรายการผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการของคณะทำงานการด้านความมั่นคงในภูมิภาคแปซิฟิก ซึ่งจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาความมั่นคงทั้งในระดับที่รุนแรงและไม่รุนแรงและภัยคุกคามในภูมิภาค การประชุมแบบพหุภาคีในระดับภูมิภาคเหล่านี้ดำเนินไปอย่างไม่เป็นทางการเพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันและการเป็นหุ้นส่วนระหว่างองค์กรและผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทั้งหมด ผู้เข้าร่วมการประชุมจะได้ประโยชน์จากการเจรจาหารือด้านความมั่นคง ได้แสวงหาโอกาสที่จะทำการฝึกร่วมกัน และส่งเสริมความจำเป็นในการรักษาความมั่นคงในระดับชาติและระดับภูมิภาค

เฮลิคอปเตอร์ เอ็มอาร์เอช-90 ของกองทัพอากาศนิวซีแลนด์ ลงจอดที่ ลังฮัม บีช ประเทศออสเตรเลีย ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560 ในระหว่างการฝึกตาลิสมัน เซเบอร์ ซึ่งเป็นการฝึกร่วมทางทหารกับออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ รอยเตอร์

นโยบายการปรับดุลภาพที่วางแผนไว้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดก่อนที่มุ่งเน้นเอเชียและแปซิฟิก เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการหันเหความสนใจไปยังแปซิฟิก และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการประชุมระหว่างประเทศที่เป็นเกาะในแปซิฟิกของคณะทำงานด้านความมั่นคงในภูมิภาคแปซิฟิก ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11-15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 โดยหน่วยบัญชาการการปฏิบัติการพิเศษของกองทัพนิวซีแลนด์ในกรุงเวลลิงตัน การประชุมดังกล่าวมุ่งเน้นที่การแก้ไขปัญหาการขาดความเข้าใจร่วมกันทั่วทั้งภูมิภาค โดยมีเป้าหมายหลักคือการกำหนดแนวทางในการร่วมมือล่วงหน้าสำหรับหน่วยปฏิบัติการพิเศษและภาคการรักษาความมั่นคงของประเทศที่เป็นเกาะในแปซิฟิก ผู้จัดการประชุมยังได้พยายามค้นหาสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงควรให้ความสนใจในระดับนานาชาติในแปซิฟิกและระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ๆ การประชุมนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับตัวแสดงในระดับภูมิภาคในการเรียนรู้ขีดความสามารถและข้อจำกัดของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ และเป็นช่องทางที่ทำให้ผู้ปฏิงานของหน่วยปฏิบัติการพิเศษได้รับรู้ถึงปัญหาด้านความมั่นคงของบรรดาประเทศที่เป็นเกาะในแปซิฟิก ผู้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวมาจากออสเตรเลีย แคนาดา ฟิจิ ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกีนี ติมอร์เลสเต สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกาและวานูอาตู

วิธีการที่หลากหลาย

ในการประชุมเชิงปฏิบัติการนี้ คณะทำงานสามกลุ่มที่ประกอบไปด้วยผู้เข้าร่วมการประชุมจากประเทศต่าง ๆ และมีความเชี่ยวชาญต่าง ๆ กัน จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลและพยายามประเมินความเชื่อมโยงของตนกับภัยคุกคามในระดับภูมิภาคพร้อมกับมองหาโอกาสที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษจะเข้าไปมีส่วนร่วมได้ กลุ่มที่ดูแลโดยดร.พอล ลีเบอร์ จากมหาวิทยาลัยการปฏิบัติการพิเศษร่วม นำเสนอแนวทางการปฏิบัติ กลุ่มที่ดูแลโดยดร.เอริก ชิบูยะ จากโรงเรียนเสนาธิการทหาร มหาวิทยาลัยนาวิกโยธิน มุ่งเน้นที่ทิศทางและรูปแบบในการปฏิบัติการของคณะทำงานร่วมของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ และกลุ่มที่ดูแลโดยดร.ดีออน วี. แคนยอน จากศูนย์ความมั่นคงศึกษาเอเชียแปซิฟิก แดเนียล เค. อิโนะยูเอะ เสนอแนะหลักปฏิบัติที่จำเป็นในเชิงยุทธศาสตร์ ผู้แทนต่าง ๆ จากมหาวิทยาลัยแมสซีย์ได้เข้าร่วมในคณะทำงานทุกกลุ่ม

