ไทย ส่งกำลังพลเพื่อดำเนินปฏิบัติการสันติภาพ

ไทย ส่งกำลังพลเพื่อดำเนินปฏิบัติการสันติภาพ

ถามและตอบ กับเจ้าหน้าที่กองทัพไทย พล.ร.ต. ณัฐพงศ์ เกตุสมบูรณ์

เจ้าหน้าที่ ฟอรัม

ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ กองทัพไทย ได้พูดคุยกับ ฟอรัม เกี่ยวกับความมุ่งมั่นของไทยในการรักษาสันติภาพระดับนานาชาติ ภายหลังการฝึกทางทหารระดับนานาประเทศ คอบร้าโกลด์ 2018 ซึ่งไทยและสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพร่วมกัน

ประเทศไทยส่งทหารเข้าร่วมในความพยายามรักษาสันติภาพขององค์การสหประชาชาติในสถานที่ต่าง ๆ เช่น ดาร์ฟูร์ เฮติ และติมอร์เลสเต กรุณาอธิบายบทบาทหน้าที่ของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพในการเตรียมความพร้อมให้กับทหารเพื่อเข้าร่วม

ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพก่อตั้งขึ้นเป็นพิเศษ โดยเป็นองค์กรเพียงแห่งเดียวภายในกองทัพไทยที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในการติดตามปฏิบัติการด้านสันติภาพในลักษณะองค์รวมอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีบทบาทครอบคลุมระดับการทำงานต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่การเป็นตัวแทนของกองทัพในกระบวนการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีสำหรับการมีส่วนร่วมของประเทศไทยในกองกำลังรักษาสันติภาพในระดับระหว่างกระทรวง ไปจนถึงการกำหนดยุทธศาสตร์และนโยบายการรักษาสันติภาพในระดับกระทรวงกลาโหม โดยศูนย์จะจัดเตรียมแผนสร้างความสามารถในการรักษาสันติภาพ ประสานงาน และจัดการการส่งกำลังพลของไทยเข้าร่วมกองกำลังทหารเพื่อการรักษาสันติภาพ รวมทั้งพัฒนาและดำเนินการตามหลักสูตรการฝึกอบรมก่อนการส่งกำลังพล

เมื่อเตรียมความพร้อมให้กับทหารที่จะส่งกำลังเข้าร่วม ทางศูนย์จะตรวจสอบให้มั่นใจว่า ทหารที่ส่งกำลังเข้าร่วมปฏิบัติการเพื่อการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติได้รับเลือก เพิ่มกำลัง ได้รับอาวุธ และการฝึกอบรมตามมาตรฐานของสหประชาชาติ

สำหรับการส่งกำลังพลเป็นรายบุคคล ทางศูนย์มีบทบาทหน้าที่จัดเตรียมระบบการเตรียมความพร้อมที่ชื่อว่า “บัญชีรายชื่อพร้อมเรียกปฏิบัติงาน” โดยกระบวนการดังกล่าวได้รับการออกแบบมาให้จัดการคัดเลือกและเตรียมความพร้อมแก่เจ้าหน้าที่กองทัพไทย เพื่อกลายเป็นเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพที่เชี่ยวชาญ และเข้าร่วมปฏิบัติการเพื่อการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติตามสาขาที่ตนมีความเชี่ยวชาญ

สำหรับการส่งกำลังพลแบบรวมหรือแบบหน่วยทหาร ทางศูนย์จะปฏิบัติตามระบบความพร้อมด้านความสามารถเพื่อการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ตามความมุ่งมั่นของประเทศไทยที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำหนดขึ้นในการประชุมเพื่อการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ พ.ศ. 2558 ขณะนี้มีทหารจากกองทัพไทยสามหน่วย ได้แก่ กองร้อยทหารช่างก่อสร้าง หน่วยโรงพยาบาลระดับสอง และหน่วยการขุดเจาะบ่อบาดาล ได้ลงทะเบียนในระบบความพร้อมด้านความสามารถเพื่อการรักษาสันติภาพระดับสอง โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรลุการส่งกำลังพลเข้าร่วมภารกิจของสหประชาชาติ

ร.ท.นพ. วิทยา จิระอนันต์กุล แห่งกองทัพไทย ตรวจเด็กที่ป่วยในดาร์ฟูตะวันตกระหว่างภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ เอเอฟพี/เก็ตตี้อิมเมจ

