• Home »
  • ติดอันดับ »
  • แผนการของจีนในการใช้ข้อมูลผิด ๆ เพื่อโจมตีกลุ่มผู้ประท้วงชาวฮ่องกงทางออนไลน์ถูกเปิดเผย
แผนการของจีนในการใช้ข้อมูลผิด ๆ เพื่อโจมตีกลุ่มผู้ประท้วงชาวฮ่องกงทางออนไลน์ถูกเปิดเผย

แผนการของจีนในการใช้ข้อมูลผิด ๆ เพื่อโจมตีกลุ่มผู้ประท้วงชาวฮ่องกงทางออนไลน์ถูกเปิดเผย

เมื่อกลางเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 ทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กปิดบัญชีนับพันซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในปฏิบัติการของสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อชักใยบทสนทนาออนไลน์ต่อต้านผู้ประท้วงฮ่องกงและปราบปรามการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ตามแถลงการณ์ของบริษัททั้งสองแห่ง

ทวิตเตอร์ปิดบัญชี 936 บัญชีที่ใช้งานอยู่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของจีนในการประสานงานกันตามแผนการเผยแพร่ข้อมูลผิด ๆ ผ่านบัญชีปลอมบนแพลตฟอร์มของทวิตเตอร์ นอกจากนี้ ทวิตเตอร์ยังปิดอีก 200,000 บัญชีที่ระบุว่าสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานผ่าน “เครือข่ายสแปม” ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊กได้ปิดบัญชีผู้ใช้ 5 บัญชี 7 เพจ และ 3 กลุ่มบนแพลตฟอร์มของตน ซึ่งเชื่อว่าเป็นบัญชีปลอมและเชื่อมโยงกับปฏิบัติการต่อต้านการประท้วง ตามแถลงการณ์ของทั้งสองบริษัท

“โดยรวมแล้ว บัญชีเหล่านี้พยายามหว่านความขัดแย้งทางการเมืองในฮ่องกงอย่างจงใจและเจาะจง รวมถึงบ่อนทำลายความชอบธรรมและจุดยืนทางการเมืองของขบวนการประท้วงที่กำลังดำเนินอยู่ จากการสอบสวนอย่างเข้มข้นของเรา เรามีหลักฐานที่เชื่อถือได้สนับสนุนว่านี่เป็นปฏิบัติการที่ได้รับการหนุนจากภาครัฐ” ทวิตเตอร์ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562 “โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราพบกลุ่มบัญชีจำนวนมากที่มีพฤติกรรมสอดคล้องกันในการขยายข้อความที่เกี่ยวข้องกับการประท้วงของฮ่องกง”

หนังสือพิมพ์ เดอะวอชิงตันโพสต์ ระบุว่าโพสต์ปลอมซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยบัญชีที่แฝงตัวเป็นพลเมืองปกติของสหรัฐฯ ส่งเสริมโครงการโฆษณาชวนเชื่อของจีนและตีตราผู้ประท้วงว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย” และ “แมลงสาบ”

นายแดเนียล ซินแคลร์ นักวิจัยอิสระด้านสื่อสังคมออนไลน์ในนิวยอร์กกล่าวว่า แผนการชักจูงทางออนไลน์ของจีนมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในประเทศตะวันตก เนื่องจากความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของจีนในสายตาของนานาประเทศ ตามรายงานของ เดอะวอชิงตันโพสต์ ความกังวลดังกล่าวยกระดับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางพฤติกรรมบีบบังคับของจีน เช่น รายงานเกี่ยวกับการใช้กำลังเกินกว่าเหตุในฮ่องกง

(ภาพ: ระหว่างวันที่ 13 สิงหาคมพ.ศ. 2562 ที่โรงพยาบาลควีนเอลิซาเบธในฮ่องกง เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ถือป้ายประณามความโหดร้ายของตำรวจในระหว่างการประท้วงต่อต้านรัฐบาลล่าสุด)

“ลัทธิชาตินิยมของจีนที่แพร่กระจายไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ของอเมริกาและตะวันตก ส่วนใหญ่ไม่ใช่ข้อมูลผิดพลาดจริง ๆ ตามที่เราเข้าใจ แต่ส่วนมากเป็นการโฆษณาชวนเชื่อและข่าวปลอมที่รัฐจริง ๆ อยู่เบื้องหลัง” นายซินแคลร์กล่าว “ผมไม่คิดว่าเราเคยเห็นเครื่องมือสื่อของจีนทำงานในระดับนี้มาก่อน… ด้วยสื่อสังคมออนไลน์ จีนจึงมีวิธีชักจูงรูปแบบใหม่และหุ่นเชิดใหม่ ๆ ในสื่อตะวันตกที่พวกเขาไม่เคยมีมาก่อน”