คำแนะนำที่นำไปปฏิบัติได้ ได้แก่

  • กำหนดให้การประมงผิดกฎหมายที่ไม่มีการรายงานและไร้การควบคุม เป็นอาชญากรรมการประมง
  • ทำลายห่วงโซ่อุปทานของบรรดาเจ้าของเรือที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางทะเล โดยตัดเส้นทางทางการเงินและดำเนินการดังกล่าวโดยถูกกฎหมาย
  • จัดตั้งศูนย์บัญชาการที่ทำงานได้อย่างเต็มรูปแบบและเป็นอิสระสำหรับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติก่อนที่ภัยพิบัติจะเกิดขึ้น
  • ให้ประเทศที่มีขนาดเล็กทั้งหมดเข้ามามีส่วนร่วมในความพยายามในการต่อต้านการค้าที่ผิดกฎหมาย
  • ส่งเสริมการศึกษาเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของชุมชน
  • บริหารจัดการและตรวจประเมินข้อมูลเพื่อสนับสนุนการแบ่งปันข้อมูล
  • แก้ไขปัญหาเรื่องการปลูกฝังแนวคิดหัวรุนแรง รวมถึงการส่งข้อความที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง
  • ตระหนักถึงความจำเป็นในการมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความไว้วางใจในหมู่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

การเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติสองประการในอาณาเขตทางทะเลได้รับความสนใจอย่างมาก ประการแรกคือ การประมงผิดกฎหมายที่ไม่มีการรายงานและไร้การควบคุมควรถูกกำหนดให้เป็นอาชญากรรมการประมง คำจำกัดความดังกล่าวทำให้ปัญหานี้อยู่ภายใต้เขตอำนาจของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ และช่วยลดภาระให้กับกรมประมงที่ทำงานจนเกินกำลัง ข้อกำหนดนี้จะทำให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายมีอำนาจในการจัดการกับอาชญากรรมเหล่านี้ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาการละเมิดต่าง ๆ ที่มักจะเกี่ยวข้องกับการประมงผิดกฎหมายที่ไม่มีการรายงานและไร้การควบคุม ประการที่สองคือการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จโดยเจ้าหน้าที่นิวซีแลนด์ ที่ได้อธิบายถึงวิธีการปฏิบัติที่เปลี่ยนจากการไล่ล่าเรือแต่ละลำ ไปเป็นการไล่ติดตามการเงินของเจ้าของเรือและประเทศต่าง ๆ ที่คนเหล่านี้พยายามที่จะขายผลผลิตให้และใช้เป็นที่หลบภัย การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์นี้ทำให้เห็นถึงข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติในการไล่ติดตามเป้าหมายที่เคลื่อนที่ไปทั่วภูมิประเทศอันกว้างใหญ่ หน่วยงานต่าง ๆ ของนิวซีแลนด์พบว่าวิธีการใหม่แบบองค์รวมนี้เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการจัดการกับต้นเหตุของปัญหาและการลดจำนวนเรือที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมการประมง กระบวนการนี้ประกอบไปด้วยการยืนยันเอกสารของเรือที่ต้องสงสัย การตรวจการณ์ในทะเลหลวง การสืบเสาะข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทของเจ้าของเรือ การพัฒนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศต่าง ๆ ที่ไม่รู้ตัวว่าถูกเจ้าของเรือใช้เป็นที่หลบภัย การเพิ่มความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของอาชญากรรมการประมง และการเข้าถึงข้อมูลจากหน่วยงานต่อต้านอาชญากรรมแห่งชาติต่าง ๆ และองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ

ข้อมูลนี้อาจช่วยกดดันให้รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ไม่อนุญาตให้เรือที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมเข้าเทียบท่า และปิดกั้นการเข้าถึงตลาดเพื่อเป็นการทำลายห่วงโซ่อุปทานโดยการตัดเส้นทางทางการเงินโดยดำเนินการอย่างถูกกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ประเทศที่เป็นเกาะในแปซิฟิกส่วนใหญ่ไม่มีทรัพยากรทางเทคนิคและทรัพยากรมนุษย์ที่จะดำรงรักษาวิธีการปฏิบัติแบบองค์รวมนี้ ข้อเสนอแนะคือ องค์กรในระดับภูมิภาคที่ได้รับการสนับสนุนจากหุ้นส่วนที่มีทรัพยากรพรั่งพร้อมควรกระตุ้นให้เกิดความพยายามและดำรงไว้ซึ่งความพยายามในระดับนานาชาตินี้ เมื่อนำวิธีการนี้ไปปฏิบัติจนเป็นผลสำเร็จ จะทำให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตอบโต้อาชญากรรมการประมงน้อยลงเรื่อย ๆ ผู้เข้าร่วมการประชุมกล่าว

หน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐฯ และออสเตรเลียทำการฝึกในระหว่างการฝึกตาลิสมัน เซเบอร์ ในเมืองดาร์วิน ประเทศออสเตรเลีย ส.ท. แอรอน เอจี/กองทัพบกสหรัฐฯ