ศูนย์แห่งนี้มีบทบาทสำคัญในสองระยะ ภายใต้ระบบความพร้อมด้านความสามารถเพื่อการรักษาสันติภาพ ในระยะก่อนการอนุญาตซึ่งเป็นระยะที่การส่งกำลังพลหน่วยทหารยังไม่ได้รับการยืนยัน ศูนย์นี้จะตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการลงทะเบียนหน่วยต่าง ๆ ในระบบความพร้อมด้านความสามารถเพื่อการรักษาสันติภาพ และคงไว้ซึ่งความพร้อมในการปฏิบัติการและการส่งกำลังพลเข้าร่วมได้ทันเวลา สำหรับการปฏิบัติการในต่างประเทศ ศูนย์แห่งนี้ได้รับอนุญาตร่วมกับกองบัญชาการทหารเพื่อขอความร่วมมือจากกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ในการจัดหาบุคลากรให้กับการสร้างกองกำลังรักษาสันติภาพ การคงไว้ซึ่งความพร้อมของหน่วยดังกล่าวนี้ประกอบด้วยช่วงก่อนการส่งกำลังพลและการฝึกซ้อมเป็นระยะ ๆ ซึ่งขณะนี้มีอยู่สองหน่วยที่กำลังเตรียมความพร้อม คือหน่วยโรงพยาบาลระดับสองและหน่วยการขุดเจาะบ่อบาดาล

ในระยะการส่งกำลังพลเข้าร่วม ทางศูนย์จะรับผิดชอบร่วมกับองค์การสหประชาชาติและองค์กรอื่น ๆ ในการจัดการต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วยการนำทีมลาดตระเวนไทยไปยังพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ การผลิตและส่งรายชื่อบรรทุกสินค้าและผู้โดยสาร บัญชีชำระสินค้า ตลอดจนการจัดการด้านการขนส่ง การประสานงานด้านยุทธศาสตร์การเคลื่อนย้ายทางอากาศและทางทะเล รวมทั้งการสร้างสายการสนับสนุนด้านการส่งกำลังบำรุงระดับชาติเพื่อการส่งสิ่งของไปยังหน่วยที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่รับผิดชอบ

กรุณาอธิบายความรับผิดชอบของคุณในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพแห่งกองทัพไทย

ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับบัญชาหรือผู้อำนวยการส่วนใหญ่จะกำหนดโดยคำสั่งของหน่วยที่ผู้นั้นบังคับบัญชาอยู่ ในทำนองเดียวกัน การทำความเข้าใจภารกิจหรือคำสั่งของศูนย์ก่อนเป็นสิ่งสำคัญ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพแห่งกองทัพไทยได้รับคำสั่งให้ดำเนินการตามบทบาทหน้าที่พิเศษสี่ข้อ ดังนี้

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพ ทางศูนย์จะเป็นผู้กำหนดยุทธศาสตร์และคำสั่งสำหรับการรักษาสันติภาพ อีกทั้งให้คำแนะนำสำหรับการมีส่วนร่วมอย่างเหมาะสมของกองกำลังรักษาสันติภาพไทยในภารกิจของสหประชาชาติ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพจะวางแผน จัดการ กำหนดทิศทาง และควบคุมกิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการว่าจ้างกองกำลังรักษาสันติภาพในแง่ของการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจ การจัดหาอาวุธแก่หน่วยที่ส่งกำลังพล การตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้รับการฝึกอบรมตามมาตรฐานของสหประชาชาติ การดำเนินการลาดตระเวนก่อนการส่งกำลังพล การดำเนินการตรวจสอบก่อนการส่งกำลังพล และประสานงานด้านการจัดการการยกระดับทางยุทธศาสตร์จากสหประชาชาติ นอกจากนี้ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพยังวางแผนและดำเนินปฏิบัติการสนับสนุนด้านการส่งกำลังบำรุงระดับประเทศ รวมทั้งคงไว้ซึ่งความพร้อมในการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพแบบรายบุคคลและแบบหน่วยทหารที่ลงทะเบียนในระบบความพร้อมด้านความสามารถเพื่อการรักษาสันติภาพ

ในฐานะศูนย์การฝึกอบรมเพื่อการรักษาสันติภาพระดับชาติ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพจะเป็นผู้กำหนดคำสั่งการฝึกอบรมเพื่อการรักษาสันติภาพให้กับกิจกรรมการฝึกอบรมก่อนการส่งกำลังพลของหน่วยต่าง ๆ และเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพรายบุคคล อีกทั้งพัฒนาและส่งมอบหลักสูตรการฝึกอบรมก่อนการส่งกำลังพลด้วย นอกจากนี้ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพยังจัดหลักสูตรการฝึกอบรมสำหรับการส่งกำลังพลเป็นรายบุคคล และจัดการประชุมสัมมนาเพื่อการรักษาสันติภาพ