นอกเหนือจากปฏิบัติการบัญชีปลอมแล้ว จีนยังได้ซื้อการโปรโมตทวีตเพื่อพยายามสร้างภาพผู้ประท้วงว่าใช้ความรุนแรง ตามรายงานของ เทคครันช์ สำนักพิมพ์ออนไลน์ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ

รอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่จีนไม่ยอมรับข้อกล่าวหาจากทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก รวมทั้งอ้างว่าจีนมีสิทธิ์ที่จะส่งข้อความบนแพลตฟอร์มเหล่านี้ซึ่งให้บริการอยู่ในฮ่องกง แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เช่น เหรินเหรินและเว่ยป๋อ ซึ่งถูกควบคุมโดยรัฐอย่างแน่นหนา เปิดให้บริการอย่างกว้างขวางในประเทศจีน

ขณะที่จีนปิดกั้นทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กเช่นเดียวกับแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์อื่น ๆ ของสหรัฐฯ ในประเทศจีน จีนก็ต้องการควบคุมข้อความบนแพลตฟอร์มเหล่านี้ที่เป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีนนอกประเทศ จีนเป็นเจ้าของสำนักสื่อ 4 อันดับแรกของโลกที่มีการติดตามมากที่สุดในเฟซบุ๊ก ตามการวิเคราะห์ของนิตยสาร เดอะอีโคโนมิสต์ เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2562 สำนักข่าวซีจีทีเอ็น ไชน่าเดลี่ พีเพิลเดลี่ และซินหัว ซึ่งเป็นสำนักข่าวทั้งหมดที่รัฐบาลจีนดำเนินการ ถือเป็นเว็บไซต์ข่าวชั้นนำระดับโลกในเฟซบุ๊กจากการจัดอันดับโดยจำนวนผู้ติดตาม จีนถูกจับได้ว่ามีส่วนร่วมในกิจกรรมอื่น ๆ ในการชักใยเนื้อหาบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ทั่วโลก ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 เฟซบุ๊กฟ้องบริษัทจีนสี่แห่งในข้อหาขายบัญชีเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ยอดไลค์และผู้ติดตามปลอม ตามรายงานการยื่นฟ้องต่อศาล

บริษัทดังกล่าวเสนอบริการที่หลากหลาย รวมถึงบัญชีปลอมสำหรับเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น ทวิตเตอร์ สแนปแชท ยูทูบ ลิงกต์อิน และกูเกิลวอยส์ ตามที่ระบุในคำร้อง นอกจากนี้ยังทำการโฆษณาบริการ “ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มยอดไลค์ ความคิดเห็น เพื่อน และกิจกรรมอื่น ๆ” เทคครันช์รายงาน บริษัทดังกล่าวยังใช้เครื่องมือทางการตลาดที่เป็นเท็จอีกด้วย ตามรายงานของ เดอะเวิร์จ เว็บไซต์ข่าวเทคโนโลยี

“รัฐบาลจีนสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดเพื่อสนับสนุนความพยายามในการควบคุมข้อมูล ผ่านการผสมผสานระหว่างการเซ็นเซอร์และข้อมูลผิด ๆ” นายมาร์ค อาร์. วอร์เนอร์ วุฒิสภาสหรัฐฯ แห่งพรรคเดโมแครต รัฐเวอร์จิเนียระบุในแถลงการณ์ “และกำลังส่งออกทั้งการควบคุมข้อมูลด้านเทคโนโลยีและแนวคิดไปยังระบอบเผด็จการทั่วโลก”

บริษัทต่าง ๆ ของสหรัฐฯ เพิ่มความมุ่งมั่นในการตรวจจับและทำลายการชักใยทางออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ หลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน พ.ศ. 2559 ภายใต้แรงกดดันจากพลเมืองสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่รัฐ

เฟซบุ๊กและอินสตาแกรมได้ปิดการใช้งานบัญชีปลอม 2.1 พันล้านบัญชีระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน พ.ศ. 2561 ตามคำร้องของเฟซบุ๊ก แต่นั่นอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น “เราหวังว่าการยื่นฟ้องจะตอกย้ำว่ากิจกรรมหลอกลวงประเภทนี้จะไม่ได้รับการยอมรับ และเราจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องบูรณภาพของแพลตฟอร์มของเรา” เฟซบุ๊กระบุในแถลงการณ์เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562

ทวิตเตอร์ระบุในแถลงการณ์เดือนสิงหาคมในทำนองเดียวกันว่า “ไม่มีพื้นที่สำหรับพฤติกรรมซ่อนเร้นและชักใยในบริการของเรา… เรามุ่งมั่นที่จะทำความเข้าใจและต่อสู้กับวิธีการที่ผู้มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ใช้บริการของเรา”

หุ้น