ผลลัพธ์หลายประการที่ได้จากการดำเนินงานนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะการทำงานและวิธีการปฏิสัมพันธ์ของหน่วยปฏิบัติการพิเศษในภูมิภาค จากมุมมองในเชิงปฏิบัติการ เจตจำนงทางการเมืองถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เช่นเดียวกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมที่มากขึ้นโดยอาศัยการเชื่อมโยงระหว่างบุคคล รวมถึงการออกแบบและสร้างแนวทางที่เหมาะสมในระดับประเทศตลอดทั่วเกาะต่าง ๆ การตระหนักรู้ว่าเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาความมั่นคงทั้งหมดในภูมิภาคได้และการระบุระดับความล้มเหลวที่ “ยอมรับได้” นั้นถือเป็นความท้าทายที่สำคัญ มีความคิดที่ว่า อาจมีการแก้ไขปัญหานี้โดยการประเมินความยืดหยุ่นของชุมชนและองค์กร ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักในการวิเคราะห์และการปรับปรุงกระบวนการใด ๆ ก็ตามที่ล้มเหลว มีข้อเสนอแนะให้เจ้าหน้าที่ติดต่อประสานงานในภาคการรักษาความมั่นคงเรียนรู้วิธีการทำงานงานแบบบรรณารักษ์ในเรื่องการรับและการตรวจแยกข้อมูล การจัดหมวดหมู่ข้อมูลเพื่อใช้ในการอ้างอิงในอนาคต และพิจารณาความเกี่ยวข้องในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศและระดับภูมิภาค ในทำนองเดียวกัน เจ้าหน้าที่เหล่านี้จำเป็นต้องปรับโครงสร้างข้อมูลที่มีอยู่และวิธีการในการประเมินเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่นำไปใช้ได้กับชุดปัญหาที่กว้างขึ้นและในระยะเวลาที่ยาวขึ้น ตามหลักการแล้ว ผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวที่ทำงานในแปซิฟิกควรมีกรอบความคิดที่ยืดหยุ่น มีความรู้ความเข้าใจในข้อจำกัดทางทรัพยากรและข้อจำกัดของมนุษย์ และมีความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ ความยืดหยุ่นทางความคิดนี้คือลักษณะเด่นของผู้ปฏิบัติงานของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ และการปฏิสัมพันธ์ที่มากขึ้นระหว่างหน่วยปฏิบัติการพิเศษและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการรักษาความมั่นคงทั่วไปจะมีส่วนช่วยได้มาก ไม่เพียงแต่ในเรื่องการแบ่งปันข้อมูลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างความไว้วางใจและแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างชุมชนเหล่านี้

กลุ่มที่เสนอแนะหลักปฏิบัติที่สำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ได้แนะนำวิธีการที่คล้ายกับรูปแบบการทำงานของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ และเรียกร้องให้มีการจัดตั้งองค์กรความมั่นคงโอเชียเนีย ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จในการประสานงานในระดับภูมิภาค และจะกำกับดูแลการตอบสนองและกิจกรรมด้านความมั่นคงในระดับนานาชาติในภูมิภาคทั้งหมด ยังไม่มีองค์กรในระดับภูมิภาคที่เป็นตัวแทนโดยสมบูรณ์ของประเทศที่เป็นเกาะในแปซิฟิกทั้งหมด ผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการให้ความเห็นว่า องค์กรการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิกเป็นองค์กรที่มีการเคลื่อนไหวมากที่สุดในภูมิภาค การประชุมประจำปีของคณะกรรมการความมั่นคงในภูมิภาคเป็นเวทีหลักในการระบุภัยคุกคามตามลำดับความสำคัญและการเจรจาหารือในประเด็นความมั่นคงในภูมิภาค การประชุมนี้ประสบความสำเร็จในการระบุข้อกำหนดตามลำดับความสำคัญสำหรับภูมิภาค และได้ตรวจสอบข้อกังวลของฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด แผนความมั่นคงระดับภูมิภาคที่สอดคล้องกับกรอบการทำงานขององค์กรการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิกเพื่อให้เกิดภูมิภาคนิยมแปซิฟิก (การประชุมหมู่เกาะแปซิฟิก พ.ศ. 2557) อาจก่อให้เกิดความเชื่อมโยงและสร้างประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น

ผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการได้กำหนดการปฏิบัติที่สำคัญสามประการและนำไปประกอบเป็นโครงสร้างในการสนับสนุน ประการแรก ผู้เข้าร่วมการประชุมเสนอให้มีการสร้างเครือข่ายข้อมูลขององค์กรความมั่นคงโอเชีย เนียเพื่อบริหารจัดการและแบ่งปันข้อมูลที่จำเป็นต่อการประเมินและการตัดสินใจทั้งหมด ผู้เข้าร่วมการประชุมมองว่าการได้มาซึ่งข้อมูล การแบ่งปันและการบริหารจัดการข้อมูลคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ระบบใด ๆ ก็ตามมีประสิทธิภาพ ประการที่สอง ผู้เข้าร่วมการประชุมเสนอให้มีหน่วยตอบโต้อาชญากรรมข้ามชาติขององค์กรความมั่นคงโอเชียเนียเพื่อประสานงานในระดับภูมิภาคเพื่อตอบโต้อาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่มหาสมุทร ประเทศที่เป็นเกาะในแปซิฟิกมีศักยภาพค่อนข้างมากอยู่แล้วในการจัดการกับอาชญากรรมข้ามชาติ และมีองค์กรในระดับภูมิภาคที่มีประสิทธิภาพเพื่อวัตถุประสงค์นี้อยู่แล้ว ดังนั้น หน่วยนี้น่าจะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักได้ ประการสุดท้าย ผู้เข้าร่วมการประชุมเสนอให้มีหน่วยบริหารจัดการภาวะวิกฤติและภัยพิบัติขององค์กรความมั่นคงโอเชียเนียเพื่อประสานงานและกำกับดูแลการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ

แม้ว่าสำนักงานบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินและภัยพิบัติระดับชาติหลายแห่งทั่วทั้งแปซิฟิกจะมีศักยภาพและขีดความสามารถมากขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่หลายแห่งก็มีแต่องค์กรในระดับภูมิภาคที่มีศักยภาพจำกัดในด้านการเตรียมความพร้อมและการตอบสนองต่อความขัดแย้งและภัยพิบัติ นอกจากนี้ ถึงแม้จะมีองค์กรดังกล่าว ก็มีเพียงไม่กี่รายที่มีศักยภาพในการสนับสนุนและการประสานงานด้านการตอบสนองเพื่อให้ความช่วยเหลือขนาดใหญ่ในระดับนานาชาติโดยไม่ต้องพึ่งพาการสนับสนุนที่สำคัญ หน่วยประสานงานในระดับภูมิภาคอาจช่วยแก้ไขข้อบกพร่องนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องกำหนดความพยายามและสร้างทักษะอันซ้ำซ้อนในทุกประเทศที่เป็นเกาะในแปซิฟิก นอกจากนี้ หน่วยประสานงานในระดับภูมิภาคดังกล่าวยังอาจช่วยให้เกิดการตอบสนองเชิงรุกได้ทันท่วงทีมากขึ้นต่อภัยคุกคามที่พิสูจน์ทราบแล้ว

หุ้นส่วนที่หลากหลาย

ผู้เชี่ยวชาญหลายรายกล่าวว่า การที่โครงการด้านความมั่นคงเพื่อต่อต้านภัยคุกคามอันซับซ้อนจะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบในเรื่องหุ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง และการตระหนักว่าสันติภาพและความมั่นคงจะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดการประนีประนอมหรือการผ่อนปรน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในประเทศมีตั้งแต่ทหาร ตำรวจ หน่วยยามฝั่งและกองกำลังกึ่งทหาร ไปจนถึงหน่วยตรวจคนเข้าเมือง หน่วยปฏิบัติการชายแดน ศุลกากรและหน่วยกักกัน ตลอดจนหน่วยข่าวกรองและหน่วยงานเฉพาะด้านอื่น ๆ เช่น หน่วยงานประมง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียระหว่างประเทศยังรวมถึงตำรวจและทหาร แต่ผู้ให้ความช่วยเหลือและผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้สนับสนุนรายย่อยในท้องถิ่นก็มีบทบาทสำคัญควบคู่ไปกับหน่วยงานต่าง ๆ ขององค์การสหประชาชาติ เช่น โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ และสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งองค์การสหประชาชาติ หน่วยงานเหล่านี้มีความน่าเชื่อถือสำหรับประเทศเจ้าบ้านมาเป็นเวลานานเนื่องจากมีการแสดงให้เห็นถึงความยุติธรรมและความพยายามในการช่วยเหลือที่มีมาก่อนหน้านี้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับภูมิภาคน้อยรายมีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านความมั่นคงเพราะต้องการให้ประเทศต่าง ๆ แก้ปัญหาของตนด้วยตนเอง หน่วยงานต่าง ๆ ที่ระบุไว้ข้างต้นเป็นสิ่งยืนยันข้อเท็จจริงที่ว่า ความพยายามใด ๆ ก็ตามจะสำเร็จได้ต้องมีผู้ถือผลประโยชน์ร่วมกันหลายฝ่าย