ในฐานะหน่วยบังคับบัญชาระดับชาติ ศูนย์จะเฝ้าติดตามกองกำลังทหารเพื่อการรักษาสันติภาพของไทยที่ปฏิบัติการในพื้นที่ภารกิจ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่บังคับบัญชาและควบคุมกองกำลังทหารที่ปฏิบัติงานภาคพื้นดิน

เจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพไทยเดินผ่านตลาดในบูรู ดาร์ฟูร์ ที่ซึ่งสหประชาชาติดำเนินการคลินิกรักษาสุขภาพ เอเอฟพี/เก็ตตี้อิมเมจ

ในฐานะศูนย์แห่งความเป็นเลิศ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพมีส่วนร่วมกับชุมชนเพื่อการรักษาสันติภาพระดับภูมิภาคและระดับโลกเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อปฏิบัติที่ดีที่สุด ศูนย์แห่งนี้พัฒนาและเผยแพร่หลักการด้านการรักษาสันติภาพและข้อมูลการฝึกอบรม รวมทั้งยังทำการวิจัยเชิงวิชาการอีกด้วย

ดังนั้น ความรับผิดชอบของผมส่วนใหญ่จึงเป็นการกำกับการปฏิบัติงานของศูนย์ให้เป็นไปตามหน้าที่เหล่านี้ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผมต้องใช้อำนาจทางวินัยและการบังคับบัญชาผ่านรองผู้อำนวยการสองคนในสี่หน่วยย่อย ได้แก่ ฝ่ายแผนและนโยบาย ฝ่ายปฏิบัติการ ฝ่ายการฝึกอบรมและการศึกษา และส่วนการบริหารและฝ่ายสนับสนุน

กรุณาให้ภาพรวมกว้าง ๆ ว่าการฝึกอบรมสำหรับปฏิบัติการเพื่อการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติเกี่ยวข้องกับเรื่องใดบ้าง

ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพแห่งกองทัพไทยตระหนักว่า ก่อนการมีส่วนร่วมในปฏิบัติการเพื่อการรักษาสันติภาพ ทหารและหน่วยต่าง ๆ ต้องผ่านการเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสมสำหรับภารกิจการรักษาสันติภาพยุคใหม่ ดังนั้น การฝึกอบรมก่อนการส่งกำลังพลจึงมีบทบาทสำคัญที่ทำให้มั่นใจว่าทหารตลอดจนหน่วยทหารได้รับความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่เป็นไปตามความท้าทายที่เพิ่มขึ้นของปฏิบัติการเพื่อการรักษาสันติภาพ และเพื่อให้ดำเนินการตามความเชี่ยวชาญของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพแห่งกองทัพไทยซึ่งทำหน้าที่เป็นสถาบันเพื่อการรักษาสันติภาพระดับชาติ มีความรับผิดชอบหลักในการเลือกใช้หลักสูตรการฝึกอบรมก่อนการส่งกำลังพลเพื่อการรักษาสันติภาพระดับชาติ และส่งมอบให้กับทหารที่มุ่งมั่นเข้าร่วมภารกิจเพื่อการรักษาสันติภาพ

การฝึกอบรมด้านการรักษาสันติภาพของกองทัพไทยออกแบบมาให้เข้ากับการส่งกำลังพลและหน่วยทหารบางประเภท โดยหลักสูตรดังกล่าวได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานการฝึกอบรมของสหประชาชาติ พร้อมกับยึดมั่นในหลักการระดับชาติและแนวปฏิบัติทางทหาร (ดูแผนภูมิรายละเอียดการฝึกอบรมในหน้า 41)

ใครรับการฝึกอบรมที่ศูนย์ได้บ้าง ทหารต่างชาติเข้าร่วมหลักสูตรนี้ได้เช่นเดียวกับกองกำลังของไทยหรือไม่

การฝึกอบรมเพื่อการรักษาสันติภาพซึ่งดำเนินการโดยศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพแห่งกองทัพไทยมุ่งเป้าไปยังกลุ่มประชากรที่ต่างกัน ผมแบ่งทหารออกเป็นสี่กลุ่มใหญ่ คือ

เจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพที่ถูกเคลื่อนพลเป็นรายบุคคล ศูนย์จะดำเนินหลักสูตรการฝึกอบรมสองหลักสูตร คือการฝึกอบรมฝ่ายอำนวยการของสหประชาชาติ และผู้เชี่ยวชาญทางการทหารในภารกิจของสหประชาชาติเป็นประจำทุกปี หลักสูตรดังกล่าวมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเจ้าหน้าที่จำนวน 40 ถึง 45 นาย ตั้งแต่ยศร้อยเอกไปจนถึงพันโทที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และได้รับเลือกให้อยู่ในรายชื่อล่วงหน้าสำหรับการส่งกำลังพลภายในหนึ่งปี

พล.ต. ปีเตอร์ คอสโกรฟ ผู้บัญชาการกองกำลังนานาชาติติมอร์ตะวันออก (ขวา) ทำความเคารพทหารไทยเมื่อมาถึงเมืองเบาเกา ในภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 รอยเตอร์

หน่วยทหาร ศูนย์จะดำเนินการฝึกอบรมหลักสูตรประจำปีก่อนการส่งกำลังพลเพื่อการรักษาสันติภาพสำหรับหน่วยทหาร ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวจะมีเจ้าหน้าที่สำคัญ 40 นายเข้าร่วม และศูนย์จะผลิตผู้ฝึกอบรมเพื่อกระจายข้อมูลหลักสูตรไปยังหน่วยทั้งสามของกองทัพไทย

ครูฝึกระดับชาติ ศูนย์จะผลิตครูฝึกทหารจำนวน 40 นายเพื่อสอนหลักสูตรก่อนการส่งกำลังพลเพื่อการรักษาสันติภาพให้กับกองทหารกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด ครูฝึกจะได้รับการเสนอชื่อจากกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ หน่วยต่าง ๆ ในกองทัพไทย และครูฝึกของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ

ผู้ฝึกงานระหว่างประเทศ กองทัพไทยเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ 9 นายจากชาติสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ ให้เข้าร่วมการฝึกอบรมฝ่ายอำนวยการของสหประชาชาติในแต่ละปี โดยร่วมมือกับศูนย์การฝึกอบรมเพื่อการรักษาสันติภาพ ในฐานะสมาชิกของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ศูนย์กำลังพิจารณาการเสนอหลักสูตรให้องค์การสหประชาชาติรับรองภายใน พ.ศ. 2563 ซึ่งหากบรรลุผลแล้ว หลักสูตรดังกล่าวจะเปิดให้กับประเทศต่าง ๆ นอกเหนือจากอาเซียน นอกจากการฝึกอบรมฝ่ายอำนวยการของสหประชาชาติแล้ว ทางศูนย์ยังเป็นเจ้าภาพร่วมกับศูนย์การฝึกอบรมเพื่อการรักษาสันติภาพของกองทัพออสเตรเลียในการฝึกซ้อมด้านการรักษาสันติภาพระดับภูมิภาค พิราบ-จาบิรู ทุก ๆ

สองปีอีกด้วย ซึ่งการฝึกดังกล่าวเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ชาวต่างชาติสูงสุดถึง 50 นายจากกว่า 22 ประเทศในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกเข้าร่วม

กรุณาอธิบายความสำคัญของการฝึกอบรมด้านวัฒนธรรม ที่สอนทหารให้เคารพประเพณีและค่านิยมของวัฒนธรรมท้องถิ่นในปฏิบัติการเพื่อการรักษาสันติภาพ

ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพแห่งกองทัพไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเคารพความหลากหลาย โดยตระหนักดีว่าปฏิบัติการเพื่อการรักษาสันติภาพที่มีเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพซึ่งมีภูมิหลังต่างกัน ทำงานในระบบแบบผสมผสานทั้งในเชิงวัฒนธรรมและเชิงระบบ ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความเคารพต่อประชากรท้องถิ่นซึ่งมีบรรทัดฐานทางวัฒนธรรมและประเพณีเป็นของตนเอง ความสำเร็จของภารกิจจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการรักษาความสัมพันธ์ที่ให้เกียรติกันของเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพแต่ละนาย ซึ่งจะสร้างความเชื่อใจและความมั่นใจในภารกิจการรักษาสันติภาพ ทั้งยังช่วยให้เกิดความปลอดภัยและ

