• Home »
  • ติดอันดับ »
  • โจรกรรมไซเบอร์ที่ล้มเหลวในมาเลเซียเผยให้เห็นถึงความท้าทายด้านความมั่นคงที่มีอย่างต่อเนื่อง
โจรกรรมไซเบอร์ที่ล้มเหลวในมาเลเซียเผยให้เห็นถึงความท้าทายด้านความมั่นคงที่มีอย่างต่อเนื่อง

โจรกรรมไซเบอร์ที่ล้มเหลวในมาเลเซียเผยให้เห็นถึงความท้าทายด้านความมั่นคงที่มีอย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

โจรกรรมไซเบอร์ที่ล้มเหลวที่ธนาคารกลางของมาเลเซียเผยให้เห็นถึงอันตรายในการโอนเงินผ่านเครือข่ายส่งข้อความหนึ่งที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง ผู้เชี่ยวชาญกล่าว

ธนาคารเนการามาเลเซียไม่ได้สูญเสียเงินในเหตุการณ์พยายามโจรกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงคำขอโอนเงินผ่านเครือข่ายส่งข้อความธนาคารระบบสวิฟต์ รอยเตอร์รายงาน การแฮกในลักษณะที่คล้ายกันเมื่อ พ.ศ. 2559 ทำให้ธนาคารบังกลาเทศสูญเสียเงินจำนวน 81 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2.5 พันล้านบาท)

อาชญากรไซเบอร์แสวงหาประโยชน์จากระบบสวิฟต์ หรือชื่อเต็มคือ สมาคมโทรคมนาคมทางการเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ธนาคารซิตียูเนียนของอินเดียรายงานว่า มีบุคคลหนึ่งโอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นจำนวนเกือบสองล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 63 ล้านบาท) โดยการเจาะเข้าระบบสวิฟต์ ตามรายงานของ กัลฟ์นิวส์ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ธนาคารซิตียูเนียนกล่าวว่า ทางธนาคารได้พบธุรกรรมทางการเงินฉ้อฉลจำนวนสามรายการที่มีการโอนเงินไปยังบัญชีในจีน ดูไบและตุรกี นายเอ็น. คามาโคดี ประธานบริหารธนาคารซิตียูเนียนกล่าวถึงการโจรกรรมครั้งนี้ว่าเป็นการสมคบคิดระหว่างประเทศ

“นี่เป็นการโจมตีทางไซเบอร์โดยอาชญากรไซเบอร์นานาชาติ” นายคามาโคดิกล่าว

เมื่อปลาย พ.ศ. 2560 อาชาญากรไซเบอร์ได้โจมตีธนาคารของรัสเซีย กลุ่มแฮกเกอร์ได้โจรกรรมเงินไป 6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 188 ล้านบาท) โดยการเจาะเข้าระบบส่งข้อความสวิฟต์ ธนาคารกลางรัสเซียรายงาน โฆษกธนาคารกลางกล่าวว่า กลุ่มแฮกเกอร์ได้เข้าควบคุมคอมพิวเตอร์ของธนาคารรัสเซียและใช้ระบบสวิฟต์เพื่อโอนเงินไปยังบัญชีของตน รอยเตอร์รายงาน

ในมาเลเซีย ธนาคารเนการาไม่ได้ระบุว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลังการแฮกหรือกลุ่มแฮกเกอร์เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ของธนาคารได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม การเกิดเหตุโจมตีธนาคารกลางอีกครั้งนี้ย่อมกระตุ้นให้สถาบันรอบโลกต้องทบทวนมาตรการป้องกันด้านไซเบอร์ ผู้เชี่ยวชาญกล่าว “คุณสกัดการโจมตี แต่คุณไม่ได้จับแฮกเกอร์” นายทอม เคลเลอร์มัน อดีตสมาชิกคณะทำงานด้านความมั่นคงของธนาคารโลกกล่าว รอยเตอร์รายงาน “ศัตรูยังลอยนวลและพยายามแสวงหาผลประโยชน์จากระบบ”

เจ้าหน้าที่ธนาคารบังกลาเทศกล่าวว่า เหตุการณ์ในมาเลเซียแสดงให้เห็นว่าอาชญากรไซเบอร์มีความชำนาญมากขึ้น

“หลังจากที่ธนาคารกลางของเราถูกโจมตี สวิฟต์ได้ดำเนินการมาตรการหลายอย่างเพื่อปกป้องระบบทั่วโลก แต่เหตุการณ์เช่นนี้ยังคงเกิดขึ้น นั่นหมายความว่าอาชญากรมีความสามารถเพิ่มขึ้นและมีอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น” นายอาบู เฮนา โมฮัมหมัด ราซี ฮัสซาน รองผู้ว่าการธนาคารบังกลาเทศกล่าวต่อรอยเตอร์ “นี่คือเวลาที่เราต้องปรับปรุงระบบโอนเงินทั่วโลกเพิ่มขึ้น”

สวิฟต์เคยกล่าวไว้ในอดีตว่า ระบบส่วนกลางของสวิฟต์ไม่เคยถูกแฮก แต่เครื่องปลายทางในธนาคารที่ใช้เข้าระบบเครือข่ายถูกเจาะ สวิฟต์ปฏิเสธที่จะออกความเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งรวมถึงเหตุโจมตีธนาคารฟาร์อีสเทิร์นอินเตอร์เนชันแนลในไต้หวันและธนาคารเอ็นไอซีเอเชียในเนปาล

ในไต้หวัน หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินได้ปรับธนาคารฟาร์อีสเทิร์นอินเตอร์เนชันแนลเนื่องจากความบกพร่องด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2560 มีกลุ่มแฮกเกอร์พยายามโจรกรรมเงินประมาณ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.9 พันล้านบาท) เงินถูกโจรกรรมไปในขั้นแรก แต่ธนาคารสามารถนำเงินกลับคืนมาทั้งหมดเว้นแต่ประมาณ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 15.6 ล้านบาท) ภายในปลาย พ.ศ. 2560 รอยเตอร์รายงาน

ในเนปาล ธนาคารเอ็นไอซีเอเชียรายงานว่า เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2560 อาชญากรไซเบอร์ได้เจาะเข้าเซิร์ฟเวอร์สวิฟต์ของธนาคารและทำธุรกรรมโอนเงินอย่างผิดกฎหมายเป็นจำนวนประมาณ 4.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 137.6 ล้านบาท) ตามรายงานของ malaysiandigest.com ธนาคารเอ็นไอซีเอเชียซึ่งตั้งอยู่ในกรุงกาฐมาณฑุซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศสามารถนำเงินส่วนใหญ่กลับคืนมาได้ โจรกรรมครั้งนี้เป็นโจรกรรมไซเบอร์ที่ได้รับการรายงานเป็นครั้งแรกในเนปาล

หุ้น