หน่วยลาดตระเวนระยะไกลของกองทัพปาปัวนิวกินี มีขีดความสามารถบางอย่างคล้ายกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ และกองกำลังป้องกันและกองกำลังกึ่งทหารอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้ได้รับการฝึกอบรมอย่างจำกัด ทักษะเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในสถานการณ์ที่คล้ายกับการปฏิบัติการของหน่วยอาวุธและยุทธวิธีพิเศษและเพื่อปราบปรามการจลาจล แต่บางคนอาจให้เหตุผลว่ากองกำลังรักษาความมั่นคงในแปซิฟิกอาจได้ประโยชน์จากขีดความสามารถแบบเหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่กว้างขึ้นเพื่อจัดการกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาตินอกเหนือจากการสร้างศักยภาพระหว่างประเทศหุ้นส่วนและการแบ่งปันขีดความสามารถ การฝึกเพิ่มเติมจะทำให้กองกำลังรักษาความมั่นคงกลายเป็นผู้ตอบสนองเหตุการณ์ที่มีอำนาจแข็งที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและมีศักยภาพที่เป็นอำนาจอ่อน การพัฒนาศักยภาพที่เป็นอำนาจอ่อนที่ทำให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษมีประสิทธิภาพมากขึ้นคือเป้าหมายที่แท้จริงของการเข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้นในภูมิภาคนี้ มากกว่าจะเป็นการมุ่งเน้นศักยภาพที่เป็นอำนาจแข็งของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ศักยภาพที่เป็นอำนาจอ่อนจะยั่งยืนกว่าและสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับตัวแสดงที่หลากหลายของภูมิภาคได้มากกว่า

เจ้าหน้าที่จากชุดปฏิบัติการพิเศษที่ 353 กองทัพอากาศสหรัฐฯ มองจากช่องเปิดด้านหลังของอากาศยาน เอ็มซี-130เจ คอมมานโด ทู ในระหว่างที่บินไปพร้อมกับฝูงบินหมายเลข 40 ของกองทัพอากาศนิวซีแลนด์ ร.อ. เจสซิกา เทต/กองทัพอากาศสหรัฐฯ

กองกำลังรักษาความมั่นคงบางแห่งในภูมิภาคถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนและใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ การให้ความสำคัญกับมาตรฐานสากลในเรื่องพฤติกรรมของภาคการรักษาความมั่นคง การศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการของสหรัฐฯ ในการประเมินผู้รับความช่วยเหลือด้านความมั่นคงที่อาจถูกละเมิด และการพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาที่นำไปปรับใช้ได้ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ อาจเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้

เนื่องจากกองกำลังเหล่านี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีลำดับชั้นของอำนาจและทำงานในชุมชน ดังนั้น จะต้องมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เหมาะสมเพื่อให้แนวทางเกี่ยวกับลักษณะของการฝึก นอกจากนี้ยังต้องมีกลไกที่ทำให้มั่นใจว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

การมีส่วนร่วมในแปซิฟิก

องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติถูกกำหนดให้เป็น “ความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ระดับสูงสุด” ต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เนื่องจากมี “ผลกระทบด้านความมั่นคงที่สำคัญที่เกี่ยวพันกับประเทศที่อ่อนแอหรือประเทศที่กำลังล้มเหลว” ดังที่นายบารัก โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุไว้ในแผนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2558 บทบาทของหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่อาจเป็นไปได้คือการสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถในการกำกับดูแลของภาคการรักษาความมั่นคง เพราะการกำกับดูแลที่อ่อนแอและความทุกข์ยากจะทำให้เกิดการขยายตัวของแนวคิดสุดโต่งและความขัดแย้ง

องค์กรการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิกได้จัดทำโครงการประเมินอาชญากรรมข้ามชาติในแปซิฟิกโดยการทำงานร่วมกับหุ้นส่วนทางด้านการบังคับใช้กฎหมายเจ็ดรายในภูมิภาค (การประชุมหมู่เกาะแปซิฟิก พ.ศ. 2559) โดยได้พิจารณาประเด็นต่าง ๆ มากมาย แต่พบว่ามีสี่ประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งได้แก่ องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ การรักษาความมั่นคงทางทะเล การขาดเสถียรภาพทางการเมือง และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

อาชญากรรมข้ามชาติคือความท้าทายสำคัญที่มีรายละเอียดมากที่สุด ได้แก่ การฟอกเงิน อาชญากรรมทางไซเบอร์ สายการเดินเรือที่เพิ่มขึ้น การสรรหานักรบต่างชาติ อาวุธปืนขนาดเล็กและอาวุธเบา กลุ่มองค์กรอาชญากรรม การค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์และการลักลอบขนคนเข้าเมือง และอาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อม