เสถียรภาพภายในพื้นที่ของการปฏิบัติการ บุคลากรเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพทุกนายที่ถูกส่งกำลังพลจากศูนย์แห่งนี้ได้รับการปลูกฝังให้เคารพความหลากหลายและวัฒนธรรมท้องถิ่น การเคารพความหลากหลายเป็นหนึ่งในค่านิยมพื้นฐานสามประการของสหประชาชาติ อีกสองประการคือบูรณภาพและความเป็นมืออาชีพ การไม่รักษาค่านิยมเหล่านี้จะเป็นภัยต่อภารกิจ ผมภูมิใจมากที่จะกล่าวว่า ตลอด 60 ปีของการมีส่วนร่วมในกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ไม่มีการร้องเรียนจากประชาชนท้องถิ่นแม้แต่กรณีเดียวว่าเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพจากไทยประพฤติมิชอบหรือกระทำความผิด ผมเชื่อว่าการฝึกอบรมเรื่อง

ความหลากหลาย มีบทบาทสำคัญในการคงไว้ซึ่งบูรณภาพของเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพชาวไทย หลักฐานความสำเร็จบางส่วนเห็นได้จากการแสดงความชื่นชมของนายบัน คีมุน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งกล่าวในหนังสือราชการที่ส่งถึงประเทศไทยใน พ.ศ. 2555 ว่า “กองทัพไทยปฏิบัติงานได้อย่างน่าชื่นชมและสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยิ่งในดาร์ฟูร์ตะวันตก นอกเหนือจากการปฏิบัติงานทางทหารอย่างแข็งขันแล้ว บุรุษและสตรีแห่งกองทัพไทยยังทุ่มเททำงานเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับประชาชนในดาร์ฟูร์ โครงการของกองทัพเพื่อสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะโครงการด้านการเกษตร ยังได้รับการยกย่องอย่างสูงจากประชาชนอีกด้วย”

ยิ่งไปกว่านั้น การเคารพวัฒนธรรมท้องถิ่นยังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับกองกำลังทหารของไทยที่ปฏิบัติงานในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ประเทศไทยเชื่อว่าสันติภาพ ความมั่นคง และการพัฒนามีความสัมพันธ์ที่เกี่ยวพันกัน สันติภาพไม่สามารถสำเร็จได้โดยปราศจากความมั่นคง นอกจากนี้ ความมั่นคงและเสถียรภาพจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากชุมชนยังคงพัฒนาได้ไม่ดี สันติภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาจึงต้องกล่าวถึงซึ่งกันและกันเพื่อให้ครบสมบูรณ์ ดังนั้น เมื่อประเทศไทยส่งกองกำลังเข้าร่วมกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ก็มักนำเอาโครงการพัฒนาอย่างยั่งยืนของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นและช่วยให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้ ความสำเร็จของกองกำลังทหารของไทยเห็นได้ชัดในภารกิจเพื่อการรักษาสันติภาพมากมาย เช่น โครงการด้านการเกษตรที่กองกำลังทหารของไทยแนะนำให้กับชุมชนต่าง ๆ ที่ติมอร์-เลสเตและดาร์ฟูร์ ซึ่งได้วางรากฐานให้ประชาชนท้องถิ่นมีความสามารถหาเลี้ยงตนเอง พัฒนาเศรษฐกิจ และพึ่งตนเองได้ ความสำเร็จเหล่านี้จะเป็นไปไม่ได้หากปราศจากการฝึกอบรมด้านวัฒนธรรม

หากกล่าวในเชิงวัฒนธรรม การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ชายและหญิงสำหรับการปฏิบัติการเพื่อการรักษาสันติภาพมีความสำคัญอย่างไร

หากว่ากันตามตรง ประเทศไทยมีวัฒนธรรมแบบสังคมชายเป็นใหญ่มาอย่างยาวนาน นับแต่โบราณมาจนถึงปัจจุบัน เพศชายมีบทบาทเป็นผู้นำในแทบทุกสังคม ในชุมชนของเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพก็ไม่ต่างกัน กลุ่มประชากรหลักของเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพจากทั่วโลกก็เป็นผู้ชาย แต่ประเทศไทยตระหนักว่าความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อผู้หญิงต่างไปจากผู้ชาย ผู้หญิงมักจะมีทรัพยากรในการปกป้องตนเองน้อยกว่า และมักจะเป็นประชากรผู้พลัดถิ่นและผู้อพยพกลุ่มหลัก รวมถึงเด็ก ๆ ด้วย ยุทธวิธีของสงคราม เช่น ความรุนแรงทางเพศ มีเป้าหมายที่คนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงมักจะถูกล่อลวงและข่มขืน รวมถึงถูกใช้เป็นทาสบำบัดความใคร่ ผู้หญิงและเด็กที่ถูกล่อลวง อาจถูกครอบครัวปฏิเสธและอาจหาคู่ครองได้ยากหลังความขัดแย้งดังกล่าวจบลง ในสถานการณ์เหล่านี้ ความจำเป็นในการสร้างความสัมพันธ์กับประชาชนในท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่เพียงเป็นการรวบรวมข่าวกรอง แต่ยังเป็นการตระเตรียมระบบเตือนภัยล่วงหน้า ดำเนินการเสริมสร้างศักยภาพ และสร้างความเชื่อมั่นอีกด้วย แต่เนื่องจากผู้หญิงและเด็กเป็นเหยื่อส่วนใหญ่ของความรุนแรงในความขัดแย้งต่าง ๆ ที่กล่าวมา โดยเฉพาะความรุนแรงทางเพศ ทำให้ทหารชายมักจะข้ามพรมแดนทางสังคมและวัฒนธรรมเพื่อสร้างความเชื่อใจนี้ได้ยาก ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพหญิง

สามารถเติมเต็มช่องว่างนี้ได้โดยมอบความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยแก่ผู้หญิงและเด็ก และสามารถส่งเสริมความเชื่อใจและรวบรวมข้อมูลข่าวสารที่มีค่าต่อภารกิจ ในการเตรียมความพร้อมสำหรับการมีส่วนร่วมในกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพแห่งกองทัพไทยตระหนักถึงบทบาทสำคัญของเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพหญิง และได้รวมเอามุมมองทางเพศเข้าไว้ในความพยายามทุกภาคส่วน ในการสนับสนุนมติคณะความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 1325 (พ.ศ. 2543) กองทัพไทยเน้นการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพหญิง ซึ่งมีการส่งกำลังพลเป็นรายบุคคลเพิ่มขึ้นให้ถึงร้อยละ 15 ของกองกำลังรักษาสันติภาพ นอกจากนี้ กองทัพบกยังมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันกับประชาคมนานาชาติในการออกเสียงสนับสนุนสำหรับความพยายามทั่วโลกในวาระนี้ ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2560 รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งกองทัพไทยในฐานะผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมเพื่อการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติที่เมืองแวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย โดยได้พูดคุยถึงวาระของกองทัพในการเพิ่มการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่หญิงไทยในกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2561 รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้พูดคุยกับนางแมรี่ลู แม็คฟีแดรน สมาชิกวุฒิสภาชาวแคนาดาที่กรุงเทพฯ โดยกล่าวย้ำถึงกลยุทธ์ของกองทัพไทยในการเพิ่มขีดความสามารถให้กับเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพหญิง นอกเหนือจากการเพิ่มขีดความสามารถให้กับเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพหญิงแล้ว ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพยังมุ่งมั่นสร้างความมั่นใจว่าการฝึกอบรมก่อนการส่งกำลังพลให้กับทั้งทหารชายและหญิง มีการกล่าวถึงมุมมองทางเพศและความรุนแรงทางเพศที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง การแสวงหาผลประโยชน์และการล่วงละเมิดทางเพศ การฝึกอบรมดังกล่าวระบุเพิ่มเติมถึงหน้าที่พิเศษของเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพหญิงตามที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้

การมีส่วนร่วมในปฏิบัติการเพื่อรักษาสันติภาพส่งผลต่อความสามารถทางทหารโดยรวมและประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของประเทศไทยอย่างไร

การตอบคำถามข้อนี้ ผมอยากชี้แจงในเบื้องต้นว่าประเทศไทยเป็นประเทศขนาดกลางที่รักสันติ วาระที่สูงที่สุดของกองทัพคือการป้องกันประเทศและปกป้องอำนาจอธิปไตย อาณาเขต บูรณภาพ และผลประโยชน์ของบ้านเมืองจากภัยคุกคามทั้งภายนอกและภายใน ดังนั้น การเตรียมพร้อมและคงไว้ซึ่งกองกำลังทหารที่น่าเชื่อถือในการต่อสู้จึงเป็นสิ่งจำเป็น แต่เมื่อเป็นเรื่องของปัญหาความขัดแย้ง เราเชื่อในการระงับข้อพิพาทอย่างสันติ ซึ่งข้อยุติทางการเมืองต้องนำหน้าความพยายามดังกล่าว ส่วนการแก้ปัญหาด้วยการทหารควรเป็นทางเลือกสุดท้าย ในบริบทของสันติภาพโลก กองทัพเชื่อในแนวทางร่วมสำหรับการป้องกันและกำจัดภัยคุกคามเพื่อนำมาซึ่งสันติโดยสันติวิธี รวมทั้งสอดคล้องกับหลักการของความยุติธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ การปรับเปลี่ยนหรือการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศ แนวทางดังกล่าวจะต้องดำเนินการโดยองค์กรซึ่งมีอำนาจเป็นที่เคารพกันทั่วไป โดยเฉพาะองค์การสหประชาชาติ ประเทศไทยตระหนักว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในภูมิภาคหนึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แต่เพียงในภูมิภาคนั้นอีกต่อไป ผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์จะกระจายไปทั่วภูมิภาคหรือทวีปอื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความขัดแย้งในซีเรียและลิเบียเป็นตัวอย่างที่ดี ไทยมีความเชื่อเพิ่มเติมว่าการทำให้โลกสงบสุขเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการปกป้องราชอาณาจักร

