ไกลออกไป จากชายฝั่ง

ไกลออกไป จากชายฝั่ง

หน่วยยามฝั่งทั่วทั้งอินโดเอเชียแปซิฟิกเพิ่มระดับความร่วมมือ และตระหนักว่าความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของหน่วยยามฝั่งหมายถึงบทบาทของประเทศที่เพิ่มขึ้นในการรักษาความมั่นคงในภูมิภาค

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

ในวันนี้ ภารกิจในการรักษาความสงบเรียบร้อยในเส้นทางสัญจรทางน้ำ จำเป็นต้องใช้ความร่วมมือมากยิ่งขึ้น เวลาสำหรับการที่หน่วยงานทางทะเลหน่วยใดหน่วยหนึ่งมีทรัพยากรและบุคลากรที่ต้องมีเพื่อการปฏิบัติงานโดยลำพังนั้นได้หมดไปแล้ว

กองเรือต่าง ๆ ทั่วโลกกำลังลดขนาดกองกำลังขณะที่ความท้าทายทางทะเลยังคงขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ

หน่วยงานทางทะเลในภูมิภาคอินโดเอเชียแปซิฟิก ซึ่ง 8 ใน 10 ประเทศของภูมิภาคนี้มีชายฝั่งยาวที่สุดในโลก (แคนาดา อินโดนีเซีย รัสเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย

สหรัฐอเมริกาและนิวซีแลนด์) ได้ตระหนักว่าการเผชิญกับความท้าทายทางทะเลในวันนี้ต้องใช้ความพยายามร่วมกัน นอกจากนี้ กฎหมายระหว่างประเทศยังกำหนดให้ประเทศต่าง ๆ มีข้อผูกพันบางอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ด้านความมั่นคงเกิดขึ้นในทะเล บนเรือและที่ท่าเรือ

ด้วยเหตุนี้ หน่วยยามฝั่งทั่วภูมิภาคจึงพบว่าตนกำลังมีบทบาทที่สำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ

เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษของหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์เข้าร่วมการฝึกกับหน่วยยามฝั่งญี่ปุ่นในด้านการบังคับใช้กฎหมายทางทะเลร่วมกัน รอยเตอร์

“หน่วยยามฝั่งได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นสถาบันแห่งชาติที่มีความสำคัญในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ที่มีศักยภาพในการให้การสนับสนุนที่สำคัญเพื่อรักษาความมั่นคงและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในภูมิภาค” ตามที่ระบุไว้ในบทวิเคราะห์เรื่อง “หน่วยยามฝั่ง: กองกำลังใหม่เพื่อการรักษาความมั่นคงและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในภูมิภาค” ที่เผยแพร่โดยศูนย์ตะวันออกและตะวันตก ซึ่งเป็นองค์กรการศึกษาและวิจัยที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐสภาสหรัฐฯ “การพัฒนานี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลในเรื่องความมั่นคงด้านความร่วมมือและความครอบคลุม และจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือทางทะเลในภูมิภาคและการสร้างความเชื่อมั่น มันคือปัจจัยเชิงบวกสำหรับความมั่นคงและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในภูมิภาค และอาจก่อให้เกิดการปฏิวัติแนวความคิดเชิงยุทธศาสตร์ทางทะเล”

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การขยายบทบาทของหน่วยยามฝั่งสามารถทำให้ประเทศหนึ่ง ๆ เกิดความมั่นคงมากยิ่งขึ้น เรือของหน่วยยามฝั่งมักจะมีความน่ากลัวน้อยกว่าเรือของกองทัพเรือที่ส่วนใหญ่จะมีขนาดใหญ่กว่าและมีขีดความสามารถในการทำสงคราม ความใหญ่โตของเรือจากกองทัพเรือจะจำกัดการเข้าถึงช่องทางสัญจรบางแห่งในทะเล ขณะที่เรือตรวจการณ์นอกชายฝั่งที่มีขนาดเล็กกว่าของหน่วยยามฝั่งจะมีโอกาสมากกว่าในการเคลื่อนที่ผ่านช่องแคบต่าง ๆ ในอินโดนีเซีย เจ้าหน้าที่พยายามใช้ข้อได้เปรียบในเรื่องขนาดของเรือ บุคลากรของหน่วยยามฝั่งอินโดนีเซียขณะนี้ใช้เรือลำเล็กยิ่งกว่าเดิมในการออกปฏิบัติหน้าที่เพื่อจะสามารถไล่ล่าอาชญากรทางทะเลที่มักจะเดินทางด้วยเรือที่มีความเร็วสูง ผู้บัญชาการกองทัพเรืออินโดนีเซียนายหนึ่งกล่าวกับ ฟอรัม อินโดนีเซียยังให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการทางทะเลของตนในการจมเรือของชาวประมงผิดกฎหมายด้วยการระเบิดทำลายเรือหลังการจับกุม

ประเทศอื่น ๆ ก็ใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อสร้างความก้าวหน้าให้กับการปฏิบัติการของกองทัพเรือและหน่วยยามฝั่งเช่นเดียวกัน แต่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ขีดความสามารถในการทำงานร่วมกันในหมู่นานาชาติและระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ยังคงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ

“ความสำคัญในเรื่องความร่วมมือทางทะเลในภูมิภาคเป็นผลมาจากความซับซ้อนของสภาพแวดล้อมทางทะเลในภูมิภาค เขตอำนาจทางทะเลที่ทับซ้อนกัน และความเสี่ยงที่จะเกิดความตึงเครียดและข้อพิพาททางทะเล” ตามที่ระบุไว้ในบทวิเคราะห์ที่เผยแพร่โดยศูนย์ตะวันออกและตะวันตก “เช่นเดียวกับความจำเป็นในเรื่องการบริหารจัดการทะเลในภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ ความร่วมมือทางทะเลคือมาตรการสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคงทางทะเล และเป็นโครงสร้างอันเป็นที่ยอมรับสำหรับการเพิ่มเสถียรภาพในภูมิภาค

อาชญากรรมทางทะเลต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการปล้นสะดมทางน้ำ การลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย และการประมงผิดกฎหมายที่ไม่มีการรายงานและไร้การควบคุม ยังคงเป็นความกังวลขั้นรุนแรงสำหรับทุกประเทศที่มีส่วนได้สวนเสียในเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัย ญี่ปุ่นเห็นสมควรที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยด้วยการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)

ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2559 นายชินโซ อะเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ประกาศเจตนารมณ์ของประเทศในการฝึกเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงทางทะเลจากอาเซียนจำนวน 1,000 นาย โครงการที่มีระยะเวลาสามปีนี้จะประกอบไปด้วยสมาชิกส่วนใหญ่จากหน่วยยามฝั่ง ตลอดจนบุคลากรอื่น ๆ ที่เฝ้าตรวจตราการสัญจรทางทะเล ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ เดอะสเตรตส์ ไทมส์

“เรากำลังตอบสนองการร้องขอความช่วยเหลือของประเทศ

ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มพูนขีดความสามารถในการรับมือกับการบริหารจัดการมหาสมุทรของประเทศเหล่านี้” นายยาซูฮิสะ คาวามูระ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นกล่าวกับ เดอะสเตรตส์ ไทมส์ และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าการฝึกปฏิบัติการกู้ภัยในทะเลจะเป็นหัวข้อหนึ่งในโครงการฝึกดังกล่าว

เจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่งเวียดนามลาดตระเวนในทะเลจีนใต้ เอเอฟพี/เก็ตตี้อิมเมจ

หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2559 ญี่ปุ่นได้มอบเรือหน่วยยามฝั่ง 10 ลำแรกให้กับฟิลิปปินส์ เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถทางทะเลและการบังคับใช้กฎหมายของฟิลิปปินส์

นอกจากนี้ นายนเรนทระ โมที นายกรัฐมนตรีอินเดียยังได้ประกาศแผนการของประเทศที่จะขยายความสัมพันธ์ทางทหารในอาเซียน ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2559 นายโมทีได้มอบวงเงินสินเชื่อ 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.75 หมื่นล้านบาท) ให้กับเวียดนาม อินเดียจะส่งมอบเรือความเร็วสูงให้กับหน่วยยามฝั่งเวียดนามเพื่อใช้ในการลาดตระเวนพื้นที่นอกชายฝั่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาข้อตกลงเพื่อความร่วมมือทางกลาโหมสิบกว่าข้อที่จะเกิดขึ้น

“การตัดสินใจของเราที่จะพัฒนาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อให้เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมคือการตอบสนองเจตนารมณ์และแนวทางแห่งความร่วมมือในอนาคตของเรา” นายโมทีกล่าว ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ เดอะอินเดียน เอกซ์เพรส “มันจะทำให้เรามีทิศทางใหม่ มีแรงผลักดันที่ต่อเนื่องและองค์ประกอบที่สำคัญสำหรับความร่วมมือแบบทวิภาคีของเรา”

ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2559 ชาติต่าง ๆ ได้เห็นความร่วมมือระหว่างหน่วยยามฝั่งของสองชาติมหาอำนาจในอินโดเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุด นั่นก็คือ จีนและสหรัฐอเมริกา ทั้งสองประเทศได้จัดตั้งการปฏิบัติการร่วมในแปซิฟิกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลาดตระเวนที่ปฏิบัติอยู่เป็นประจำ “เพื่อตรวจจับและยับยั้งกิจกรรมการประมงผิดกฎหมายที่ไม่มีการรายงานและไร้การควบคุม ซึ่งรวมถึงการจับปลาผิวน้ำในปริมาณมากด้วยอวนลอยในทะเลหลวง” ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ เดอะเจแปน ไทมส์ ทางการสหรัฐฯระบุว่า ทั้งสองประเทศดำเนินการปฏิบัติการดังกล่าวร่วมกับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รัสเซียและแคนาดา และทำเช่นนี้มานานกว่า 15 ปีแล้ว

“ความสำคัญของกองกำลังแบบหน่วยยามฝั่งนั้นเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเรื่องการจัดการกับภัยคุกคามข้ามชาติและอาชญากรรมในทะเล ตลอดจนการปฏิสัมพันธ์ทางทะเลอย่างสม่ำเสมอในยามสงบกับกองกำลังทางทะเลจากประเทศอื่น ๆ” ตามที่ระบุไว้ในบทวิเคราะห์ในปี พ.ศ. 2558 เรื่อง “การเสริมสร้างการบังคับใช้กฎหมายทางทะเลในแปซิฟิก”
บทวิเคราะห์ดังกล่าวมีข้อเสนอแนะว่า หน่วยยามฝั่งจะต้องพัฒนาการสื่อสารและความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในระดับทวิภาคีและพหุภาคีเนื่องจาก “ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของการมีเส้นทางเดินเรือในทะเลที่ปลอดภัยและมั่นคงเพื่อเป็นเส้นทางขนส่งสำหรับเศรษฐกิจโลก”

หุ้น