ภัยคุกคามทางทะเลหลัก ๆ จะเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมการประมง แต่ข้อกังวลในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรที่มีอยู่มากมายมหาศาลคือ การทำเหมืองแร่น้ำลึก ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงและความเป็นไปได้ที่สภาพแวดล้อมจะถูกทำลาย การขาดเสถียรภาพทางการเมืองคือโอกาสในการสร้างผลประโยชน์ที่สำคัญ เพราะการกำกับดูแลที่อ่อนแอทำให้ผู้ค้ามนุษย์สามารถดำเนินการได้ นอกจากนี้ ประเทศต่าง ๆ ที่เป็นเกาะยังพิจารณาว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศนั้นก่อให้เกิดผลกระทบที่สำคัญเพราะอาจเป็นโอกาสในการก่ออาชญากรรมและการสร้างความวุ่นวายในสังคม ในช่วงเวลาแห่งวิกฤตทางสภาพแวดล้อม ตัวแสดงเหล่านี้อาจเข้ามาแทนที่ในช่วงที่เกิดช่องว่างทางอำนาจ

ประเด็นอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้ที่มีแนวโน้มว่าจะก่อให้เกิดการขาดเสถียรภาพซึ่งอาจต้องได้รับความสนใจจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ได้แก่ การเปิดโปงอาชญากรรมสงครามและพื้นที่ที่อยู่ในความสนใจในปาปัวตะวันตก ความขัดแย้งในปัจจุบันเรื่องการแบ่งสรรปันส่วนในการทำเหมืองบนเกาะบูเกนวิลล์ในปาปัวนิวกีนี การสิ้นสุดภารกิจการให้ความช่วยเหลือในระดับภูมิภาคแก่หมู่เกาะโซโลมอน การลงประชามติแยกตัวเป็นเอกราชในบูเกนวิลล์และนิวแคลิโดเนีย การสูญเสียเงินทุนช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ภายใต้สัญญาความสัมพันธ์เสรีในไมโครนีเซียและแนวโน้มที่ประเทศนี้จะหันไปพึ่งพาจีน การเปิดโปงการทุจริตอย่างต่อเนื่อง การฟอกเงินและแหล่งหลบเลี่ยงภาษีที่มีอยู่ทั่วทั้งภูมิภาค ความเหลื่อมล้ำ การไม่ได้รับความสำคัญและความยากจน หนี้สินดอกเบี้ยต่ำต่อจีนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปฏิกิริยาต่ออิทธิพลจากต่างประเทศที่ไม่พึงประสงค์ การปกป้องสภาพแวดล้อมทางการประมงในทะเล แนวคิดหัวรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ และการส่งเสริมการปลูกฝังแนวคิดหัวรุนแรงโดยรัฐอิสลามอิรักและซีเรีย

หน่วยปฏิบัติการพิเศษมีบทบาทในแปซิฟิก ได้แก่ การแนะนำแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการพัฒนาความตระหนักรู้สถานการณ์ การประเมินความขัดแย้งและพื้นที่ภัยพิบัติอย่างรวดเร็ว การรวบรวมข่าวกรองเพื่อสนับสนุนการตอบสนองในด้านการบรรเทาทุกข์หรือการควบคุม การฝึกในเรื่องการวางแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน การจัดตั้งการสื่อสารในระหว่างการเผชิญเหตุ การเตรียมความพร้อมให้กับหน่วยที่จะจัดส่งไปปฏิบัติงานในพื้นที่ส่วนหน้า และการติดตามผู้คนและทรัพยากร หน่วยปฏิบัติการพิเศษประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการดำเนินภารกิจในรูปแบบใหม่โดยปฏิบัติอย่างเงียบ ๆ ซึ่งทำให้หน่วยดังกล่าวกลายเป็นเครื่องมือที่นักการเมืองและรัฐบาลมักจะใช้เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ระหว่างประเทศอันเนื่องมาจากความขัดแย้งและภัยพิบัติ การหันไปใช้วิธีการรักษาความมั่นคงนอกแบบและในรูปแบบใหม่แทนการใช้กองกำลังอำนาจแข็งแบบดั้งเดิมเป็นผลมาจากการรับรู้และความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นในเรื่องที่ว่า ปัจจัยทวีกำลังรบจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อใช้วิธีการเข้าถึงผู้คนโดยอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ นอกจากนี้ยังตระหนักว่า อำนาจอ่อนจะเกิดขึ้นได้ต้องมีการปฏิสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เป็นประโยชน์ เนื่องจากภูมิภาคนี้ต้องปรับตัวให้เข้ากับการมีส่วนร่วมที่มากขึ้นของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ดังนั้น ผู้ปฏิบัติงานของหน่วยปฏิบัติการพิเศษก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับการทำงานร่วมกันกับหุ้นส่วนใหม่ ๆ และการทำงานในพื้นที่ที่อยู่ในความสนใจใหม่ ๆ