นอกจากนี้ ประเทศไทยในฐานะสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ ได้รับการพิจารณาให้สนับสนุนองค์การสหประชาชาติในการธำรงรักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ

ฉะนั้น กองทัพไทยจึงพิจารณาให้การมีส่วนร่วมรับใช้ทางการทหารแก่กองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติเป็นวาระสำคัญของยุทธศาสตร์ทางการทหารในการยับยั้งภัยคุกคามต่อราชอาณาจักร กองทัพจึงสร้าง ฝึกซ้อม และคงไว้ซึ่งขีดความสามารถในการรักษาสันติภาพตามยุทธศาสตร์ทางการทหาร ซึ่งการมีส่วนร่วมดังกล่าวทำให้สอดคล้องกับขีดความสามารถของกองทัพ ซึ่งหมายความว่าการที่ไทยเข้าร่วมกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ จะไม่มีผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ต่อความสามารถทางทหารในภาพรวม นอกจากนี้ ในกรณีวิกฤตที่จำเป็นต้องมีกองกำลังในระดับสูงกว่า กองทัพไทยยังมีระบบที่มีประสิทธิภาพเพื่อเคลื่อนย้ายและฝึกซ้อมกองกำลังทหารสำรองอีกด้วย

กองทัพไทยยังคงมุ่งมั่นอย่างแข็งขันเพื่อสนับสนุนสหประชาชาติในการธำรงรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ นับแต่อดีตถึงปัจจุบัน กองทัพไทยรับใช้ด้านสันติภาพโดยส่งกองกำลังทางทหาร ทรัพยากร และการบริการให้กับภารกิจรักษาสันติภาพมากกว่า 20 ภารกิจทั่วโลก โดย 4 ภารกิจในจำนวนนั้นที่ยังคงดำเนินการอยู่ นั่นคือ ภารกิจรักษาสันติภาพผสมระหว่างสหภาพแอฟริกากับสหประชาชาติในดาร์ฟูร์ ภารกิจสหประชาชาติในเซาท์ซูดาน และคณะผู้สังเกตการณ์ทางทหารของสหประชาชาติในอินเดียและปากีสถาน นอกจากนี้ กองทัพบกยังอยู่ระหว่างกระบวนการส่งกองร้อยทหารช่างก่อสร้างที่มีกำลังพลจำนวน 273 นายไปยังเซาท์ซูดาน โดยมีกำหนดการส่งกำลังพลในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2561

กองทัพไทยมุ่งมั่นเพิ่มความพยายามในการสนับสนุนองค์การสหประชาชาติ เพื่อธำรงรักษาสันติภาพระหว่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้โลกมีความปลอดภัยและสงบสุขมากขึ้น