อนาคตที่สดใส

หน่วยปฏิบัติการพิเศษต้องทำการฝึกต่อไปเพื่อบรรลุความท้าทายทางยุทธศาสตร์ในอนาคต ในแปซิฟิกนั้น หน่วยปฏิบัติการพิเศษควรพิจารณาในเรื่องการจัดส่งหน่วยไปประจำการในพื้นที่ส่วนหน้าที่จะมีการปฏิสัมพันธ์กับเจ้าบ้านโดยไม่มีกำหนดเวลา ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารหลายรายตั้งข้อสังเกตว่า องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติไม่เพียงแต่จะเป็นภัยคุกคามต่อประเทศต่าง ๆ ในแปซิฟิกเท่านั้น แต่ยังเป็นผลมาจากรัฐบาลประชาธิปไตยเกิดใหม่ที่มีความอ่อนแอและขาดแคลนทรัพยากรที่ต้องการความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังเป็นสัญญาณแจ้งเตือนถึงการกระทำผิดในอนาคตที่รวมถึงความมุ่งร้ายและภัยคุกคามต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นต่อภูมิภาค การเตรียมความพร้อมในการทำกิจกรรมหลัก ๆ ของหน่วยปฏิบัติการพิเศษควบคู่ไปกับการป้องกันภายในให้กับมิตรประเทศ การให้ความช่วยเหลือแก่กองกำลังรักษาความมั่นคง การต่อต้านการก่อความไม่สงบ การต่อต้านการก่อการร้าย และการสงครามนอกแบบยังคงเป็นยังคงเป็นภารกิจที่สำคัญ

ขณะนี้ หน่วยบัญชาการการปฏิบัติการพิเศษสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก กำลังเผชิญกับความท้าทายในเรื่องการนำผลการประชุมเชิงปฏิบัติการของคณะทำงานด้านความมั่นคงในภูมิภาคแปซิฟิกไปดำเนินการให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี มิฉะนั้นความพยายามก็จะสูญเปล่า บรรดาผู้เข้าร่วมการประชุมและผู้สนับสนุนกำลังเฝ้าดูว่าหน่วยบัญชาการการปฏิบัติการพิเศษสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกจะดำเนินการตามแนวทางที่มุ่งเน้นวิธีการเชิงยุทธศาสตร์ การดำเนินงานหรือการปฏิบัติเหล่านี้อย่างไร และแนวทางดังกล่าวจะถูกบูรณาการให้กลายเป็นความพยายามที่เป็นเอกภาพหรือไม่ ที่จะประกอบไปด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แนวปฏิบัติที่ดีที่สุด และอาศัยคำแนะนำที่มีหลักฐานรองรับเพื่อก้าวไปข้างหน้า

การใช้หน่วยปฏิบัติการพิเศษในงานรูปแบบใหม่ ๆ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เช่น บทบาทที่ต้องมีความยืดหยุ่น การปรับตัวและการปกป้องทรัพยากรเพื่อตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป แต่การเข้าไปมีส่วนร่วมของหน่วยนี้ต้องใช้ความคิดที่รอบคอบ “บุคลากรเหล่านี้ทำได้ทั้งการสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารและการบังคับใช้กฎหมายรวมถึงการฝึก และยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมที่ไม่ใช้ความรุนแรง เช่น งานกิจการพลเรือนเพื่อสร้างความร่วมมือ การให้ความช่วยเหลือทางด้านการแพทย์และสัตวแพทย์ และการกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับกองทัพเจ้าบ้าน” ดังที่ พ.อ. วิลเลียม เมนเดล นายทหารเกษียณอายุราชการจากกองทัพบกสหรัฐฯ และนักวิชาการอาวุโสแห่งมหาวิทยาลัยการปฏิบัติการพิเศษร่วม ระบุไว้ในหนังสือชื่อ “บทบาทของหน่วยปฏิบัติการพิเศษในการต่อต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” ที่ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ของมหาวิทยาลัยใน พ.ศ. 2559

ความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมที่เป็นอำนาจแข็งและอำนาจอ่อนยังคงเป็นสิ่งสำคัญ และควรมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมเพื่อให้ความเอาใจใส่เป็นพิเศษต่อการพัฒนาของภาคการรักษาความมั่นคงและการประสานงานในระดับภูมิภาคในด้านการตอบโต้องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและภัยพิบัติต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อย่างหมู่เกาะแปซิฟิก ซึ่งมีภัยคุกคามที่หลากหลายในวงกว้างและต้องใช้ขีดความสามารถในการตอบสนองต่าง ๆ กัน

การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในการตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ของหน่วยปฏิบัติการพิเศษเท่านั้น คนส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่าความพยายามในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติได้ดำเนินมาถึงจุดเปลี่ยน กองทัพต่าง ๆ ได้ตระหนักถึงคุณค่าของการตอบสนองต่อวิกฤตการณ์และได้แนวคิดว่าภารกิจนี้จะต้องเป็นหน้าที่หลักในขณะนี้ หากดำเนินการไปในทางที่ไม่ถูกต้องหรือเกิดความผิดพลาด วิกฤตการณ์เหล่านี้อาจบั่นทอนเสถียรภาพของประเทศในชั่วข้ามคืน แม้องค์กรที่ให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ จะมองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่าพอใจและขัดต่อหลักการของตน แต่ก็มีการเรียกร้องอย่างจริงจังให้มีการปฏิรูป และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายล้วนกำลังตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนแปลงและกำลังเริ่มทำงานร่วมกันให้ดีขึ้น (อาทิ คณะทำงานทางนโยบายด้านมนุษยธรรม พ.ศ. 2559) ความสัมพันธ์ที่พัฒนาไปตามธรรมชาตินี้ทำให้เกิดสถาบันทางทหารต่าง ๆ ที่แข็งแกร่งที่น่าเชื่อถือมากพอจนได้รับการร้องขอให้ช่วยสร้างชุมชนที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น คนเหล่านี้ทำงานร่วมกันกับหุ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายในระดับภูมิภาค ในระหว่างที่กล่าวในที่ประชุมเชิงปฏิบัติการ พล.ท. ทิโมที คีตติง ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพนิวซีแลนด์ ได้ระบุว่าหน่วยงานให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ ที่เพิ่มจำนวนขึ้นกำลังขอให้กองทัพเข้าไปมีส่วนร่วมและให้ความช่วยเหลือมากขึ้น การปฏิสัมพันธ์ระหว่างพลเรือนและทหารที่อยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจนี้เป็นกระบวนการที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แล้ว และเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ที่อาจบ่งบอกถึงการสิ้นสุดของหลักการทางด้านมนุษยธรรมแบบดั้งเดิมเมื่อเราทั้งหมดหันไปสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีคุณค่ามากขึ้นที่มุ่งเน้นความมั่นคงของมนุษย์ ในทำนองเดียวกัน ทางเลือก ต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งก็จะมุ่งเน้นการสร้างรากฐานมากขึ้น แทนที่จะเป็นการสร้างกองกำลัง

การประชุมเชิงปฏิบัติการของคณะทำงานด้านความมั่นคงในภูมิภาคแปซิฟิกนั้น นอกจากจะเป็นโอกาสที่ผู้แทนจากประเทศที่เป็นเกาะในแปซิฟิกได้ปฏิสัมพันธ์กันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและสร้างเครือข่ายแล้ว ยังเป็นช่องทางในการสร้างความร่วมมืออย่างต่อเนื่องผ่านทาง “เครือข่ายเข้าถึงพันธมิตรทั้งหมด” ซึ่งเป็นระบบที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ที่มีไว้สำหรับสมาชิกและหุ้นส่วนทั้งหมดในภาคการรักษาความมั่นคง เครือข่ายนี้เป็นศูนย์กลางสำหรับผู้เข้าร่วมการประชุมที่จะสามารถขยายความสัมพันธ์นอกเหนือขอบเขตการประชุมเชิงปฏิบัติการแม้ในสภาพแวดล้อมที่มีเทคโนโลยีที่จำกัด ความท้าทายด้านความมั่นคงในภูมิภาคแปซิฟิกนั้นขยายตัวอย่างต่อเนื่องและจำเป็นต้องมีการตอบสนองร่วมกัน ซึ่งเกิดจากความพยายามแบบพหุภาคีที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน การประชุมเชิงปฏิบัติการของคณะทำงานด้านความมั่นคงในภูมิภาคแปซิฟิกจะยังคงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ทุกประเทศที่เข้าร่วมตระหนักถึงความรับผิดชอบของตนในกา รเตรียมพร้อม และพัฒนาขีดความสามารถในการตอบโต้ภัยคุกคามต่าง ๆ ในภูมิภาคผ่านบรรดาผู้เข้าร่วมการประชุมทั้งหมด ตราบใดที่ผลการประชุมเชิงปฏิบัติการที่สำคัญเหล่านี้ถูกนำไปดำเนินการจนบรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยบัญชาการการปฏิบัติการพิเศษสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกอย่างเป็นรูปธรรม การเข้าไปมีส่วนร่วมของหน่วยปฏิบัติการพิเศษทั่วทั้งแปซิฟิกก็น่าจะเป็นอนาคตที่สดใส o

หุ้น