การฝึกอบรมเพื่อรักษาสันติภาพโดยสังเขป

  • ระยะที่ 1 การฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างทักษะรายบุคคล ระยะนี้ประกอบด้วยการช่วยเหลือขั้นพื้นฐาน การสื่อสารด้วยภาษาของภารกิจ ทักษะการใช้อาวุธ การเจรจาต่อรอง การอ่านแผนที่และการนำทาง
  • ระยะที่ 2 การฝึกอบรมเพื่อรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ระยะนี้เกี่ยวข้องกับบทเรียนคำสอนที่ประยุกต์มาจากเนื้อหาการฝึกอบรมก่อนการส่งกำลังพลเบื้องต้นของสหประชาชาติ ซึ่งครอบคลุมพื้นฐานและหลักการปฏิบัติการด้านการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ รวมทั้งค่านิยม พฤติกรรม และการปฏิบัติที่จำเป็นเพื่อบรรลุภารกิจ
  • ระยะที่ 3 การฝึกอบรมทักษะทางเทคนิคและฝึกปฏิบัติภาคสนาม ระยะนี้ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับผู้ฝึกงานที่มีทักษะในการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะของตน สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายอำนวยการ การฝึกอบรมจะครอบคลุมการทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ ภายในสำนักงานใหญ่ภาคสนามขององค์การสหประชาชาติ การฝึกวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในการปฏิบัติการ ตลอดจนการฝึกการตัดสินใจทางทหารและการวางแผนส่วนประกอบ รวมกับการฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยมุ่งเน้นที่การตอบสนองของเจ้าหน้าที่ต่อปัญหาต่าง ๆ เช่น การปกป้องพลเรือน สำหรับผู้เชี่ยวชาญทางการทหารในภารกิจ การฝึกอบรมจะครอบคลุมทักษะต่าง ๆ เช่น การลาดตระเวน การตรวจสอบและการกำกับดูแลข้อตกลง การเจรจาต่อรองและการเข้าประจำตำแหน่งที่หอสังเกตการณ์

ในการปฏิบัติการฝึกอบรมก่อนการส่งกำลังพลให้กับหน่วยทหาร โดยปกติจะประกอบด้วย

  • ระยะที่ 1 เริ่มต้นด้วยการฝึกอบรมเพื่อรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ หลักสูตรนี้มีไว้สำหรับหน่วยทหาร ประกอบด้วยเนื้อหาการฝึกอบรมก่อนการส่งกำลังพลเบื้องต้น เนื้อหาการฝึกอบรมเฉพาะทาง และหลักสูตรฝึกอบรมการเสริมกำลัง เนื้อหาการฝึกอบรมก่อนการส่งกำลังพลเบื้องต้นเป็นหลักสูตรขั้นพื้นฐานสำหรับการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพทั้งหมด ในขณะที่เนื้อหาการฝึกอบรมเฉพาะทางจะมีความเฉพาะเจาะจงกับบทบาทของทหารแต่ละหน่วย ตัวอย่างหนึ่งคือ ทหารราบจำเป็นต้องมีการฝึกอบรมพิเศษเพื่อปกป้องพลเรือนและรับมือกับความรุนแรงทางเพศที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ส่วนการฝึกอบรมการเสริมกำลังเน้นไปที่บางแง่มุมซึ่งมีความสำคัญต่อความสำเร็จ
  • ระยะที่ 2 การฝึกอบรมที่ประกอบด้วยการฝึกอบรมทางเทคนิคและความเชี่ยวชาญ การฝึกอบรมนี้เกี่ยวข้องกับงานเฉพาะเจาะจงที่คาดหวังสำหรับหน่วยทหาร สำหรับหน่วยทหารราบ อาจเป็นการลาดตระเวนหรือการคุ้มกันยานพาหนะ หรือการก่อสร้างถนนสำหรับหน่วยทหารช่างก่อสร้าง
  • ระยะที่ 3 การฝึกอบรมเฉพาะภารกิจเป้าหมาย โดยปกติแล้วจะเริ่มเมื่อหน่วยทหารรับทราบถึงภารกิจและส่วนที่น่าจะส่งกำลังไป การฝึกอบรมขึ้นอยู่กับการประเมินสภาพแวดล้อมทางการปฏิบัติการจากการลาดตระเวน การฝึกอบรมอาจครอบคลุมการศึกษาเกี่ยวกับประเทศนั้น ๆ ภูมิหลังของภารกิจ ความเป็นผู้นำในภารกิจ และคำสั่งของภารกิจ
  • ระยะที่ 4 เป็นการฝึกอบรมแบบรวมและบูรณาการ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสำคัญของการฝึกอบรมทุกประเภทที่ดำเนินการมาก่อน และประกอบด้วยการผสมผสานของการฝึกออกคำสั่งบังคับบัญชาและการฝึกภาคสนามสำหรับบุคลากรทุกคนภายใต้การส่งกำลังพล การฝึกอบรมนี้จะจำลองหน่วยที่ปฏิบัติการภายในสถานที่ที่มีการส่งกำลังพล
  • ระยะที่ 5 อาจเป็นการฝึกอบรมรูปแบบใดก็ได้ที่เพิ่มขีดความสามารถของหน่วยทหารที่มีการส่งกำลังพล อาจเป็นการฝึกอบรมซ้ำเพื่อรักษาความพร้อมปฏิบัติงานของหน่วย หากการส่งกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการหรือเลื่อนออกไป
หุ้น